
Taiwan Smart Agriweek 2026 งานแสดงสินค้าเกษตรและประมงอัจฉริยะไต้หวัน จัดขึ้นระหว่างวันที่ 8–10 กันยายน 2569 ณ Nangang Exhivition Center ไทเป โดยมีมีผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมเข้าร่วมงานฯ 69 ประเทศ กว่า 400 ราย ดึงดูดผู้เชี่ยวชาญและผู้ประกอบการเข้าชมกว่า 21,000 คน ถือเป็นเวทีในการเชื่อมโยงเทคโนโลยีเกษตร อาหาร ประมง และปศุสัตว์กับตลาดโลก
งานปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Converging Global Agribusiness” มุ่งเชื่อมโยงเทคโนโลยี ความต้องการของตลาด และโอกาสทางธุรกิจจากทั่วโลก โดยครอบคลุม 6 กลุ่มสำคัญ ได้แก่ เกษตรอัจฉริยะ เทคโนโลยีประมง เทคโนโลยีปศุสัตว์และอาหารสัตว์ ห่วงโซ่ความเย็นสินค้าเกษตร เทคโนโลยีเกษตรเพื่อความยั่งยืน และนวัตกรรมอาหารของไต้หวัน ซึ่งกล่าวได้ว่า เป็นการรวมการจัดแสดงอุตสาหกรรมตั้งแต่ต้นน้ำด้านการผลิต ไปจนถึงปลายน้ำซึ่งรวมถึงการแปรรูป โลจิสติกส์ และการนำสินค้าไปใช้ในตลาด
จุดเด่นที่น่าสนใจ คือ ไต้หวันมีความเชี่ยวชาญเรื่องการนำเทคโนโลยีมาตอบโจทย์ปัญหาจริงของภาคเกษตรและได้นำมาจัดแสดงในงานนี้ ตั้งแต่ระบบอัจฉริยะและระบบอัตโนมัติ เครื่องจักรกลการเกษตร หุ่นยนต์ โดรน ระบบจัดการฟาร์ม บิ๊กดาต้า AI และ AIoT ไปจนถึงเทคโนโลยีการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ อาหารสัตว์ โภชนาการสัตว์ เทคโนโลยีชีวภาพ และระบบห่วงโซ่ความเย็น
กระทรวงเกษตรของไต้หวันได้มี Pavilion “ศูนย์เกษตรอัจฉริยะ” ภายใต้แนวคิด “เทคโนโลยีเกษตรอัจฉริยะ เชื่อมโยงสู่โลก” โดยนำผลงานของบริษัทเทคโนโลยีการเกษตร 8 แขนงมาจัดแสดง เช่น ปุ๋ยอินทรีย์ สถานีตรวจวัดสภาพอากาศระดับจุลภาค ระบบดูแลแม่สุกรในห้องคลอด และตู้จำหน่ายสินค้าเกษตรอัจฉริยะ ขณะที่สถาบันวิจัยเทคโนโลยีอุตสาหกรรมไต้หวันนำเสนอหุ่นยนต์พ่นยาแบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ตรวจสอบโรงเรือนปศุสัตว์ ซึ่งช่วยลดการใช้แรงงาน
นอกจากนี้ ภายในงานฯ ยังจัด “Global Agri-Food Innovation Championship (GAIC)” เป็นการแข่งขันสตาร์ทอัพนวัตกรรมเกษตรและอาหารระดับโลกเป็นครั้งแรก โดยได้รับการสนับสนุนจากบริษัทเร่งการเติบโตสตาร์ทอัพ Innovate 360 ของสิงคโปร์ และ Foodland Ventures ของไต้หวัน โดยมี 38 ทีมจาก 8 ประเทศ ได้แก่ ไต้หวัน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ฟิลิปปินส์ ไทย มาเลเซีย อินเดีย และสหรัฐอเมริกา ทีมไทยที่เข้าประกวด คือ LOCOL นำผลพลอยได้จากการผลิตโกโก้มาแปรรูปเป็นวัตถุดิบอาหารสัตว์อย่างยั่งยืน ช่วยลดต้นทุนอาหารสัตว์และลดการปล่อยก๊าซมีเทนจากโค ทีมสตาร์ทอัพที่เข้าร่วมแข่งขันมีโอกาสได้รับการประเมินจากบริษัทร่วมลงทุน (VC) และจับคู่กับพันธมิตรในอุตสาหกรรม เพื่อผลักดันตลาดเกษตรและอาหารในเอเชียแปซิฟิก เช่น ไต้หวัน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สิงคโปร์ และไทย เป็นต้น ให้ก้าวสู่การเปลี่ยนผ่านด้านดิจิทัลและความยั่งยืน
