
ความสัมพันธ์ทางการค้าของอิหร่านและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์มีมานานกว่าหลายทศวรรษ ประเทศสหรัฐอาหรับ เอมิเรตส์มีบทบาททั้งด้านการนำเข้าสินค้าและส่งออกสินค้า และเป็นคู่ค้าที่สำคัญอันดับหนึ่งของอิหร่านมาโดยตลอด เมื่อเทียบกับ จีน อินเดียและตุรกี หรือประเทศคู่ค้าอื่นๆ ของอิหร่าน จากข้อมูลสถิติการนำเข้าสินค้าของอิหร่านพบว่าร้อยละ 30 ของสินค้านำเข้าเป็นสินค้าที่นำเข้าผ่านประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งตามสถิติปี 2024 คิดเป็นมูลค่าการนำเข้าสินค้ามาอิหร่านกว่า 20 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ
เงินสกุลต่างประเทศที่อิหร่านใช้ในการทำธุรกรรมและนำเข้าสินค้าร้อยละ 80 เป็นเงินสกุลต่างประเทศที่ได้มาจากการแลกเปลี่ยนเงินสกุลต่างๆ ในตลาดแลกเปลี่ยนของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ แม้กระทั่งเงินหยวนของจีนที่แลกเป็นสกุลเดรฮัมเอมิเรตส์และแลกเป็นสกุลดอลลาร์หรือสกุลอื่นๆ ตามที่อิหร่านต้องการใช้ เป็นต้น
จากสาเหตุของสงครามระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่านได้ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ทางการค้าและการขนส่งสินค้าของอิหร่านกับสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ จากเดิมที่อิหร่านได้มุ่งเน้นการทำการค้ากับสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เป็นลำดับแรก ในการทำการค้ามาโดยตลอดในช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมา ปัจจุบันอิหร่านเริ่มหันมามองประเทศพันธมิตรอื่น โดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้าน ให้ก้าวมาเป็นศูนย์กลางการทำการค้าและการขนถ่ายสินค้าแทนประเทศสหรัฐอาหรับเอเมิเรตส์ พร้อมลดบทบาททางการค้าและเปลี่ยนแปลงเส้นทางโคจรด้านการขนส่งสินค้าในภูมิภาค โดยหันมาใช้ท่าเรือของประเทศโอมาน อินเดีย และปากีสถาน ในการขนถ่ายสินค้า ซึ่งนับว่าเป็นทิศทางการค้าใหม่ของอิหร่านที่ต้องจับตามอง
ภาวะการคว่ำบาตรและภาวะสงครามนับเป็นโอกาสที่ทำให้อิหร่านหันไปให้ความสำคัญและขยายความสัมพันธ์ทางการค้ากับประเทศเพื่อนบ้านด้านทิศใต้กับด้านทิศตะวันออกของประเทศเพิ่มมากขึ้น อาทิเช่น ปากีสถาน อินเดีย และโอมาน เป็นต้น นอกจากนี้ประเทศดังกล่าวยังเป็นทางเลือกใหม่ที่สามารถใช้ในการหลีกเลี่ยงการคว่ำบาตร และสงครามได้อีกทางหนึ่ง ซึ่งนับเป็นจุดเริ่มต้นการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ หลังจากที่ท่าเรือจาเบลอาลีในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ประสบปัญหา อิหร่านได้หันมาใช้ท่าเรือกวาดาร์ของปากีสถาน และท่าเรือซาลาลาห์ ท่าเรือโซฮาร์ของโอมาน ท่าเรือการาจีของปากีสถาน และท่าเรือมุมไบ และท่าเรือนาวาชีวาของอินเดีย เข้ามาเป็นเมืองท่าในการทำการค้าและการขนถ่ายสินค้าของอิหร่าน ซึ่งเส้นทางเหล่านี้มีศักยภาพในการเป็นทางเลือกใหม่ในการทำการค้าของอิหร่าน ซึ่งการเปลี่ยนนโยบายและเส้นทางการค้าดังกล่าวจะเป็นการเปลี่ยนแปลงสถานภาพการขนส่งสินค้าของอิหร่านในระดับภูมิภาค กอปรกับการที่อิหร่านตั้งอยู่ในจุดยุทธศาสตร์ คาดว่าในอนาคตอิหร่านสามารถเป็นประเทศศูนย์กลางด้านการค้าและการขนส่งในภูมิภาคที่สามารถเป็นประตูเชื่อมต่อไปยัง 3 ทวีปของโลกได้แก่ ทวีปเอเซีย ทวีปยุโรป ทวีปแอฟริกา ได้อีกด้วย