
ในไต้หวันมีการประกวดนวัตกรรมอุตสาหกรรมอาหาร Food Innovation Awards (食創獎) ซึ่งได้รับสมญานามว่าเป็น “รางวัลออสการ์แห่งอุตสาหกรรมอาหารไต้หวัน” จัดโดยสื่อเฉพาะทางด้านอาหาร foodNEXT ร่วมกับแพลตฟอร์มระดมทุนอาหาร Food Chill (拾光)
ในปี 2025 ที่ผ่านมาการแจกรางวัล Food Innovation Awards ในประเภท “10 ผลิตภัณฑ์อาหารใหม่สุดอร่อยแห่งปี” foodNEXT ได้ร่วมมือกับบริษัทวิจัยตลาดระดับโลก Innova Market Insights คัดเลือกผลิตภัณฑ์ใหม่ 40 รายการ ที่วางจำหน่ายระหว่าง สิงหาคม 2024 ถึง มิถุนายน 2025 พิจารณาจากความอร่อย โภชนาการ ความโดดเด่น ความคิดสร้างสรรค์ และความสอดคล้องกับ 10 เทรนด์อาหารและเครื่องดื่มปี 2025 ได้แก่ วัตถุดิบใหม่คุณภาพสูง, โภชนาการแม่นยำ, รสชาติใหม่, สุขภาพลำไส้ที่ดี, โปรตีนจากพืช, รับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ, อาหารเพื่อความงาม, วัฒนธรรมอาหารรูปแบบใหม่ (Food Culture–Tradition Reinvented), อาหารปลอบประโลมใจ, รวมถึงนวัตกรรมรสชาติอัจฉริยะ
คะแนนตัดสินแบ่งเป็น คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ 40% คณะตัวแทน KOL 20% และคะแนนโหวตจากผู้บริโภค 40% โดยปีนี้ถือเป็นครั้งแรกที่มีการเพิ่มคณะ KOL เข้าร่วมชิม เพื่อให้ผลการประเมิน “10 ผลิตภัณฑ์อาหารใหม่สุดอร่อยแห่งปี” สะท้อนความนิยมของตลาดจริงมากยิ่งขึ้น รายละเอียดผลการตัดสินปรากฎที่ เว็บไซต์ https://2025fia.foodnext.net/awards-vote
ในบรรดา “10 ผลิตภัณฑ์ใหม่สุดอร่อยแห่งปี” แยกตามความโดดเด่นแต่ละด้าน จะเห็นได้ว่าด้าน คุณภาพวัตถุดิบ (Ingredients and Beyond) เป็นปัจจัยสำคัญอันดับแรกในการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค
ไม่ว่าจะเป็นความสด คุณค่าทางโภชนาการ ประโยชน์ต่อสุขภาพ หรือแหล่งที่มาของวัตถุดิบ ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับรางวัลซึ่งมีความโดดเด่นในด้านวัตถุดิบคุณภาพสูง มีมากถึง 3 รายการ ได้แก่
| ซอสพริกสับปะรดหมัก แบรนด์ Leezen (里仁X酸女孩) ใช้วัตถุดิบท้องถิ่น หมักตามธรรมชาติ ปราศจากสารเติมแต่ง ผลิตด้วยกระบวนการคาร์บอนต่ำ และให้การสนับสนุนเกษตรกรรายย่อย |
| น้ำผักผลไม้ผสมลูกแพร์–อะโวคาโด (Natural Benefits純在, Pear & Avocado Blended Smoothie) ใช้วัตถุดิบน้ำอะโวคาโดสด 100% ไม่เติมแต่ง |
| บราวนี่กรอบมาร์ชเมลโลว์ ฟาร์มต้าอู่ซาน (大武山) เน้นการใช้ไข่คุณภาพจากฟาร์มของตนเอง
|
ผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่นในด้านเทรนด์ โภชนาการแม่นยำ (Health–Precision Wellness) ได้แก่
| แยมเห็ดหูหนูขาว (กีวี) Okasang (O卡桑) ใช้สารเมือกธรรมชาติจากเห็ดหูหนูขาวแทนสารทำให้ข้น เพิ่มใยอาหารและโพลีแซ็กคาไรด์ พร้อมทั้งลดน้ำตาล |
