
“แมว” ถือเป็นหนึ่งในสัตว์เลี้ยงที่ได้รับความนิยมสูงสุดในกลุ่มผู้รักสัตว์ จากผลสำรวจอุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยงในประเทศจีนของปี 2568 พบว่านับตั้งแต่ปี 2563-2567 จำนวนการซื้อขายแมวได้รับความนิยมมากกว่าสุนัข โดยอัตราความนิยมการซื้อขายแมวมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากเดิมในปี พ.ศ.2563 มีปริมาณ 48,620,000 ตัว/ปี มูลค่าตลาดคิดเป็น 88,400 ล้านหยวน (403,104 ล้านบาท) สามารถไต่ระดับไปถึง 71,530,000 ตัว/ปี ในปีพ.ศ.2567 รวมมูลค่าตลาดการซื้อขายแมวกว่า 144,500 ล้านหยวน (6,589,200 ล้านบาท) คิดเป็นอัตราการเติบโตกว่า 60% ภายในระยะเพียง 6 ปี ซึ่งแนวโน้มของตลาดการซื้อขายแมวดังกล่าวมีการเติบโตอย่างรอบด้าน จนเกิดเป็นศัพท์บัญญัติใหม่ว่า วงการ “เศรษฐกิจแมว(猫经济)”

แผนภูมิผลสำรวจกลุ่มผู้เลี้ยงแมว สามารถแบ่งอัตราส่วนเป็นผู้บริโภคเพศหญิงได้ 60.5% ผู้บริโภคเพศชาย 39.5% โดยเฉพาะกลุ่มผู้บริโภคที่มีช่วงอายุตั้งแต่ 16-35 ปี ซึ่งผู้บริโภคกลุ่มนี้มีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ส่งผลให้ธุรกิจที่มีความเกี่ยวข้องกับแมวมีแนวโน้มพัฒนาไปสู่อุตสาหกรรมใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นการซื้อขายชนิดพันธุ์แมว ธุรกิจอาหารสัตว์ การบริการสัตว์เลี้ยง ล้วนอาจสร้างมูลค่ามหาศาลเกินกว่าหลักล้านล้านบาท


ปัจจุบัน สูตรผลิตภัณฑ์อาหารแมวได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้เลี้ยงแมว โดยอาหารแมวสูตรเนื้อสดและสูตรไม่ผสมธัญพืชได้รับความนิยมอย่างสูงสุด และเป็นเจ้าตลาดหลักในวงการผลิตภัณฑ์อาหารแมว ขณะเดียวกัน อาหารแมวสูตรเนื้อปลาก็ได้มีอัตราการเติบโตมากขึ้นเป็นพิเศษเมื่อเทียบกับสูตรอาหารประเภทอื่น ส่วนอาหารแมวที่สรรพคุณเฉพาะนั้น ผลิตภัณฑ์บำรุงสุขภาพและบำรุงระบบย่อยอาหารสำหรับแมวมียอดขายสูงที่สุด แต่ส่วนสินค้าที่มีอัตราการเติบโตสูงสุดคือ ผลิตภัณฑ์ชะลอวัยและบำรุงข้อซึ่งได้รับความสนใจจากผู้บริโภคเป็นอย่างมาก แสดงให้เห็นถึงการพัฒนาและการขยายขอบเขตผลิตภัณฑ์สุขภาพสัตว์เลี้ยง ที่มุ่งเน้นการผสมผสานระหว่าง “โภชนาการที่แม่นยำและสรรพคุณที่หลากหลาย” เพื่อตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัยของผู้บริโภค ตั้งแต่ “กินให้อิ่ม” ไปจนถึง “กินให้อร่อยและกินเพื่อสุขภาพ”

ที่มา https://i2.hdslb.com/bfs/archive/cf3dd43457ae5478d391c939622a64d1d46cab2f.jpg
