fb
เส้นข้าวจากเอเชียทำสถิติสูงสุด 2 ปีซ้อน
โดย
Wattanachai
ลงเมื่อ 27 กุมภาพันธ์ 2569 19:00
สคต. ณ กรุงโตเกียว (ญี่ปุ่น) (TTC, Tokyo (Japan))
5

         ปริมาณการนำเข้า “เส้นข้าว” (Rice Noodles) จากประเทศในเอเชียทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ในปี 2567 และ ปี 2568 โดยเนื่องจากสินค้าส่วนใหญ่ผลิตในประเทศไทยและเวียดนาม ปริมาณนำเข้าจึงถือเป็นดัชนีชี้วัดแนวโน้มตลาดได้อย่างชัดเจน
จากสถิติศุลกากรของญี่ปุ่น ปี 2568 มีปริมาณนำเข้า 11,811 ตัน เพิ่มขึ้น 5% จากปีก่อนหน้า ขณะที่ปี 2567 เพิ่มขึ้นถึง 15% เมื่อเทียบกับปีก่อน
ปัจจัยที่ทำให้ตลาดขยายตัว ได้แก่
•    การเพิ่มขึ้นของแรงงานฝึกทักษะชาวเวียดนามในญี่ปุ่น ส่งผลให้ “เฝอ” ได้รับความนิยมมากขึ้น
•    ความต้องการเส้นหมี่ข้าว (Bii fun “Bii” = “rice” and “fun” = “powder”) 
แบบกึ่งสำเร็จรูป (Freeze Dried) ที่เพิ่มขึ้นในธุรกิจร้านอาหารหลากหลายประเภท
•    ความสำเร็จของร้านราเมงปลอดกลูเตน (Gluten-Free) ของบริษัทผู้ผลิตรายใหญ่ ทำให้ศักยภาพของเส้นปลอดกลูเตน (GF) ขยายวงกว้างมากกว่าเพียงเส้นหมี่ข้าว (Be-fun) และเฝอ ทั้งในและต่างประเทศ


ผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย
        เส้นก๋วยเตี๋ยวที่จำหน่ายในญี่ปุ่นเกือบทั้งหมดเป็นการนำเข้า โดยส่วนใหญ่มาจากประเทศไทยและเวียดนาม ความต้องการเส้นก๋วยเตี๋ยวที่เพิ่มขึ้นในญี่ปุ่นส่งผลดีต่อการนำเข้าจากประเทศไทย ซึ่งเพิ่มขึ้น 28.7% เมื่อเทียบกับปี 2564
 

4.jpg

 นอกจากนี้ ผู้ผลิตรายใหญ่ที่สุด KENMIN FOODS Co., ltd. มีฐานการผลิตในประเทศไทย หากการเติบโตของผลประกอบการ คาดว่าจะส่งผลดีต่อความต้องการข้าววัตถุดิบในประเทศ การจ้างงานในท้องถิ่น การสร้างมูลค่าเพิ่มในห่วงโซ่อุปทาน อย่างไรก็ตาม จากการเพิ่มขึ้นของชาวเวียดนามที่พำนักในญี่ปุ่น การแข่งขันกับสินค้าจากเวียดนามมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น ดังนั้น การสร้างความแตกต่างด้านคุณภาพ ภาพลักษณ์แบรนด์ และการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อตลาดปลอดกลูเตน จะเป็นกุญแจสำคัญในอนาคต


ข้อคิดเห็น / ข้อเสนอแนะของ สคต. (สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ)
        จากแนวโน้มความต้องการที่เพิ่มขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ผู้ซื้อในญี่ปุ่นกำลังมองหาแหล่งจัดซื้อเส้นข้าวรายใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่องในงานแสดงสินค้าอาหาร “SUPERMARKET TRADE SHOW” ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 18–20 กุมภาพันธ์ 2569 ณ Makuhari Messe ในจังหวัดชิบะ มีบริษัทไทยผู้ผลิตเส้นข้าวเข้าร่วมออกบูธ และได้รับความสนใจจากผู้ซื้อเป็นอย่างมาก สะท้อนให้เห็นว่าปัจจุบันเป็นช่วงเวลาที่มีศักยภาพสูงในการผลักดันการส่งออกเส้นข้าวสู่ตลาดญี่ปุ่น อย่างไรก็ตาม สินค้าไทยมีแนวโน้มถูกเปรียบเทียบกับสินค้าจากเวียดนามโดยตรง ผู้ประกอบการไทยจึงควรให้ความสำคัญกับการแข่งขันด้านราคาอย่างเหมาะสม ความสามารถในการจัดส่งอย่างสม่ำเสมอ คุณภาพและรสชาติที่คงที่ การปฏิบัติตามมาตรฐานสุขอนามัยสากล มีการสื่อสารให้ผู้บริโภคในญี่ปุ่นอย่างชัดเจน เหล่านี้เป็นจุดแข็ง จะช่วยเสริมศักยภาพการแข่งขันของสินค้าไทยในตลาดญี่ปุ่นได้อย่างยั่งยืน

********************* ******************

สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น
แปลและเรียบเรียงจาก
หนังสือพิมพ์ The Japan Food Journal วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569
 

TH-ฉบับที่ 10 วันที่ 16- 28 กุมภาพันธ์ 2569.pdf
Share :
Instagram