fb
เงินเฟ้อเกาหลีใต้พุ่งสูงสุดในรอบ 26 เดือน จากราคาพลังงานและความตึงเครียดในตะวันออกกลาง

เงินเฟ้อเกาหลีใต้พุ่งสูงสุดในรอบ 26 เดือน จากราคาพลังงานและความตึงเครียดในตะวันออกกลาง

โดย
Sangmin
ลงเมื่อ 25 มิถุนายน 2569 13:30
สคต. ณ กรุงโซล (สาธารณรัฐเกาหลี) (TTC, Seoul (Republic of Korea))
7

         ธนาคารกลางเกาหลีใต้ (Bank of Korea: BOK) และหน่วยงานสถิติของเกาหลีใต้รายงานว่า อัตราเงินเฟ้อของเกาหลีใต้ในเดือนพฤษภาคม 2569 เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.1 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน นับเป็นอัตราการขยายตัวสูงสุดในรอบ 26 เดือน และสูงกว่าอัตราเงินเฟ้อเดือนเมษายนที่อยู่ที่ร้อยละ 2.6 สะท้อนแรงกดดันด้านราคาที่เพิ่มขึ้นจากต้นทุนพลังงานโลกและผลกระทบจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ยังคงยืดเยื้อ

          ปัจจัยสำคัญที่ผลักดันอัตราเงินเฟ้อคือการปรับตัวสูงขึ้นของราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม ซึ่งเพิ่มขึ้นร้อยละ 24.2 และมีส่วนทำให้อัตราเงินเฟ้อโดยรวมเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.92 ถือเป็นการเพิ่มขึ้นสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2565 ในช่วงเริ่มต้นของสงครามรัสเซีย–ยูเครน โดยราคาน้ำมันเบนซินเพิ่มขึ้นร้อยละ 23.1 และราคาน้ำมันดีเซลเพิ่มขึ้นร้อยละ 33.3 สาเหตุหลักมาจากความกังวลเกี่ยวกับอุปทานพลังงานโลกภายหลังความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน ซึ่งส่งผลต่อการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ อันเป็นเส้นทางลำเลียงพลังงานสำคัญของโลก ขณะที่เกาหลีใต้เป็นประเทศที่พึ่งพาการนำเข้าพลังงานจากต่างประเทศในสัดส่วนสูง

          นอกจากนี้ ราคาสินค้าอุตสาหกรรมปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.2 ขณะที่ราคาสินค้าเกษตรและประมงเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.2 โดยมีข้าวและเนื้อสุกรเป็นสินค้าหลักที่ปรับตัวสูงขึ้น ด้านราคาภาคบริการเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.8 จากต้นทุนประกันภัยและค่าใช้จ่ายด้านการเดินทางที่สูงขึ้น โดยเฉพาะราคาตั๋วเครื่องบินที่เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 33.5 จากการปรับเพิ่มค่าธรรมเนียมเชื้อเพลิง ซึ่งถือเป็นการเพิ่มขึ้นสูงสุดนับตั้งแต่เริ่มมีการจัดเก็บข้อมูลในปี 2538

          ขณะเดียวกัน อัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core Inflation) ซึ่งไม่รวมหมวดอาหารและพลังงานที่มีความผันผวนสูง เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.5 เมื่อเทียบกับปีก่อน นับเป็นระดับสูงสุดตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2567 สะท้อนว่าแรงกดดันด้านราคากำลังขยายวงกว้างจากภาคพลังงานไปยังสินค้าและบริการประเภทอื่นในระบบเศรษฐกิจ

          ธนาคารกลางเกาหลีใต้ประเมินว่า อัตราเงินเฟ้อในเดือนมิถุนายนมีแนวโน้มทรงตัวอยู่ในระดับใกล้เคียงกับเดือนพฤษภาคม และอาจยังคงอยู่เหนือระดับร้อยละ 3 ในระยะสั้น เนื่องจากราคาพลังงานยังอยู่ในระดับสูง ส่งผลให้ธนาคารกลางส่งสัญญาณดำเนินนโยบายการเงินอย่างระมัดระวังมากขึ้น โดยแม้จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมครั้งล่าสุด แต่ได้ระบุว่าจะพิจารณาจังหวะการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในอนาคตตามพัฒนาการของเงินเฟ้อ ขณะที่การส่งออกของเกาหลีใต้ โดยเฉพาะกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจ

 (ที่มา : Korea Herald )

ความคิดเห็นของ สคต. ณ กรุงโซล

           สถานการณ์เงินเฟ้อและต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นในเกาหลีใต้ก่อให้เกิดทั้งโอกาสและความท้าทายต่อการส่งออกของไทย

          ในด้านโอกาส การปรับตัวสูงขึ้นของราคาสินค้าอาหารและสินค้าเกษตรภายในเกาหลีใต้ อาจส่งผลให้ผู้นำเข้าและผู้บริโภคหันมามองหาสินค้านำเข้าที่มีความคุ้มค่ามากขึ้น ซึ่งเป็นโอกาสสำหรับสินค้าอาหารและเกษตรของไทย อาทิ ข้าว ผลไม้สดและแปรรูป อาหารทะเลแปรรูป อาหารพร้อมรับประทาน และเครื่องปรุงรสไทย โดยเฉพาะในช่วงที่ต้นทุนการผลิตภายในประเทศเกาหลีใต้เพิ่มสูงขึ้น นอกจากนี้ การฟื้นตัวของภาคการเดินทางและการท่องเที่ยว แม้จะมีต้นทุนสูงขึ้น แต่ยังสะท้อนถึงการบริโภคภาคบริการที่ยังคงขยายตัว ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนความต้องการสินค้าอาหาร เครื่องดื่ม และวัตถุดิบนำเข้าสำหรับภาคบริการและร้านอาหาร

          อีกทั้ง การเติบโตอย่างต่อเนื่องของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และการส่งออกของเกาหลีใต้ ยังช่วยรักษาระดับรายได้และการจ้างงานในภาคอุตสาหกรรมสำคัญ ส่งผลให้กำลังซื้อโดยรวมของผู้บริโภคไม่ได้ชะลอตัวรุนแรง และยังเป็นโอกาสสำหรับการส่งออกวัตถุดิบ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และสินค้าขั้นกลางจากไทยที่เชื่อมโยงกับห่วงโซ่อุปทานการผลิตของเกาหลีใต้

          อย่างไรก็ตาม ความท้าทายสำคัญคือแรงกดดันด้านค่าครองชีพและอัตราดอกเบี้ยที่อาจอยู่ในระดับสูงเป็นเวลานาน ซึ่งอาจส่งผลให้ผู้บริโภคเกาหลีใต้ระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น โดยเฉพาะสินค้าอุปโภคบริโภคที่ไม่จำเป็น สินค้าพรีเมียม และสินค้าเพื่อการพักผ่อน นอกจากนี้ ราคาน้ำมันที่สูงยังส่งผลให้ต้นทุนการขนส่งระหว่างประเทศเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันด้านราคาของสินค้าไทยในตลาดเกาหลีใต้

          ในภาพรวม แม้ภาวะเงินเฟ้อที่เร่งตัวขึ้นจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการบริโภคภายในประเทศของเกาหลีใต้ แต่เศรษฐกิจเกาหลีใต้ยังได้รับแรงสนับสนุนจากภาคการส่งออกและอุตสาหกรรมเทคโนโลยี ทำให้ตลาดเกาหลีใต้ยังคงมีศักยภาพสำหรับผู้ส่งออกไทย โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าอาหาร เกษตรแปรรูป และสินค้าขั้นกลางที่มีความสามารถในการแข่งขันด้านคุณภาพและราคา ทั้งนี้ ผู้ประกอบการไทยควรติดตามทิศทางราคาพลังงาน อัตราแลกเปลี่ยน และนโยบายการเงินของเกาหลีใต้อย่างใกล้ชิด เพื่อปรับกลยุทธ์ด้านราคาและบริหารต้นทุนให้สอดคล้องกับสภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

***************************************

สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงโซล

Share :
Instagram