การแข่งขันสตาร์ทอัพนวัตกรรมเกษตรและอาหาร ได้ทำการคัดเลือกผู้ชนะเลิศใน 2 ประเภท คือ AgriTech และ FoodTech โดยแต่ละประเภทจะได้รับเงินรางวัล 10,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือประมาณ 240,000 บาท โดยผู้ชนะการประกวด คือ 1) ทีม HYARKS จากไต้หวัน พัฒนาเทคโนโลยีหุ่นยนต์ Bootstrapping/ Self-funding สำหรับใช้งานในทะเล และพัฒนาเรืออัตโนมัติสำหรับค้นหาและติดตามปลาทูน่า 2) บริษัท Delivery Lab Co., Ltd. จากเกาหลีใต้ พัฒนา ORDER HERO ระบบศูนย์กลางจัดหาวัตถุดิบสำหรับร้านอาหาร ลดความผิดพลาดในการจัดสินค้าเหลือ 0.1% เพิ่มผลิตภาพ 120% และลดต้นทุนโลจิสติกส์ 26%
เพื่อส่งเสริมให้เกิดผลลัพธ์ทางธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม ผู้จัดงานดำเนินกิจกรรม จับคู่ธุรกิจอัจฉริยะผ่านระบบ AI เชิญผู้ซื้อจากต่างประเทศเดินทางมายังไต้หวันเพื่อเจรจาจัดซื้อ ช่วยเหลือให้บริษัทที่เข้าร่วมงานสามารถค้นหาพันธมิตร ขยายตลาด และสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการจัดฟอรั่มและสัมมนามากกว่า 20 เวที ครอบคลุม AI เกษตร หุ่นยนต์ เครื่องจักรกลการเกษตร การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอัจฉริยะ เทคโนโลยีชีวภาพ พลังงานสีเขียว เศรษฐกิจหมุนเวียน ห่วงโซ่ความเย็น และการผลิตที่ยั่งยืน
บริษัทหรือหน่วยงานของไทยที่เข้าร่วมงานในครั้งนี้ มี 2 ราย คือ บริษัทเกษตรภัณฑ์อุตสาหกรรม จำกัด (Kasetphad Group) ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มเครือเจริญโภคภัณฑ์เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องจักรเกษตร อุปกรณ์ และวัสดุในโรงงานผลิตอาหารสัตว์ ฟาร์มปศุสัตว์ รวมถึงให้บริการด้านวิศวกรรมแบบครบวงจรในธุรกิจอุตสาหกรรมเกษตรและอาหาร บริษัทฯ มองเห็นถึงศักยภาพของตลาดไต้หวัน เนื่องจากต้นทุนการผลิตในไต้หวันสูงกว่าในไทย ส่งผลให้ราคาจำหน่ายในไต้หวันสูงเมื่อเทียบกับข้อเสนอราคาของบริษัท และสมาคมสัตวแพทย์ควบคุมฟาร์มสุกรไทย ซึ่งได้เข้าร่วมงานเพื่อการสร้างสัมพันธ์และประชาสัมพันธ์กิจการของสมาคมฯ เช่น การประชุม The 12th Asian Pig Veterinary Society Congress 2027 ซึ่งจะจัดขึ้นในไทยระหว่างวันที่ 14 – 17 พฤศิจกายน 2570
ข้อเสนอแนะ/ความคิดเห็นของ สคต.
การจัดแสดงเทคโนโลยีเกษตรอัจฉริยะเป็นการแสดงให้เห็นถึงพัฒนาการของนวัตกรรมด้านการเกษตรของไต้หวันและต่างประเทศ และยังเป็นการตอบโจทย์ไต้หวันที่ขาดแคลนแรงงานและต้องการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต อย่างไรก็ดี ธุรกิจของผู้ประกอบการไทยด้านการผลิตและจำหน่ายสินค้า รวมถึงการให้บริการที่เกี่ยวข้องกับเครื่องจักร อุปกรณ์ฟาร์ม อาหารสัตว์ ผลิตภัณฑ์ชีวภาพ ระบบอัตโนมัติ เซ็นเซอร์ ซอฟต์แวร์ การแปรรูปอาหาร และเทคโนโลยีสำหรับการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและปศุสัตว์เป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่มีศักยภาพ เนื่องจากผู้ประกอบการไทยมีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีดังกล่าว ประกอบกับมีต้นทุนไม่สูงมากทำให้สามารถเข้าสู่ตลาดไต้หวันได้ ทำให้ผู้ประกอบการไทยมีโอกาสทั้งการส่งออก การทำวิจัยพัฒนา และการสร้างความร่วมมือทางธุรกิจกับไต้หวันและประเทศอื่นๆ อีกด้วย