“เซียนหล่าง (鲜朗)” หรือ Rosy Fresh คือหนึ่งในตัวอย่างแบรนด์อาหารสำหรับแมวที่สามารถประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเข้ามาผสมผสานเพื่อยกระดับคุณภาพผลิตภัณฑ์ได้อย่างประสบความสำเร็จ โดยยึดถือ “ความสดใหม่” เป็นจุดเด่นหลักของแบรนด์ อาศัยการใช้เทคโนโลยีการคัดเลือกวัตถุดิบคุณภาพพิเศษ และการขนส่งที่มีประสิทธิภาพ เพื่อรักษาความสดใหม่ของผลิตภัณฑ์ให้ได้มากที่สุด เซียนหล่างเริ่มเข้าสู่อุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยงในปี พ.ศ.2557 ด้วยผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์ป่น แต่หลังจากปีพ.ศ.2560 เซียนหล่างเริ่มหันมาพัฒนาผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์สดแทน โดยได้ปรับปรุงกรรมวิธีการอบเนื้อสด เป็นใช้วัตถุดิบจากเนื้อสัตว์ 93% ปราศจากนํ้ามันและสารแต่งสี รวมถึงใช้ระบบขนส่งแบบห่วงโซ่ความเย็น (Cold Chain) โดยยึดหลักที่ว่า “วัตถุดิบที่ดีเสริมสร้างสุขภาพ” และอาศัยคุณภาพความสดใหม่ของผลิตภัณฑ์ คุณประโยชน์ตามหลักโภชนาการ และการรับประกันคุณภาพ เป็นจุดขายสำคัญที่สร้างผลตอบรับอย่างดี จากข้อมูลดัชนี 10 อันดับธุรกิจผลิตภัณฑ์อาหารแมวประจำปี พ.ศ.2568 โดย huo1818.com (炼丹炉指数) พบว่า แบรนด์เซี่ยนหล่าง มีดัชนีอยู่ที่ 1574.9 ซึ่งถือเป็นอันดับที่สูงที่สุดในบรรดาผลิตภัณฑ์อาหารแมวจากประเทศจีน และเป็นรองเพียง Royal Canin แบรนด์สินค้าผลิตภัณฑ์อาหารแมวชื่อดังจากประเทศฝรั่งเศสเท่านั้น
ข้อมูดัชนี 10 อันดับธุรกิจผลิตภัณฑ์อาหารแมวประจำปีพ.ศ.2568 โดย huo1818.com

ที่มา https://n.sinaimg.cn/
นอกจากนี้ จากผลสำรวจพบว่า ผลิตภัณฑ์สินค้าสำหรับแมวชนิดอื่นๆ ยังคงขยายตัวอย่างมีเสถียรภาพ โดยเฉพาะกลุ่มผลิตภัณฑ์ประเภทอาหารแมวซึ่งมียอดขายที่น่าจับตามอง ทั้งยังจัดอยู่ในสินค้าที่มีความจำเป็นที่สุดสำหรับกลุ่มผู้บริโภคผู้รักแมว ในขณะเดียวกัน อัตราการบริโภคผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพแมวและขนมสำหรับแมวก็มีปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างมากตามลำดับ นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์สินค้าประเภทใหม่ที่เกิดขึ้นอย่างอุปกรณ์เดินเล่นสำหรับแมว การบริการชีวิตสัตว์เลี้ยง อุปกรณ์อัจริยะสำหรับสัตว์เลี้ยงล้วนมีอัตราการเติบโตอย่างสม่ำเสมอ กล่าวคือ อาหารแมวซึ่งเป็นสินค้าพื้นฐานยังคงได้รับความนิยมและมีอัตราการขยายตัวที่มั่นคง ขณะเดียวกัน สินค้าประเภทใหม่ ได้ถูกคิดค้นขึ้นและกำลังเติบโตในวงการเศรษฐกิจแมวต่อไปในอนาคต การขยายขอบเขตสินค้าภายในเศรษฐกิจแมวเกิดจากความต้องการพัฒนาผลิตภัณฑ์ดูแลสัตว์เลี้ยงที่มีคุณภาพสูง ควบคู่ไปกับเทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อยกระดับความหลากหลายและคุณภาพของสินค้าประเภทต่าง ๆ ต่อไปในอนาคต