ผลิตภัณฑ์ได้รับรางวัลซึ่งมีความโดดเด่นด้าน รสชาติใหม่ Flavors – Wildly Inventive ได้แก่
| Doritos ข้าวโพดทอดรสผักชี ที่สร้างกระแสพูดถึงอย่างกว้างขวาง
|
| ขาหมูพะโล้ย่างซอสพรีเมียม Great Day (得意的一天) เนื้อนุ่มหนึบไม่มัน ผสมถั่วลิสง ไข่นกกระทา และน้ำซุปไก่สกัด
|
| เครื่องดื่มเยลลี่สอดไส้รสลิ้นจี่แอปเปิ้ลน้ำผึ้ง แบรนด์ Taisun มีรสชาติและเนื้อสัมผัสที่ดี |
ผลิตภัณฑ์ได้รับรางวัลที่โดดเด่น ในด้าน Plant-based – Rethinking Plants ได้แก่
| หมูหยองพืชอัลมอนด์สาหร่าย O’natural
|
ผลิตภัณฑ์ได้รับรางวัลที่โดดเด่นด้าน Food Culture – Tradition Reinvented ได้แก่
| ข้าวโพดคั่วซอสหอม ของสมาคมเกษตรตำบลไถซี(台西鄉農會) ที่นำความทรงจำรสชาติแบบดั้งเดิมมาต่อยอดรสชาติใหม่ |
ผลิตภัณฑ์โดดเด่นด้านอาหารปลอบประโลมใจ (Mood Food – Mindful Choices)
| เมล็ดกาแฟสกัดสด CAMA CAFE ด้วยนวัตกรรมกาแฟเข้มข้น ละลายภายใน 3 วินาที ให้กลิ่นและรสชาติคลาสสิก
|
ตั้งแต่สหกรณ์การเกษตรไปจนถึงสตาร์ทอัพ จากขนมพื้นบ้านสู่ฟังก์ชันนอลฟู้ด ผลิตภัณฑ์เหล่านี้
ไม่เพียงแข่งขันเพื่อรางวัล แต่ยังสะท้อนพัฒนาการร่วมมือกันของอุตสาหกรรมอาหารไต้หวัน ในภาวะที่เทรนด์อาหารโลกยังคงเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง นวัตกรรมที่เริ่มต้นจากท้องถิ่น กำลังพาอาหารไต้หวันก้าวไปสู่ความอร่อยและความยั่งยืนในอนาคตอย่างมั่นคง
ที่มา: foodNEXT, Taiwan
ข้อเสนอแนะ/ความคิดเห็นของ สคต.
ในการขยายตลาดอาหารสู่ไต้หวัน ผู้ประกอบการไทยสามารถอาศัยแนวโน้มอุตสาหกรรมอาหารไต้หวันในปัจจุบันเป็นกรอบสำคัญในการพัฒนาสินค้าให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคท้องถิ่น
โดยควรเริ่มจาก การใช้วัตถุดิบคุณภาพสูง เป็นอันดับแรก เนื่องจากผู้บริโภคไต้หวันให้ความสำคัญกับความสด ความปลอดภัย คุณค่าทางโภชนาการ และแหล่งที่มาของวัตถุดิบอย่างชัดเจน
รองลงมาคือ การพัฒนาอาหารที่ตอบโจทย์สุขภาพอย่างตรงจุด มีคุณสมบัติที่เห็นผลชัด เช่น
ลดน้ำตาล เพิ่มใยอาหาร ใช้วัตถุดิบธรรมชาติ หรือมีฟังก์ชันเฉพาะด้าน ซึ่งสอดคล้องกับกระแสโภชนาการแม่นยำที่กำลังได้รับความนิยมในไต้หวัน
ขณะเดียวกัน รสชาติยังคงเป็นหัวใจหลักของการตัดสินใจซื้อ ผู้ประกอบการไทยอาจนำจุดเด่นของรสชาติอาหารไทยมาปรับให้เข้ากับความชอบของผู้บริโภคไต้หวัน กล้าสร้างรสชาติใหม่แต่ต้องคงความอร่อยเป็นหลัก นอกจากนี้ การต่อยอดอาหารพื้นถิ่นหรืออาหารดั้งเดิมของไทยในรูปแบบใหม่ รวมถึงการให้ความสำคัญกับความยั่งยืนและบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จะช่วยเพิ่มโอกาสในการแข่งขันและสร้างการยอมรับในตลาดไต้หวันได้ในระยะยาว