fb
โดย
Parisa
ลงเมื่อ 29 มิถุนายน 2569 18:26
สคต. ณ กรุงนิวเดลี (อินเดีย) (TTC, New Delhi (India))

สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ (สคต.) ณ กรุงนิวเดลี ขอส่งรายงานข่าวเด่น           ภาวะการค้าระหว่างประเทศของอินเดียประจำเดือนพฤษภาคม 2569 จากข้อมูลของ                      สำนักสารสนเทศ กระทรวงพาณิชย์และอุตสาหกรรมอินเดีย โดยสรุปดังนี้

1. การส่งออก เดือนพฤษภาคม 2569 มีมูลค่า 45.20 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ มากกว่าช่วงเดือนเดียวกันของปีก่อนที่ระดับ 38.30 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ หากหักสินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมันและอัญมณีและเครื่องประดับมีมูลค่า 34.24 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ มากกว่าช่วงเดือนเดียวกันของปีก่อนที่ระดับ 30.49 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ

 กลุ่มสินค้าส่งออกเด่น ได้แก่ ธัญพืช (262.73%) ปิโตรเลียม (54.89%) เนื้อสัตว์ (42.51%) น้ำมันประกอบอาหาร (24.61%) สินค้าวิศวกรรม (24.48%)ตามลำดับ

ตลาดส่งออกเติบโตสูง 5 อันดับแรก ได้แก่ แทนซาเนีย (196.89%)ศรีลังกา (150.29%) แอฟริกาใต้ (116.21%) อิตาลี (87.54%)และ สิงคโปร์ (68.96%)

2. การนำเข้า เดือนพฤษภาคม 2569 มีมูลค่า 73.41 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ มากกว่าช่วงเดือนเดียวกันของปีก่อนที่ระดับ 60.86 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ หากหักสินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมันและอัญมณี และเครื่องประดับแล้วมีมูลค่า 46.09 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ มากกว่าช่วงเดือนเดียวกันของปีก่อนที่ระดับ 41.44 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ 

กลุ่มสินค้านำเข้าที่หดตัว ได้แก่ แร่เงิน (-86.65%) สินค้าโครงการ  (-64.05%) เคมีภัณฑ์ (-63.58%) ไข่มุกและหินมีค่า (-26.50%) เหล็กและเหล็กผสมอลูมิเนียม (-12.47%) ตามลำดับ

ประเทศที่อินเดียนำเข้าเพิ่มขึ้น 5 ลำดับแรก ได้แก่ บราซิล (358.83%)โอมาน (305.66%)รัสเซีย (63.46%) สหรัฐอเมริกา (54.43%) และ จีน (23.40%)

3. ดุลการค้าสินค้า เดือนพฤษภาคม 2569 ขาดดุลการค้า 28.21 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ขณะที่ช่วงเดือนเดียวกันของปีก่อนหน้าขาดดุลที่ระดับ 22.56 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ทำให้อินเดียขาดดุลการค้าสินค้าสะสม 2 เดือนแรกมูลค่า 56.44 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งขาดดุลมากขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้าที่ระดับ 49.65 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ

 

ข้อคิดเห็น/ข้อมูลเพิ่มเติม 

1. เศรษฐกิจอินเดียยังขยายตัวได้ดี แต่เผชิญความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอก 

เศรษฐกิจอินเดียยังคงขยายตัวในระดับแข็งแกร่ง โดยได้รับแรงหนุนจากอุปสงค์ภายในประเทศ   การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ภาคบริการ และภาคเกษตร แม้เริ่มเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น  ความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง และความเสี่ยง       ด้านเงินเฟ้อ โดยอัตราเงินเฟ้อผู้บริโภค (CPI) อยู่ที่ร้อยละ 3.9 ซึ่งยังอยู่ในกรอบเป้าหมายของธนาคารกลางอินเดีย ขณะที่อัตราเงินเฟ้อภาคค้าส่ง (WPI) เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 9.7 สะท้อนแรงกดดันด้านต้นทุนที่อาจส่งผ่านไปยังราคาสินค้าในระยะต่อไป ทั้งนี้ GDP ของอินเดียในไตรมาส ม.ค.–มี.ค. 2569 ขยายตัวร้อยละ 7.8 แม้ชะลอลงจากไตรมาสก่อนหน้า แต่ยังอยู่ในระดับสูง โดยมีภาคก่อสร้างและภาคเกษตรช่วยพยุงท่ามกลางภาวะอุปสงค์โลกที่ยังอ่อนตัว

2. รัฐบาลอินเดียเร่งควบคุมการนำเข้าทองคำและเงินเพื่อลดแรงกดดันต่อดุลการค้า

รัฐบาลอินเดียดำเนินมาตรการเข้มงวดเพื่อควบคุมการนำเข้าโลหะมีค่า โดยกำหนดให้การนำเข้าเงินแท่งความบริสุทธิ์ 99.9% และผลิตภัณฑ์เงินกึ่งสำเร็จรูปอยู่ในกลุ่มสินค้าควบคุม ซึ่งผู้นำเข้าต้องได้รับอนุมัติล่วงหน้า พร้อมทั้งปรับขึ้นภาษีนำเข้าทองคำและเงินจาก 6% เป็น 15%  มีผลตั้งแต่  13 พฤษภาคม 2569  ผ่านการเพิ่มอัตราภาษีศุลกากรพื้นฐานและคงภาษี AIDC เพื่อชะลอการนำเข้า           โลหะมีค่า ลดแรงกดดันต่อทุนสำรองระหว่างประเทศ และรักษาเสถียรภาพค่าเงินรูปี อย่างไรก็ตาม ภาคอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับของอินเดียมีความกังวลว่ามาตรการดังกล่าวอาจเพิ่มต้นทุนการผลิตและกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันในระยะต่อไป

3 ข้อสังเกตต่อไทย 

แม้การขาดดุลการค้าของอินเดียจะเพิ่มขึ้น แต่การขยายตัวทางเศรษฐกิจในระดับสูงยังสะท้อนกำลังซื้อภายในประเทศที่แข็งแกร่ง ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนโอกาสการส่งออกสินค้าไทย โดยเฉพาะสินค้าเกษตร อาหารแปรรูป และสินค้าอุปโภคบริโภค ขณะเดียวกันผู้ประกอบการไทยควรติดตามมาตรการควบคุมการนำเข้าโลหะมีค่าของอินเดีย ซึ่งอาจส่งผลต่อการค้าอัญมณีและเครื่องประดับในระยะต่อไป รวมถึงมาตรการด้านการนำเข้าและเสถียรภาพค่าเงินของอินเดียอย่างใกล้ชิดมภาระต้นทุนต่ออุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับในประเทศในระยะถัดไป

          

 

Report_24-05.pdf
Share :
Instagram