ความเห็นสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองเซี่ยเหมิน: “เศรษฐกิจแมว” หรือ อุตสาหกรรมสินค้าและการบริการสำหรับแมวในประเทศจีนยังคงเติบโตอย่างมีเสถียรภาพ และคาดว่าจะมีการขยายขอบเขตของสินค้าและบริการให้มีความครอบคลุมอย่างครบวงจรในอนาคตต่อไป โดยกลุ่มผู้เลี้ยงแมวในปัจจุบันมีความกำลังซื้อ และในขณะเดียวกันก็มีความต้องการที่หลากหลาย ละเอียดอ่อน และให้ความใส่ใจพิถีพิถันกับการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับแมวที่มีความปลอดภัยสูง ทำให้ “เศรษฐกิจแมว” มีอัตราการเติบโตมากเป็นพิเศษกว่าธุรกิจสัตว์เลี้ยงชนิดอื่นอย่าง สุนัข หรือ ปลาสวยงาม
ผู้ประกอบการไทยด้านผลิตภัณฑ์สำหรับสัตว์เลี้ยงสามารถอาศัยจุดแข็งของประเทศไทยที่มีวัตถุดิบและระบบการการผลิตที่มีมาตรฐาน รวมถึงการใช้ผลการวิจัยด้านโภชนาการสำหรับแมว และใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ ร่วมด้วย เพื่อเป็นรากฐานสำคัญในการเจาะตลาดอาหารแมวในประเทศจีน โดยอาจใช้กรณีศึกษาของแบรนด์อาหารแมวชื่อดังอย่างเซียนหล่าง ในการปรับปรุงพัฒนาวงการผลิตภัณฑ์อาหารแมวในประเทศไทยเพื่อเจาะตลาดจีนต่อไป
สำหรับเมืองเซี่ยเหมิน ถือเป็นหนึ่งในเมืองที่มีชื่อเสียงด้านตลาดสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะธุรกิจสินค้าและการบริการสำหรับแมว ปัจจุบันภายในตลาดซื้อขายสัตว์เลี้ยงมีร้านค้ามากกว่า 100 แห่ง โดยจำนวนกิจการซื้อขายเฉพาะแมวมีราว 30 แห่ง มีการซื้อขายชนิดพันธุ์แมวตั้งแต่ราคาหลักร้อยไปจนถึงหลักหมื่นหยวน (ประมาณ 46,000บาท) ต่อตัว มีโรงพยาบาลและคลินิคสำหรับสัตว์เลี้ยงที่ได้รับการจดทะเบียนกว่า 42 แห่ง ทั้งยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่อาศัยแมวเป็นจุดขาย เช่น ถนนแมวติ่งเอ้าไจ่ (顶澳仔猫街) พิพิธภัณฑ์แมวเหมียว (猫咪博物馆) ตลอดจนธุรกิจคาเฟ่แมวกว่า 37 แห่ง
นอกจากนี้ ภายในเมืองเซี่ยเหมินยังมีการจัดนิทรรศการสัตวเลี้ยงประจำปี โดยเฉพาะการจัดแสดงสินค้าที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มเศรษฐกิจแมว อย่างนิทรรศการอุตสาหกรรมเศรษฐกิจแมว CEIE (猫经济产业创新博览会) หรือ นิทรรศการแมว (猫博会) ที่จัดในช่วงเดือนมีนาคมของทุกปี ซึ่งรวบรวมผู้ประกอบการด้านสัตว์เลี้ยงและผลิตภัณฑ์สำหรับแมวกว่า 2,000 รายการ มีผู้เข้าร่วมงานกว่า 20,000 คน ทั้งยังมีการจัดการประกวดชนิดพันธุ์แมว การแสดงปีนป่าย และการเปิดคูหาจำหน่ายผลิตภัณฑ์สำหรับแมว ผู้ประกอบการไทยที่มีความสนใจส่งออกอาหารแมวและผลิตภัณฑ์สำหรับแมวในตลาดจีนโดยเฉพาะในมณฑลฝูเจี้ยนและเจียงซี สามารถใช้นิทรรศการดังกล่าวเป็นช่องทางในการสำรวจตลาด และศึกษาแนวโน้มการเติบโตของอุตสาหกรรมวงการเศรษฐกิจแมวในประเทศจีนได้
https://n.sinaimg.cn/
https://mp.weixin.qq.com/s/Ymj89BJBkTJDPLg7x-Tc3g
http://www.fj.gov.cn/
https://mr.mbd.baidu.com/
เรียบเรียงโดยสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ เมืองเซี่ยเหมิน
14 ตุลาคม 2568