สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ (สคต.) ณ กรุงนิวเดลี ขอส่งรายงานข่าวเด่น ภาวะการค้าระหว่างประเทศของอินเดียประจำเดือนพฤษภาคม 2569 จากข้อมูลของ สำนักสารสนเทศ กระทรวงพาณิชย์และอุตสาหกรรมอินเดีย โดยสรุปดังนี้
1. การส่งออก เดือนพฤษภาคม 2569 มีมูลค่า 45.20 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ มากกว่าช่วงเดือนเดียวกันของปีก่อนที่ระดับ 38.30 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ หากหักสินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมันและอัญมณีและเครื่องประดับมีมูลค่า 34.24 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ มากกว่าช่วงเดือนเดียวกันของปีก่อนที่ระดับ 30.49 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ
กลุ่มสินค้าส่งออกเด่น ได้แก่ ธัญพืช (262.73%) , ปิโตรเลียม (54.89%) , เนื้อสัตว์ (42.51%) , น้ำมันประกอบอาหาร (24.61%) , สินค้าวิศวกรรม (24.48%), ตามลำดับ
ตลาดส่งออกเติบโตสูง 5 อันดับแรก ได้แก่ แทนซาเนีย (196.89%), ศรีลังกา (150.29%) , แอฟริกาใต้ (116.21%) , อิตาลี (87.54%), และ สิงคโปร์ (68.96%)
2. การนำเข้า เดือนพฤษภาคม 2569 มีมูลค่า 73.41 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ มากกว่าช่วงเดือนเดียวกันของปีก่อนที่ระดับ 60.86 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ หากหักสินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมันและอัญมณี และเครื่องประดับแล้วมีมูลค่า 46.09 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ มากกว่าช่วงเดือนเดียวกันของปีก่อนที่ระดับ 41.44 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ
กลุ่มสินค้านำเข้าที่หดตัว ได้แก่ แร่เงิน (-86.65%) , สินค้าโครงการ (-64.05%) , เคมีภัณฑ์ (-63.58%) , ไข่มุกและหินมีค่า (-26.50%) , เหล็กและเหล็กผสมอลูมิเนียม (-12.47%) ตามลำดับ
ประเทศที่อินเดียนำเข้าเพิ่มขึ้น 5 ลำดับแรก ได้แก่ บราซิล (358.83%), โอมาน (305.66%), รัสเซีย (63.46%) , สหรัฐอเมริกา (54.43%) และ จีน (23.40%)
3. ดุลการค้าสินค้า เดือนพฤษภาคม 2569 ขาดดุลการค้า 28.21 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ขณะที่ช่วงเดือนเดียวกันของปีก่อนหน้าขาดดุลที่ระดับ 22.56 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ทำให้อินเดียขาดดุลการค้าสินค้าสะสม 2 เดือนแรกมูลค่า 56.44 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งขาดดุลมากขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้าที่ระดับ 49.65 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ
ข้อคิดเห็น/ข้อมูลเพิ่มเติม
1. เศรษฐกิจอินเดียยังขยายตัวได้ดี แต่เผชิญความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอก
เศรษฐกิจอินเดียยังคงขยายตัวในระดับแข็งแกร่ง โดยได้รับแรงหนุนจากอุปสงค์ภายในประเทศ การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ภาคบริการ และภาคเกษตร แม้เริ่มเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น ความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง และความเสี่ยง ด้านเงินเฟ้อ โดยอัตราเงินเฟ้อผู้บริโภค (CPI) อยู่ที่ร้อยละ 3.9 ซึ่งยังอยู่ในกรอบเป้าหมายของธนาคารกลางอินเดีย ขณะที่อัตราเงินเฟ้อภาคค้าส่ง (WPI) เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 9.7 สะท้อนแรงกดดันด้านต้นทุนที่อาจส่งผ่านไปยังราคาสินค้าในระยะต่อไป ทั้งนี้ GDP ของอินเดียในไตรมาส ม.ค.–มี.ค. 2569 ขยายตัวร้อยละ 7.8 แม้ชะลอลงจากไตรมาสก่อนหน้า แต่ยังอยู่ในระดับสูง โดยมีภาคก่อสร้างและภาคเกษตรช่วยพยุงท่ามกลางภาวะอุปสงค์โลกที่ยังอ่อนตัว
2. รัฐบาลอินเดียเร่งควบคุมการนำเข้าทองคำและเงินเพื่อลดแรงกดดันต่อดุลการค้า
รัฐบาลอินเดียดำเนินมาตรการเข้มงวดเพื่อควบคุมการนำเข้าโลหะมีค่า โดยกำหนดให้การนำเข้าเงินแท่งความบริสุทธิ์ 99.9% และผลิตภัณฑ์เงินกึ่งสำเร็จรูปอยู่ในกลุ่มสินค้าควบคุม ซึ่งผู้นำเข้าต้องได้รับอนุมัติล่วงหน้า พร้อมทั้งปรับขึ้นภาษีนำเข้าทองคำและเงินจาก 6% เป็น 15% มีผลตั้งแต่ 13 พฤษภาคม 2569 ผ่านการเพิ่มอัตราภาษีศุลกากรพื้นฐานและคงภาษี AIDC เพื่อชะลอการนำเข้า โลหะมีค่า ลดแรงกดดันต่อทุนสำรองระหว่างประเทศ และรักษาเสถียรภาพค่าเงินรูปี อย่างไรก็ตาม ภาคอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับของอินเดียมีความกังวลว่ามาตรการดังกล่าวอาจเพิ่มต้นทุนการผลิตและกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันในระยะต่อไป
3 ข้อสังเกตต่อไทย
แม้การขาดดุลการค้าของอินเดียจะเพิ่มขึ้น แต่การขยายตัวทางเศรษฐกิจในระดับสูงยังสะท้อนกำลังซื้อภายในประเทศที่แข็งแกร่ง ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนโอกาสการส่งออกสินค้าไทย โดยเฉพาะสินค้าเกษตร อาหารแปรรูป และสินค้าอุปโภคบริโภค ขณะเดียวกันผู้ประกอบการไทยควรติดตามมาตรการควบคุมการนำเข้าโลหะมีค่าของอินเดีย ซึ่งอาจส่งผลต่อการค้าอัญมณีและเครื่องประดับในระยะต่อไป รวมถึงมาตรการด้านการนำเข้าและเสถียรภาพค่าเงินของอินเดียอย่างใกล้ชิดมภาระต้นทุนต่ออุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับในประเทศในระยะถัดไป