
รัฐบาล สปป.ลาว เดินหน้ารุกการทูตเศรษฐกิจครั้งสำคัญ โดยเสนอให้สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) พิจารณาจัดหาน้ำมันเชื้อเพลิงให้ลาวในราคาพิเศษ เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ พร้อมเปิดกลไกอำนวยความสะดวกเพื่อดึงดูดเงินลงทุนจากกลุ่มทุนในตะวันออกกลาง ตามรายงานของกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า สปป.ลาว แนวทางเชิงยุทธศาสตร์ดังกล่าวถูกเปิดเผยระหว่างการหารือระหว่างนายมะไลทอง กรมมะสิด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า และนาย Bader Almatrooshi เอกอัครราชทูตสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ประจำ สปป.ลาว เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2569
ประเด็นสำคัญที่ได้รับความสนใจในการหารือครั้งนี้ คือ ฝ่ายลาวได้ขอรับการสนับสนุนจาก UAE ซึ่งเป็นประเทศมหาอำนาจด้านพลังงาน ให้พิจารณาจัดหาน้ำมันเชื้อเพลิงแก่ สปป.ลาว ภายใต้เงื่อนไขพิเศษในลักษณะมิตรภาพ ท่าทีดังกล่าวสะท้อนวิสัยทัศน์เชิงมหภาคของรัฐบาลลาวในการรับมือกับความผันผวนของตลาดพลังงานโลก โดยมุ่งสร้างเสถียรภาพด้านราคาและหลักประกันด้านห่วงโซ่อุปทานน้ำมันเชื้อเพลิงภายในประเทศ เพื่อป้องกันปัญหาการขาดแคลน ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อการควบคุมต้นทุนการผลิตภายในประเทศและช่วยลดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ ขณะเดียวกัน เพื่อเป็นการตอบแทนในเชิงยุทธศาสตร์และสร้างแรงจูงใจในการดึงดูดเงินลงทุน รัฐบาลลาวได้แสดงความพร้อมในการจัดตั้งกลไกพิเศษเพื่อรองรับกลุ่มทุนจากภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยเฉพาะนักลงทุนจาก UAE การจัดตั้งคณะทำงานเพื่อรับผิดชอบศึกษาและพิจารณาข้อเสนอการลงทุนจากบริษัทของ UAE ถือเป็นการเปิดช่องทางอำนวยความสะดวกเป็นกรณีพิเศษ เพื่อลดขั้นตอนและอุปสรรคด้านกระบวนการต่าง ๆ และเปิดทางให้นักธุรกิจสามารถเข้าถึงโอกาสการลงทุนในลาวได้รวดเร็วยิ่งขึ้นกลไกดังกล่าวเริ่มนำไปสู่ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการผลักดันบันทึกความเข้าใจ (MOU) ด้านพลังงานทดแทน ซึ่งเป็นความร่วมมือที่เชื่อมโยงแหล่งเงินทุนและเทคโนโลยีจาก UAE เข้ากับยุทธศาสตร์การพัฒนาลาวสู่การเป็น “แบตเตอรี่แห่งเอเชีย”
นอกจากนี้ เมื่อพิจารณาภาพรวมการค้าระหว่างสองประเทศ ซึ่งมีมูลค่ารวม 95 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยลาวส่งออกไปยัง UAE มูลค่า 26 ล้านดอลลาร์ และนำเข้าจาก UAE มูลค่า 69 ล้านดอลลาร์ ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า ลาวยังมีความจำเป็นต้องพึ่งพาการนำเข้าสินค้าอุตสาหกรรมและพลังงานจากต่างประเทศในระดับสูง การนำประเด็นการขาดดุลการค้ามาใช้เป็นโอกาสในการเจรจาขอจัดซื้อน้ำมันเชื้อเพลิงในราคาพิเศษ ควบคู่กับการเปิดรับการลงทุนด้านพลังงานสะอาด จึงถือเป็นกลยุทธ์ในการปรับสมดุลทางเศรษฐกิจของลาว โดยมีเป้าหมายที่จะยกระดับความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ จากการค้าสินค้าทั่วไปไปสู่ความเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ด้านพลังงานและโครงสร้างพื้นฐานอย่างเต็มรูปแบบในอนาคต
ที่มา: laox.la