fb
USDA คาดฟิลิปปินส์นำเข้าข้าวเพิ่มขึ้นร้อยละ 15.9 ขณะที่ผลผลิตเพิ่มเพียงร้อยละ 0.4

USDA คาดฟิลิปปินส์นำเข้าข้าวเพิ่มขึ้นร้อยละ 15.9 ขณะที่ผลผลิตเพิ่มเพียงร้อยละ 0.4

โดย
kanthima
ลงเมื่อ 10 เมษายน 2569 10:37
สคต. ณ กรุงมะนิลา (ฟิลิปปินส์) (TTC, Manila (Philippines))
4

ตามรายงานของหน่วยงานบริการด้านการเกษตรต่างประเทศ (Foreign Agricultural Service: FAS) ภายใต้กระทรวงเกษตรสหรัฐอเมริกา (U.S. Department of Agriculture: USDA) ประจำกรุงมะนิลา ระบุว่า ฟิลิปปินส์คาดว่าจะมีการขยายตัวของผลผลิตข้าวเพียงเล็กน้อย ขณะที่ปริมาณการนำเข้ามีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในปีการตลาด 2569/2570 โดยคาดว่า อัตราการขยายตัวผลผลิตข้าวเปลือกของฟิลิปปินส์จะเพิ่มขึ้นเพียงร้อยละ 0.4 จากปีก่อนหน้า อยู่ที่ 19.68 ล้านตัน ถึงแม้ว่าจะได้รับปัจจัยสนับสนุนสำคัญจากการลงทุนอย่างต่อเนื่องของภาครัฐ ได้แก่ กองทุนเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันสินค้าข้าว (Rice Competitiveness Enhancement Fund: RCEF) มีงบประมาณอยู่ที่ 3 หมื่นล้านเปโซ และโครงการข้าวแห่งชาติ (National Rice Program) มีงบประมาณอยู่ที่ 3.02 หมื่นล้านเปโซ รวมถึงการกระจายเมล็ดพันธุ์คุณภาพ และสภาพอากาศที่เอื้ออำนวยในช่วงฤดูแล้ง อย่างไรก็ตาม การขยายตัวของผลผลิตยังคงถูกจำกัดจากต้นทุนการผลิตที่อยู่ในระดับสูง เช่น ปุ๋ย เชื้อเพลิง และเครื่องจักรกลการเกษตร ประกอบกับราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนปุ๋ยที่ผลิตจากปิโตรเลียม ค่าขนส่ง และค่าใช้จ่ายด้านเครื่องจักรเพิ่มสูงขึ้น ขณะที่พื้นที่เพาะปลูกไม่มีการขยายตัว เนื่องจากเกษตรกรไม่มีแผนเพิ่มพื้นที่เพาะปลูก ส่งผลให้กำไรของเกษตรกรอยู่ในระดับจำกัด ทั้งนี้ สำหรับการนำเข้า คาดว่าจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญอยู่ที่ร้อยละ 15.9 เป็น 5.10 ล้านตัน จาก 4.40 ล้านตันในปีการตลาดก่อนหน้า สะท้อนถึงภาวะอุปทานภายในประเทศที่ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการบริโภคที่เพิ่มขึ้นตามจำนวนประชากรที่เพิ่มสูงขึ้น โดยการนำเข้าจะช่วยฟื้นฟูปริมาณสต็อกข้าวหลังจากมีการระงับการนำเข้าข้าวเป็นระยะเวลา 4 เดือนในช่วงปลายปีการตลาด 2568/2569 ซึ่งส่งผลให้ปริมาณสินค้าคงคลังลดลง อย่างไรก็ตาม การขยายตัวของการนำเข้าอาจได้รับผลกระทบจากการใช้ระบบภาษีนำเข้าแบบอิงดัชนีราคา ซึ่งกำหนดอัตราภาษีในช่วงร้อยละ 15 – 35 ตามราคาข้าวในตลาดโลก โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เดือนมกราคม 2569 เพื่อรักษาเสถียรภาพราคาภายในประเทศ คุ้มครองเกษตรกร และเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหาร นอกจากนี้ ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ Ferdinand Marcos Jr. ได้กำหนดราคาข้าวนำเข้าสูงสุดไม่เกิน 50 เปโซต่อกิโลกรัม เพื่อป้องกันการปรับขึ้นราคาที่ไม่เหมาะสม ที่มีสาเหตุมาจากความผันผวนของราคาน้ำมันในตลาดโลก

ที่มา: หนังสือพิมพ์ Philstar Global
บทวิเคราะห์และข้อคิดเห็น
•    ฟิลิปปินส์เป็นตลาดที่มีการบริโภคข้าวเป็นอาหารหลักเฉลี่ยมากถึงปีละประมาณ 17 ล้านตัน แต่ไม่สามารถผลิตข้าวได้เพียงพอกับความต้องการบริโภคภายในประเทศ โดยฟิลิปปินศ์สามารถผลิตได้เพียงปีละประมาณ 12 – 13 ล้านตัน ทำให้จำเป็นต้องพึ่งพาการนำเข้าข้าวปีละกว่า 3 ล้านตัน ส่งผลให้ปัจจุบันฟิลิปปินส์เป็นประเทศผู้นำเข้าข้าวรายใหญ่ที่สุดของโลก ทั้งนี้ ฟิลิปปินส์ยังเป็นหนึ่งในประเทศกลุ่มเสี่ยงที่สุดในเอเชียเกี่ยวกับความมั่นคงทางอาหาร โดยเฉพาะข้าวซึ่งเป็นอาหารหลักพื้นฐานของประเทศที่มีความท้าทายหลายประการในการผลิตข้าวให้เพียงพอกับความต้องการและการขยายตัวของจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้นจำนวนมากในแต่ละปี และฟิลิปปินส์ยังต้องเผชิญกับภัยพิบัติทางธรรมชาติไม่ว่าจะเป็นแผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิด พายุไต้ฝุ่นที่ส่งผลต่อความเสียหายต่อพืชผลทางการเกษตรทุกปี รวมถึงการขาดแคลนเทคโนโลยีการเกษตรที่ทันสมัยและการเปลี่ยนแปลงของประชากรในแรงงานภาคเกษตร โดยล่าสุด USDA คาดการณ์ว่า ผลผลิตที่เพิ่มขึ้นเพียงร้อยละ 0.4 ถึงแม้ว่าภาครัฐจะดำเนินมาตรการสนับสนุนและจัดสรรงบประมาณผ่านกองทุนและโครงการที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง แสดงให้เห็นว่าประสิทธิภาพการผลิตยังไม่ได้ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากยังคงเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนการผลิตที่อยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะปุ๋ย เชื้อเพลิง และเครื่องจักรกลการเกษตร ประกอบกับความผันผวนของราคาน้ำมันในตลาดโลก ส่งผลให้เกษตรกรขาดแรงจูงใจในการขยายพื้นที่เพาะปลูก เป็นสาเหตุให้ประเทศยังจำเป็นต้องพึ่งพาการนำเข้าในสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นเพื่อชดเชยอุปทานภายในประเทศที่ไม่เพียงพอต่อความต้องการบริโภค และยังคาดการณ์ว่า การนำเข้าจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญอยู่ที่ 5.10 ล้านตัน ดังนั้น จึงถือเป็นโอกาสสำคัญในการขยายการส่งออกข้าวของไทยมาตลาดฟิลิปปินส์เพื่อรองรับกับความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้นดังกล่าว โดยเฉพาะในช่วงที่อุปทานภายในประเทศฟิลิปปินส์ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการบริโภค อาจส่งผลให้ผู้ส่งออกไทยสามารถเพิ่มปริมาณและรักษาส่วนแบ่งตลาดได้ อย่างไรก็ตาม ผู้ส่งออกไทยต้องคำนึงถึงข้อจำกัดและความเสี่ยงจากนโยบายภาครัฐของฟิลิปปินส์ เช่น ระบบภาษีนำเข้าแบบอิงดัชนีราคาในอัตราร้อยละ 15 – 35 ตามราคาข้าวในตลาดโลก และการกำหนดราคาข้าวนำเข้าสูงสุด ซึ่งอาจส่งผลให้ราคาขายและความสามารถในการแข่งขันผันผวนตามสถานการณ์ตลาดโลก ต้นทุนด้านโลจิสติกส์ และความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน อาจกระทบต่อกำไรของผู้ประกอบการได้ รวมถึงควรติดตามนโยบายและมาตรการทางการค้าของฟิลิปปินส์อย่างใกล้ชิด บริหารความเสี่ยงด้านราคาและต้นทุนผ่านการทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้า รวมถึงควรพัฒนาและผลิตพันธุ์ข้าวให้มีความหลากหลาย โดยเฉพาะข้าวขาวพื้นนุ่มเพื่อตอบโจทย์ให้ตรงกับความต้องการของตลาดฟิลิปปินส์ เพิ่มประสิทธิภาพห่วงโซ่อุปทาน ลดต้นทุนการผลิต และสร้างเครือข่ายพันธมิตรทางการค้าในพื้นที่ เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันและรองรับความผันผวนของตลาดได้อย่างยั่งยืน ทั้งนี้ ในปี 2568 ฟิลิปปินส์นำเข้าข้าวรวม 3.49 ล้านตัน ลดลงร้อยละ 26.73 จากปีก่อน ที่มีปริมาณการนำเข้า 4.77 ล้านตัน โดยนำเข้าจากเวียดนามเป็นอันดับ 1 ปริมาณ 2.99 ล้านตัน คิดเป็นร้อยละ 85.68 ของการนำเข้าข้าวทั้งหมด รองลงมาได้แก่ ไทย ปริมาณ 1.98 แสนตัน (ร้อยละ 5.68) และเมียนมา ปริมาณ 1.21 แสนตัน (ร้อยละ 3.46) ตามลำดับ
-----------------------------------
สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงมะนิลา
เมษายน 2569
 

USDA คาดฟิลิปปินส์นำเข้าข้าวเพิ่มขึ้นร้อยละ 15.9 ขณะที่ผลผลิตเพิ่มเพียงร้อยละ 0.4 RV.pdf
Share :
Instagram