
โตเกียวมีจำนวนเด็กเกิดใหม่เพิ่มขึ้นครั้งแรกในรอบ 10 ปี
มาตรการสนับสนุนเลี้ยงดูบุตรมูลค่ากว่า 2 ล้านล้านเยนของญี่ปุ่นเริ่มเห็นผล แต่ความเหลื่อมล้ำระหว่างเมืองกับภูมิภาคขยายตัว ท่ามกลางปัญหาสังคมผู้สูงวัยและอัตราการเกิดต่ำที่ยืดเยื้อของญี่ปุ่น กรุงโตเกียวเริ่มส่งสัญญาณบวก เมื่อจำนวนเด็กเกิดใหม่ในปี 2568 กลับมาเพิ่มขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบทศวรรษ สะท้อนผลลัพธ์ของนโยบายสนับสนุนการเลี้ยงดูบุตรอย่างเข้มข้นของรัฐบาลกรุงโตเกียว อย่างไรก็ตาม แนวโน้มดังกล่าวก่อให้เกิดคำถามใหม่เกี่ยวกับความเหลื่อมล้ำด้านประชากรระหว่างมหานครกับเมืองภูมิภาค
จำนวนเกิดใหม่เพิ่มขึ้น หลังลดลงต่อเนื่องหลายปี
ข้อมูลล่าสุดระบุว่า ช่วงเดือนมกราคม ถึง พฤศจิกายน 2568 กรุงโตเกียวมีเด็กเกิดใหม่จำนวน 81,063 คน เพิ่มขึ้นประมาณ 1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน หากตัวเลขเดือนธันวาคมยังคงเป็นบวก จะถือเป็นการเพิ่มขึ้นครั้งแรกในรอบ 10 ปี ก่อนหน้านี้ แม้โตเกียวจะเป็นศูนย์รวมของประชากรวัยแรงงานและคนรุ่นใหม่ แต่อัตราการเกิดกลับลดลงต่อเนื่อง เนื่องจากค่าครองชีพสูงและภาระเลี้ยงดูบุตรในเมืองใหญ่ อย่างไรก็ตาม มาตรการสนับสนุนด้านการเลี้ยงดูบุตรของรัฐบาลกรุงโตเกียวซึ่งมีมูลค่าสูงถึงปีละประมาณ 2 ล้านล้านเยน เริ่มส่งผลอย่างเห็นได้ชัด
ผู้ว่าการกรุงโตเกียว Yuriko Koike ได้ผลักดันนโยบายสำคัญอย่างต่อเนื่อง เช่น เงินอุดหนุนสำหรับเด็ก การยกเว้นค่าเลี้ยงดูเด็ก การขยายสิทธิประโยชน์ค่ารักษาพยาบาล และมาตรการสนับสนุนอื่น ๆ โดยงบประมาณด้านการสนับสนุนการเลี้ยงดูบุตรในปี 2569 อยู่ที่ประมาณ 2.2 ล้านล้านเยน จุดเด่นของนโยบายเหล่านี้คือ ไม่มีการกำหนดเพดานรายได้ ทำให้ครัวเรือนที่มีรายได้ค่อนข้างสูงและเป็นครอบครัวทำงานรายได้สองทาง สามารถเข้าถึงสิทธิประโยชน์ได้ง่าย มีการวิเคราะห์ว่า “ครัวเรือนรายได้สูงสามารถตัดสินใจมีบุตรมากขึ้นได้” นอกจากนี้ จำนวนการจดทะเบียนสมรสในโตเกียวปี 2567 ยังเพิ่มขึ้นถึง 6.5% ซึ่งสะท้อนแนวโน้มเชิงบวกของโครงสร้างครอบครัวในเมืองหลวง
ความเหลื่อมล้ำระหว่างมหานครกับเมืองใกล้เคียง
ในขณะที่โตเกียวมีจำนวนเกิดใหม่เพิ่มขึ้น เมืองใหญ่ใกล้เคียง เช่น โยโกฮามะ ชิบะ คาวาซากิ และซากามิฮาระ กลับมีอัตราการเกิดใหม่ลดลง แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า เมืองที่มีฐานะการคลังเข้มแข็งและสามารถใช้งบประมาณขนาดใหญ่สนับสนุนครอบครัวได้ จะสามารถดึงดูดและรักษาประชากรวัยหนุ่มสาวไว้ได้มากกว่า ในอนาคต อาจเกิดปรากฏการณ์ “การกระจุกตัวของการเกิด” ในมหานคร ขณะที่ภูมิภาคอื่นเผชิญกับการลดลงของประชากรอย่างต่อเนื่องและรุนแรงขึ้น
ผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย
แนวโน้มการกระจุกตัวของประชากรวัยหนุ่มสาวและจำนวนเกิดใหม่ในมหานครญี่ปุ่น เช่น โตเกียว หรือโอซากา จะส่งผลให้แรงงาน การบริโภค การผลิต และบริการต่าง ๆ รวมศูนย์อยู่ในเมืองใหญ่มากขึ้น ขณะที่เศรษฐกิจภูมิภาคอาจเผชิญภาวะชะลอตัว ในอีกด้านหนึ่ง การรวมศูนย์ดังกล่าวอาจทำให้ต้นทุนสังคมเพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นราคาที่อยู่อาศัย โครงสร้างพื้นฐาน หรือค่าครองชีพ สำหรับนักธุรกิจไทยที่พิจารณาการลงทุนในญี่ปุ่น จำเป็นต้องประเมิน ทำเลที่ตั้ง ต้นทุน และความคุ้มค่าเชิงเศรษฐกิจ อย่างรอบคอบ โดยคำนึงถึงแนวโน้มการกระจุกตัวของประชากรในเมืองใหญ่ ขณะเดียวกัน ปรากฏการณ์สังคมสูงวัยและการกระจุกตัวของประชากรวัยหนุ่มสาวในเมืองใหญ่ เป็นแนวโน้มที่ประเทศไทยเองอาจเผชิญในอนาคต ปัจจุบันไทยเริ่มมีสัญญาณความแตกต่างของอัตราการเกิดระหว่างภูมิภาค และความไม่สมดุลของโครงสร้างประชากรในเขตเมือง การกำหนดนโยบายพัฒนาเมืองและภูมิภาคอย่างสมดุลจึงมีความสำคัญ
ข้อคิดเห็น / ข้อเสนอแนะของ สคต. (สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ)
การกระจุกตัวของประชากรในเมืองใหญ่ถือเป็นทั้งโอกาสและความท้าทาย สำหรับผู้ประกอบการไทยที่ต้องการส่งออกสินค้าอุปโภคบริโภคหรือขยายการลงทุนในญี่ปุ่น การกำหนดกลุ่มเป้าหมายในเขตเมืองใหญ่อาจมีความชัดเจนและมีประสิทธิภาพมากขึ้น เมื่อพิจารณาจากแนวโน้มจำนวนเกิดใหม่และการรวมศูนย์ของประชากรวัยหนุ่มสาว ความต้องการสูงในเขตเมืองธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ แอปพลิเคชันด้านการศึกษา ของเล่นและผลิตภัณฑ์สำหรับเด็ก บริการสนับสนุนงานบ้านและการเลี้ยงดูบุตร นอกจากนี้ เขตเมืองมีระดับรายได้เฉลี่ยสูง และเปิดรับวัฒนธรรมต่างชาติมากกว่าในภูมิภาคอื่น ดังนั้น สินค้าอาหาร แฟชั่น และผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์จากไทยจึงมีศักยภาพเติบโตได้ดีในตลาดเมืองใหญ่ การเข้าใจโครงสร้างประชากรที่กำลังเปลี่ยนแปลงของญี่ปุ่นจะช่วยให้สามารถกำหนดกลยุทธ์ธุรกิจการค้า การลงทุนได้อย่างแม่นยำและสอดคล้องกับทิศทางเศรษฐกิจในระยะยาว
สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น
แปลและเรียบเรียงจาก
หนังสือพิมพ์ Nikkei Shimbun วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569