
สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) ประกาศเมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2569 ว่า รัฐบาลของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ได้เปิดการสอบสวนทางการค้ากับเกาหลีใต้ จีน ญี่ปุ่น และอีก 13 ประเทศ เพื่อตรวจสอบการปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม โดยเฉพาะกรณีกำลังการผลิตและการผลิตส่วนเกินในเชิงโครงสร้าง ซึ่งอาจนำไปสู่การเก็บภาษีศุลกากรเพิ่มเติม
นายเจมิสัน เกรียร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ ระบุว่า การสอบสวนนี้ดำเนินภายใต้มาตรา 301 ของ Trade Expansion Act ปี 1974 ซึ่งอนุญาตให้ USTR ตรวจสอบการปฏิบัติทางการค้าของต่างประเทศที่ไม่เป็นรายประเทศ ทั้งนี้ การสอบสวนมุ่งเน้นไปที่ประเทศที่พบหลักฐานของกำลังการผลิตส่วนเกิน เช่น การเกินดุลการค้าอย่างต่อเนื่อง กำลังการผลิตที่ไม่ได้ใช้เต็มที่ และนโยบายที่สนับสนุนการผลิตหรือการส่งออกโดยไม่สอดคล้องกับความต้องการตลาด
ประเทศที่อยู่ในการสอบสวน ได้แก่ เกาหลีใต้ จีน อินเดีย ญี่ปุ่น สหภาพยุโรป สิงคโปร์ สวิตเซอร์แลนด์ นอร์เวย์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย กัมพูชา ไทย เวียดนาม ไต้หวัน บังกลาเทศ และเม็กซิโก
สำหรับเกาหลีใต้ Federal Register ของสหรัฐฯ ระบุว่า พบหลักฐานการผลิตส่วนเกิน โดยเฉพาะในภาค ปิโตรเคมี และพบดุลสินค้ารวมบริการระหว่างเกาหลีใต้กับสหรัฐฯ เกินดุลอยู่ที่ประมาณ 56,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2567 ซึ่งสะท้อนถึงความจำเป็นในการลดกำลังการผลิต
คณะกรรมการสอบสวนของ USTR จะเปิดรับความคิดเห็นจากสาธารณะและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียผ่าน เอกสารลายลักษณ์อักษร และมีกำหนดเส้นตายสำหรับการยื่นความคิดเห็นและคำร้องวันที่ 15 เมษายน 2569 และมีกำหนดจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นประมาณวันที่ 5 พฤษภาคม 2569 หลังจากนั้น USTR จะสรุปผลและเสนอ แนวทางตอบสนอง ซึ่งอาจรวมถึงการเก็บภาษีนำเข้า การเจรจาต่อรอง หรือมาตรการอื่น ๆ
นายคิมจองกวาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และนายยอฮันกู รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้าฯ ได้เดินทางไปวอชิงตันเพื่อหารือกับรัฐมนตรีพาณิชย์และผู้แทนการค้าของสหรัฐฯ โดยยืนยันว่าจะทำงานอย่างใกล้ชิดกับสหรัฐฯ เพื่อที่จะรักษาผลประโยชน์ที่ได้จากข้อตกลงภาษีระหว่างเกาหลีใต้-สหรัฐฯ พร้อมกล่าวว่าจะรักษาคำมั่นที่ให้ไว้ในข้อตกลงทางการค้า โดยเน้นความสำคัญของกฎหมายพิเศษที่รับรองการลงทุนของเกาหลีใต้มูลค่า 350,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรเกาหลีใต้อนุมัติเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 12 มีนาคม 2569
เกาหลีใต้ยังชี้แจงว่า การสอบสวนไม่ได้เกี่ยวข้องกับกรณีบริษัท Coupang ที่เกิดเหตุข้อมูลของผู้ใช้บริการรั่วไหลและได้ตกลงกับสหรัฐฯ เพื่อป้องกันไม่ให้กระทบต่อข้อตกลงการลงทุนระหว่างสองประเทศ ขณะเดียวกันรัฐบาลเกาหลีใต้จะใช้ช่องทางประชุมรับฟังความคิดเห็นและยื่นเอกสารต่อ USTR เพื่อชี้แจงสถานการณ์อย่างเป็น ระบบ
อนึ่ง ปัจจุบันสินค้าจากเกาหลีใต้ถูกสหรัฐฯ เก็บภาษีนำเข้าร้อยละ 10 ยกเว้นสินค้าบางประเภท เช่น รถยนต์ เหล็ก และอะลูมิเนียม ซึ่งยังอยู่ภายใต้มาตรา 232 ของ Trade Expansion Act ปี 1962 ที่อนุญาตให้เก็บภาษีนำเข้าสินค้าที่ถูกมองว่าเป็นภัยต่อความมั่นคงแห่งชาติ โดยภาษีรถยนต์อยู่ที่ร้อยละ 15 ส่วนเหล็กและอะลูมิเนียมอยู่ที่ร้อยละ 50
ความคิดเห็น
การสอบสวนอาจส่งผลทางอ้อมต่อการส่งออกไทยไปเกาหลี เนื่องจากเกาหลีใต้เป็นคู่ค้าหลักของสหรัฐฯ และมาตรการตรวจสอบกำลังการผลิตส่วนเกินอาจกระทบการแข่งขันด้านราคาและส่วนแบ่งตลาดสินค้าไทย ผู้ส่งออกไทยที่เกี่ยวข้องกับวัตถุดิบหรือสินค้าผ่านเกาหลีใต้ไปสหรัฐฯ จึงอาจเผชิญความไม่แน่นอนด้านต้นทุนและกำไร จำเป็นต้องปรับกลยุทธ์การส่งออกให้สอดคล้องกับความต้องการตลาด และสร้างความเชื่อมั่นให้คู่ค้าชาวเกาหลีใต้ว่า ผลิตภัณฑ์ไทยไม่ได้เกี่ยวข้องกับประเด็นกำลังการผลิตส่วนเกินหรือการปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม
***************************************
สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงโซล