
การส่งออกเซมิคอนดักเตอร์และผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ของฟิลิปปินส์มีแนวโน้มทำสถิติสูงสุดใหม่ที่มูลค่า 54,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2569 จากความต้องการชิ้นส่วนเทคโนโลยีที่เพิ่มขึ้นเพื่อรองรับปัญญาประดิษฐ์ (artificial intelligence: AI) และศูนย์ข้อมูล (Data centers) โดยนาย Danilo C. Lachica ประธานมูลนิธิอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์แห่งฟิลิปปินส์ (Semiconductor and Electronics Industries in the Philippines Foundation, Inc.: SEIPI) กล่าวว่า SEIPI คาดการณ์เบื้องต้นว่าการส่งออกเซมิคอนดักเตอร์และผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ในปี 2569 จะขยายตัวร้อยละ 5 แต่จากผลการดำเนินงานของอุตสาหกรรมที่ปรับตัวดีขึ้น จึงปรับเพิ่มประมาณการเป็นร้อยละ 10 คิดเป็นมูลค่าประมาณ 53,000 – 54,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยในปี 2568 SEIPI ไม่คาดว่าการส่งออกจะขยายตัวถึงร้อยละ 16 จึงคาดการณ์ว่าในปี 2569 การส่งออกจะทรงตัว เนื่องจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์และการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทาน อย่างไรก็ตาม การส่งออกกลับได้รับแรงขับเคลื่อนจากความต้องการที่เกี่ยวข้องกับ AI โดยข้อมูลจาก SEIPI ระบุว่า ในปี 2568 การส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ขยายตัวร้อยละ 16.11 มีมูลค่า 49,640 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นจาก 42,750 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2567 ทั้งนี้ ฟิลิปปินส์ไม่ได้ผลิตชิปสำหรับ AI โดยตรง แต่มีความเชี่ยวชาญในการผลิตอุปกรณ์สนับสนุนสำหรับระบบประมวลผล AI และศูนย์ข้อมูล ขณะที่ความต้องการ AI และศูนย์ข้อมูลยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการขยายตัวของชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์สำหรับยานยนต์ จึงคาดการณ์ว่าการส่งออกจะขยายตัวร้อยละ 10 โดยฮ่องกงยังคงเป็นตลาดส่งออกอันดับหนึ่งสำหรับสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และเซมิคอนดักเตอร์ที่ผลิตในฟิลิปปินส์ รองลงมา ได้แก่ สหรัฐอเมริกาและจีน ขณะที่จีนยังคงเป็นแหล่งนำเข้าสินค้าอิเล็กทรอนิกส์อันดับหนึ่งของฟิลิปปินส์ โดยมีแผ่นเวเฟอร์ซิลิคอนเป็นสินค้านำเข้าหลัก ส่งผลให้ฟิลิปปินส์จำเป็นต้องเร่งเสริมสร้างโครงการริเริ่มด้านการผลิตภายในประเทศ ทั้งนี้ ปี 2568 ฟิลิปปินส์มีสัดส่วนประมาณ ร้อยละ 5 ของตลาดเซมิคอนดักเตอร์โลก
นอกจากนี้ SEIPI ยังมีเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนของฟิลิปปินส์ในตลาดบริการผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ซึ่งเป็นภาคส่วนที่มีความเชี่ยวชาญด้านการประกอบอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภคอย่างครบวงจร รวมถึง โทรศัพท์เคลื่อนที่ โดยตลาดดังกล่าวมีมูลค่าหลายล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ แต่ปัจจุบันฟิลิปปินส์มีสัดส่วนเพียงร้อยละ 1 ทั้งนี้ กลุ่มอุตสาหกรรมมีแผนเสนอต่อกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีพิจารณาจัดตั้งโรงงานผลิตแผ่นเวเฟอร์ในระดับห้องปฏิบัติการอีกครั้ง โดยตั้งเป้าดำเนินการภายในปี 2570 เพื่อใช้เป็นโครงการต้นแบบ แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของฟิลิปปินส์ในการผลิตแผ่นเวเฟอร์ ตลอดจนการเป็นศูนย์กลางการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ขั้นปลาย ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านการประกอบ การทดสอบ และการบรรจุภัณฑ์ รวมถึงอยู่ระหว่างการพัฒนาอุตสาหกรรมการออกแบบวงจรรวม (Integrated Circuit: IC) อย่างไรก็ตาม หากไม่มีโรงงานผลิตแผ่นเวเฟอร์ ฟิลิปปินส์จะไม่สามารถใช้ศักยภาพของประเทศได้อย่างเต็มที่เพื่อพัฒนาห่วงโซ่อุปทานเซมิคอนดักเตอร์ให้ครบวงจร ขณะเดียวกัน การจัดตั้งโรงงานผลิตแผ่นเวเฟอร์ภายในศูนย์กลาง AI-native ของฟิลิปปินส์ ณ New Clark City จังหวัด Tarlac ภายใต้โครงการ Pax Silica ยังไม่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากฟิลิปปินส์ยังไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นให้แก่บริษัทผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์รายใหญ่ เช่น บริษัท Taiwan Semiconductor Manufacturing Co. (TSMC) และ บริษัท Texas Instruments, Inc. (TI) ให้เข้ามาจัดตั้งโรงงานผลิตแผ่นเวเฟอร์ในประเทศได้ เนื่องจากยังขาดประวัติผลงานและประสบการณ์ที่น่าเชื่อถือเพียงพอที่จะรองรับการลงทุนดังกล่าว
นาย Arsenio M. Balisacan รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจ การวางแผน และการพัฒนา (Department of Economy, Planning, and Development Secretary) กล่าวว่า ศูนย์กลาง AI-native ที่อยู่ระหว่างการจัดตั้งใน New Clark City จังหวัด Tarlac ภายใต้โครงการ Pax Silica จะช่วยเพิ่มมูลค่าการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และเซมิคอนดักเตอร์ของฟิลิปปินส์ โดยอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ของฟิลิปปินส์ในปัจจุบันยังตามหลังการพัฒนาการของเทคโนโลยีใหม่ๆ ดังนั้น หากสามารถดึงดูดอุตสาหกรรมดังกล่าวเข้ามาดำเนินการภายใต้โครงการ Pax Silica ได้สำเร็จ จะถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญที่จะช่วยยกระดับขีดความสามารถและเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้แก่อุตสาหกรรมของประเทศ ทั้งนี้ ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติฟิลิปปินส์ระบุว่า ผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ยังคงเป็นสินค้าส่งออกอันดับหนึ่งของฟิลิปปินส์ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 โดยมีมูลค่า 26,100 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นร้อยละ 20.7 จาก 21,620 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในช่วงเดียวกันของปี 2568 ขณะที่การส่งออกเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งเป็นสินค้าส่งออกหลักของกลุ่มผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ เพิ่มขึ้นร้อยละ 21.7 มีมูลค่า 19,500 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 เพิ่มขึ้นจาก 16,020 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในช่วงเดียวกันของปีก่อน
ที่มา: Business World
บทวิเคราะห์และข้อคิดเห็น
• การขยายตัวของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ของฟิลิปปินส์ โดยมี AI ศูนย์ข้อมูล และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์สำหรับยานยนต์เป็นแรงขับเคลื่อน ประกอบกับการผลักดันโครงการ Pax Silica และการพัฒนา New Clark City ให้เป็นศูนย์กลาง AI-native จะเป็นปัจจัยสนับสนุนการลงทุนและเพิ่มความต้องการนำเข้าเครื่องจักร อุปกรณ์ ชิ้นส่วน วัตถุดิบ ระบบไฟฟ้า ระบบระบายความร้อน ระบบอัตโนมัติ และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นโอกาสสำหรับผู้ประกอบการไทย ในการขยายการส่งออกสินค้าและบริการที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการเข้าเป็นผู้จัดหาชิ้นส่วนและวัตถุดิบให้แก่ผู้ประกอบการในห่วงโซ่อุปทาน ตลอดจนพิจารณาการร่วมทุนหรือการจัดตั้งฐานการผลิตในฟิลิปปินส์เพื่อรองรับการลงทุนของบริษัทต่างชาติ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากฟิลิปปินส์ยังมีข้อจำกัดด้านการผลิตแผ่นเวเฟอร์และกิจกรรมต้นน้ำ จึงยังต้องพึ่งพาการนำเข้าวัตถุดิบและเทคโนโลยีจากต่างประเทศ ซึ่งเป็นโอกาสสำหรับไทยในระยะสั้นถึงระยะกลาง ขณะที่ในระยะยาว หากฟิลิปปินส์สามารถดึงดูดบริษัทเซมิคอนดักเตอร์และเทคโนโลยีชั้นนำเข้ามาลงทุน และพัฒนาห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศได้สำเร็จ จะช่วยยกระดับฟิลิปปินส์จากฐานการประกอบ ทดสอบ และบรรจุภัณฑ์ไปสู่กิจกรรมที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น และอาจทำให้ฟิลิปปินส์กลายเป็นคู่แข่งสำคัญของไทยในการดึงดูดการลงทุนและการเป็นฐานการผลิตอิเล็กทรอนิกส์และเซมิคอนดักเตอร์ในภูมิภาค นอกจากนี้ การเชื่อมโยงฟิลิปปินส์เข้ากับห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยีของประเทศพันธมิตรอาจส่งผลให้บริษัทข้ามชาติกระจายฐานการผลิตและแหล่งจัดซื้อมายังฟิลิปปินส์มากขึ้น ดังนั้น ผู้ประกอบการไทยควรติดตามความคืบหน้าของโครงการ Pax Silica นโยบายส่งเสริมการลงทุน และมาตรการต่างๆ ของฟิลิปปินส์อย่างใกล้ชิด พร้อมเร่งสร้างเครือข่ายกับผู้ประกอบการและนักลงทุนในอุตสาหกรรมดังกล่าว และมุ่งพัฒนาสินค้า เทคโนโลยี และบริการที่มีมูลค่าเพิ่มสูง เพื่อใช้ประโยชน์จากความต้องการที่เพิ่มขึ้นในระยะเริ่มต้น ขณะเดียวกันควรเตรียมรับมือกับการแข่งขันที่อาจเพิ่มขึ้นในระยะยาว โดยเฉพาะด้านการดึงดูดการลงทุน การเป็นฐานการผลิต และการเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานอิเล็กทรอนิกส์และเซมิคอนดักเตอร์ของภูมิภาค ทั้งนี้ การพัฒนา Pax Silica ยังอยู่ในระยะเริ่มต้นและการลงทุนของภาคเอกชนยังมีความไม่แน่นอน จึงควรติดตามความคืบหน้าอย่างต่อเนื่องก่อนประเมินผลกระทบในระยะยาวอย่างเป็นรูปธรรม
-----------------------------------
สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงมะนิลา
สิงหาคม 2569