
ปี 2026 ถือเป็นปีที่กระแสสารฟื้นฟูผิวอย่าง PDRN ในตลาดความงามจีนกำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยตั้งแต่ต้นปีมีผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ขึ้นทะเบียนใช้ส่วนผสมดังกล่าวแล้วกว่า 931 ผลิตภัณฑ์ ขณะที่ผู้ผลิต โรงงานรับจ้างผลิต (OEM/ODM) และแบรนด์ความงามต่างเร่งลงทุนเพื่อรองรับความต้องการของตลาดที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว
จากข้อมูลของ CBNData และ Qingyan ระบุว่า ระหว่างเดือนมกราคม-กรกฎาคม ปี 2026 มีแบรนด์ความงามกว่า 30 แบรนด์ เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีส่วนผสม PDRN รวม 37 รายการ ครอบคลุมตั้งแต่เซรั่ม ครีมบำรุง มาสก์ ผลิตภัณฑ์แบบแคปซูล ไปจนถึงรองพื้นและเครื่องสำอาง โดยในรูปแบบแผ่นมาสก์หน้ามีการเปิดตัวมากที่สุดอยู่ที่ 11 ผลิตภัณฑ์ รองลงมาคือผลิตภัณฑ์บำรุงผิวชนิดเข้มข้น (Ampoule) 9 ผลิตภัณฑ์ แสดงให้เห็นว่าการใช้งานของ PDRN ได้ขยายจากสกินแคร์ไปสู่เกือบทุกหมวดหมู่ของตลาดความงาม
ยอดขายผลิตภัณฑ์ PDRN บนแพลตฟอร์ม Tmall, JD.com และ Douyin

ที่มา: https://www.cbndata.com/
ปี 2022 ยอดขายผลิตภัณฑ์ PDRN บนแพลตฟอร์ม Tmall, JD.com และ Douyin อยู่ที่ 1.5 ล้านหยวน (ประมาณ 7.5 ล้านบาท) ก่อนเพิ่มขึ้นเป็น 408 ล้านหยวน (ประมาณ 2,040 ล้านบาท) ในปี 2025 หรือเติบโตเกือบ 270 เท่า ขณะที่ในปี 2026 มีผลิตภัณฑ์ใหม่ที่จดทะเบียนใช้ส่วนผสม PDRN แล้วกว่า 931 รายการ บ่งชี้ว่าตลาดยังอยู่ในช่วงขยายตัว และมีผู้พัฒนาผลิตภัณฑ์ทยอยเข้าสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง
อีกแรงผลักดันสำคัญมาจากกระแสบนสื่อออนไลน์ โดยภาพรวมในปี 2025 การกล่าวถึง PDRN บนแพลตฟอร์ม Douyin, Xiaohongshu, Weibo และ Kuaishou เพิ่มขึ้นประมาณ 2.4-33 เท่า เมื่อเทียบกับปีก่อน ส่งผลให้ผู้บริโภครู้จักสารสกัดชนิดนี้ในวงกว้าง และช่วยลดต้นทุนการประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์
เบื้องหลังการแข่งขันของแบรนด์คือการลงทุนของผู้วิจัยสารสกัดและโรงงานผลิตซึ่งช่วยให้ PDRN มีต้นทุนต่ำลงและผลิตได้ในระดับอุตสาหกรรม เดิมสารชนิดนี้ต้องสกัดจากปลาแซลมอนหรือเนื้อเยื่อธรรมชาติ ทำให้มีข้อจำกัดด้านปริมาณ ความบริสุทธิ์ และต้นทุนการผลิต แต่ปัจจุบันผู้ผลิตหลายรายพัฒนาเทคโนโลยีชีวภาพและการสังเคราะห์สารสกัดขึ้นมาแทน ส่งผลให้สามารถควบคุมคุณภาพได้ดีขึ้นและขยายกำลังการผลิตได้มากกว่าเดิม

ที่มา: https://www.baidu.com/
ตัวอย่างโรงงานผลิตสำคัญอย่าง Bloomage Biotech ซึ่งเปิดเป็นโรงงานผลิต PDRN และ PN แห่งใหม่ ที่เมืองเวยไห่ มณฑลซานตง ในปี 2026 มีกำลังการผลิตประมาณ 2 ตันต่อปี ซึ่งนับเป็นหนึ่งในฐานการผลิต PDRN ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ขณะที่ RegeneMed พัฒนาเทคโนโลยีชีวสังเคราะห์เพื่อลดการพึ่งพาวัตถุดิบจากปลาแซลมอนส่วน Cosmax ผู้รับจ้างผลิตเครื่องสำอางรายใหญ่ของโลก ก็พัฒนาสารสกัด PDRN ทั้งจากพืช และปลาคาเวียร์ที่ทำร่วมกับแบรนด์เกาหลี เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของแบรนด์ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
อีกหนึ่งความเปลี่ยนแปลงที่น่าจับตามอง คือการแข่งขันในตลาดที่เริ่มเปลี่ยนจากการใส่ PDRN เพียงอย่างเดียวไปสู่การพัฒนาสูตรที่ซับซ้อนมากขึ้น หลายแบรนด์เลือกใช้ PDRN จากหลายแหล่งร่วมกัน เช่น ปลาแซลมอนและพืช หรือผสมกับสารสกัดชนิดอื่นอย่างสารต้านอนุมูลอิสระ เปปไทด์ และคอลลาเจน เพื่อสร้างจุดขายใหม่และเพิ่มประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ แสดงให้เห็นว่าทิศทางการแข่งขันของตลาดกำลังเปลี่ยนไปสู่การแข่งขันด้านนวัตกรรม และเทคโนโลยีของผลิตภัณฑ์มากขึ้น
แม้กระแส PDRN จะเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมมองว่าตลาดยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น และยังมีความท้าทายหลายด้าน ทั้งการแข่งขันของผู้คิดค้นผลิตภัณฑ์และสารสกัด การใช้ส่วนผสมในเชิงการตลาดโดยไม่มีความแตกต่างด้านประสิทธิภาพ และรวมถึงการสร้างความเข้าใจให้ผู้บริโภคว่าผลิตภัณฑ์แต่ละประเภท แตกต่างกันอย่างไร โดยเฉพาะ PDRN จากสัตว์ พืช และการสังเคราะห์ ซึ่งมีคุณสมบัติและต้นทุนต่างกัน
แนวโน้มตลาด PDRN โลกและตลาดเครื่องสำอางจีน

ที่มา: https://www.dwzq.com.cn/
รายงานของ Dongwu Securities คาดการณ์ว่า ตลาด PDRN โลกจะมีมูลค่าประมาณ 285 ล้านเหรียญสหรัฐ ฯ (ประมาณ 9,400 ล้านบาท) ภายในปี 2029 เติบโตเฉลี่ยร้อยละ 43 ต่อปี และจีนจะครองสัดส่วนตลาดประมาณร้อยละ 34 ของตลาดโลก ซึ่งเป็นภูมิภาคที่เติบโตเร็วที่สุด ภาพรวมดังกล่าวสอดคล้องกับตลาดเครื่องสำอางจีนที่ยังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2025 ยอดค้าปลีกเครื่องสำอางของจีนอยู่ที่ 465,300 ล้านหยวน (ประมาณ2,326,500 ล้านบาท) เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.1 จากปีก่อน แสดงให้เห็นว่าตลาดยังมีศักยภาพรองรับผลิตภัณฑ์ที่เน้นนวัตกรรมและส่วนผสมเชิงวิทยาศาสตร์ ขณะเดียวกันผู้ประกอบการไทยก็เริ่มนำ PDRN มาใช้ในผลิตภัณฑ์มากขึ้น ซึ่งอาจเป็นอีกหนึ่งโอกาสสำหรับการพัฒนาสินค้าและการแข่งขันในตลาดความงามของไทยในระยะต่อไป

ที่มา: https://www.baidu.com/
การเติบโตของตลาดส่งผลให้การแข่งขันทวีความเข้มข้นขึ้น โดยไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะแบรนด์สกินแคร์ แต่ยังขยายเข้าสู่ตลาดเครื่องสำอางอย่างรวดเร็ว ผู้ประกอบการจีนหลายราย อาทิ Proya, Nature Hall, Winona, QuadHA, Fulijia, Ushare, Inoherb, Pechoin, Kans และ Marubi ต่างทยอยเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีส่วนผสม PDRN อย่างต่อเนื่อง ขณะที่ Fan Beauty Diary เปิดตัวคุชชั่นผสม PDRN ซึ่งสามารถสร้างยอดขายได้กว่า 1 ล้านหยวน (ประมาณ 5 ล้านบาท) ภายในเวลาเพียง 4 ชั่วโมง หลังวางจำหน่าย ส่วน Mooekiss ก็เริ่มนำ PDRN จากปลาแซลมอนมาใช้ในผลิตภัณฑ์ลิป แสดงให้เห็นว่าการประยุกต์ใช้ส่วนผสมดังกล่าวเริ่มขยายจากกลุ่มสกินแคร์สู่ตลาดเครื่องสำอางอย่างชัดเจน
นอกจากผู้ผลิตจีนแล้ว แบรนด์ระดับโลกก็เร่งเข้าสู่ตลาดนี้เช่นกัน โดย Clinique, Elizabeth Arden, Avène และ Abib ต่างทยอยเปิดตัวผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสม PDRN ปัจจุบัน Clinique เปิดตัว CX Skin Repair Series ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์แรกของแบรนด์ที่นำ Recombinant PDRN มาเป็นส่วนผสมหลัก ที่ชูจุดเด่นด้านการฟื้นฟูผิวและชะลอวัยโดยไม่ต้องพึ่งหัตถการ แนวโน้มดังกล่าวบ่งชี้ว่า PDRN ไม่ได้เป็นเพียงกระแสในตลาดจีน แต่กำลังก้าวขึ้นเป็นส่วนผสมสำคัญของอุตสาหกรรมความงามระดับโลก
ความเห็นสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองเซี่ยเหมิน:
มณฑลฝูเจี้ยนเป็นหนึ่งในฐานการผลิตและส่งออกเครื่องสำอางที่สำคัญของจีน โดยเมืองเซี่ยเหมินมีบทบาททั้งด้านการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ การรับจ้างผลิต (OEM/ODM) การส่งออก และการค้าผ่านช่องทาง Cross-border E-commerce ข้อมูลจากสำนักงานศุลกากรเมืองเซี่ยเหมินระบุว่า ในปี 2025 เมืองเซี่ยเหมินส่งออกเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์เสริมความงามมูลค่า 3,080 ล้านหยวน (ประมาณ 15,400 ล้านบาท) เพิ่มขึ้นร้อยละ 12.4 จากปีก่อน ขณะที่การค้าผ่านช่องทาง Cross-border E-commerce ของเมืองเซี่ยเหมิน เติบโตร้อยละ 51.1 ในปี 2025 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า บ่งชี้ให้เห็นว่า เซี่ยเหมินกำลังมีบทบาทมากขึ้นในฐานะศูนย์กลางการผลิต การจำหน่าย ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ และการกระจายสินค้าไปยังตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะอาเซียน ซึ่งอาจเป็นช่องทางที่ผู้ประกอบการไทยสามารถใช้ในการขยายตลาดเข้าสู่จีนได้
กระแสการเติบโตของสกินแคร์เชิงวิทยาศาสตร์ถือเป็นโอกาสในการต่อยอดสินค้า โดยเฉพาะแบรนด์ที่มีศักยภาพด้านการวิจัยและการพัฒนาสูตร ซึ่งล้วนพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เน้นสารสกัดและนวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภครุ่นใหม่ นอกจากนี้ ไทยก็ยังมีศักยภาพด้านการรับจ้างผลิตเครื่องสำอาง (OEM/ODM) ที่ได้รับการยอมรับในระดับภูมิภาค และมีมูลค่าการส่งออกเครื่องสำอางเฉลี่ย 60,000-90,000 ล้านบาทต่อปี โดยตลาดจีนยังคงเป็นหนึ่งในตลาดส่งออกสำคัญของไทย
สำนักงานฯ เห็นว่า แม้กระแส PDRN จะเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ผลักดันตลาดความงามจีนในปัจจุบัน แต่การแข่งขัน ในระยะต่อไปจะขึ้นอยู่กับความสามารถในการพัฒนาสูตร การมีผลการวิจัยรองรับประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ และการสร้างความแตกต่างของผลิตภัณฑ์มากกว่าการใช้ส่วนผสมชนิดเดียว รวมถึงความสามารถในการเจาะตลาด ผู้ประกอบการไทยจึงควรติดตามแนวโน้มข้อมูลสารสกัดเทคโนโลยีชีวภาพและกฎระเบียบของจีนอย่างใกล้ชิด โดยอาศัยมณฑลฝูเจี้ยนและเมืองเซี่ยเหมินเป็นพื้นที่ในการศึกษาตลาด สร้างความร่วมมือกับผู้พัฒนาสารสกัด ผู้รับจ้างผลิต (OEM/ODM) และพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อยกระดับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ขยายตลาดสู่จีนในระยะยาว
https://www.cbndata.com
https://www.qingyanwh.com
https://www.dwzq.com.cn/
https://www.baidu.com/
http://xiamen.customs.gov.cn
เรียบเรียงโดยสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองเซี่ยเหมิน
สิงหาคม 2569