
ผู้นำกัมพูชาและจีนเห็นพ้องขยายความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุนภายใต้ข้อตกลงการค้าเสรีกัมพูชา-จีน (CCFTA) พร้อมย้ำความจำเป็นในการกระจายห่วงโซ่อุปทานและดึงดูดอุตสาหกรรมมูลค่าสูง
เมื่อวันที่ 30 ส.ค. 68 สมเด็จมหาบวรธิบดี ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา เข้าพบประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ก่อนการประชุมสุดยอดองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ (Shanghai Cooperation Organization: SCO) พลัส ที่เมืองเทียนจิน โดยทั้งสองฝ่ายยืนยันความร่วมมือทางเศรษฐกิจและแสวงหาโอกาสใหม่เพื่อกระชับความสัมพันธ์ด้านการค้าและการลงทุน
ผู้นำทั้งสองได้รำลึกถึงการเยือนกัมพูชาของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา และยืนยันพันธกิจร่วมกันในการผลักดันวิสัยทัศน์ “ชุมชนกัมพูชา-จีนที่มีอนาคตร่วมกันในยุคใหม่” ตามแถลงการณ์ของกระทรวงการต่างประเทศและความร่วมมือระหว่างประเทศ ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 1 ก.ย. 2568
ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ให้คำมั่นว่าจีนจะสนับสนุนการพัฒนาและการบูรณาการของกัมพูชาต่อไป โดยชี้ถึงความร่วมมือภายใต้ Diamond Hexagon Framework และ Fish and Rice Corridor รวมทั้ง ระเบียงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยี พร้อมเน้นย้ำความสำคัญของการเร่งรัดโครงการที่เสริมสร้างห่วงโซ่อุปทานและการเชื่อมโยง
ด้านสมเด็จฮุน มาเนต ได้ขอบคุณจีน สำหรับการสนับสนุนต่อการพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคมของกัมพูชา โดยเฉพาะการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ เช่น โครงการคลองฟูนันเตโช และโครงการจัดการน้ำแบบบูรณาการ ซึ่งจะช่วยยกระดับด้านโลจิสติกส์ เกษตรกรรม และการค้าภูมิภาค
นายกรัฐมนตรีกัมพูชายังได้เรียกร้องให้เร่งขยายการค้าและการลงทุนทวิภาคีภายใต้ CCFTA เพื่อกระจายห่วงโซ่อุปทานและดึงดูดอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าสูง ขณะที่ผู้นำทั้งสองยังเห็นพ้องที่จะเร่งผลักดันโครงการโครงสร้างพื้นฐานให้แล้วเสร็จตามกำหนด ผ่านการประสานงานใกล้ชิดระหว่างหน่วยงานของทั้งสองประเทศ เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมต่อภาคธุรกิจและประชาชน
ข้อมูลที่น่าสนใจ
1. นักลงทุนจีนลงทุนในกัมพูชาราว 3.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2568 คิดเป็นกว่าครึ่งหนึ่งของมูลค่าการลงทุนที่ได้รับอนุมัติทั้งหมดในกัมพูชา ตามรายงานของสภาเพื่อการพัฒนากัมพูชา (CDC)
2. ระหว่างเดือนมกราคมถึงกรกฎาคม 2568 กัมพูชาอนุมัติโครงการลงทุนรวม 440 โครงการ มูลค่ากว่า 6.7 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 84% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีจำนวนโครงการเพิ่มขึ้น 88% หรือกว่า 206 โครงการ คิดเป็นมูลค่าเงินลงทุนสูงขึ้นอีก 3 พันล้านดอลลาร์ เมื่อเทียบกับปี 2567
3. ตามข้อมูลจากกรมศุลกากรและสรรพสามิต (GDCE) มูลค่าการค้าระหว่างกัมพูชา-จีน เพิ่มขึ้น เป็น 11 พันล้านดอลลาร์ในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2568 ขยายตัว 26% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยระบุว่า การค้ารวม เพิ่มขึ้นจาก 8.72 พันล้านดอลลาร์ในช่วงมกราคม-กรกฎาคม 2567 เป็น 11 พันล้านดอลลาร์ในปีนี้ (มกราคม-กรกฎาคม) ขณะที่การส่งออกของกัมพูชาไปจีน ลดลง 8.9% เหลือ 888.54 ล้านดอลลาร์ แต่การนำเข้าจากจีน เพิ่มขึ้น 30.5% เป็น 10.11 พันล้านดอลลาร์
4. จีนยังคงเป็นคู่ค้าหลักรายใหญ่ที่สุดของกัมพูชา ส่งออกสินค้าหลากหลายประเภท อาทิ เครื่องจักร อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ วัสดุก่อสร้าง และวัตถุดิบสำหรับการผลิตในประเทศ ทั้งนี้ ความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างสองประเทศยิ่งแน่นแฟ้นจากบทบาทของจีนในฐานะนักลงทุนรายสำคัญและพันธมิตรด้านโครงสร้างพื้นฐานภายใต้โครงการ BRI
ความเห็นของสำนักงานฯ
1) การพัฒนาของกัมพูชาที่เชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับความร่วมมือภายใต้โครงการ BRI ของจีน ซึ่งไม่เพียงตอบโจทย์ยุทธศาสตร์การพัฒนาแห่งชาติ แต่ยังเป็นเครื่องมือสำคัญผลักดันประเทศสู่รายได้ปานกลางระดับสูงภายในปี 2573 และรายได้สูงภายในปี 2593
2) โครงการยุทธศาสตร์ Diamond Hexagon Framework และ Fish and Rice Corridor” ถูกออกแบบเพื่อยกระดับการเกษตร เพิ่มการส่งออกสินค้ามูลค่าเพิ่ม พร้อมทั้งสนับสนุนอุตสาหกรรม การค้าดิจิทัล และการเติบโตเชิงนิเวศ หากดำเนินการได้จริง กัมพูชาจะสามารถก้าวสู่ห่วงโซ่มูลค่าสูงและดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศมากขึ้น
3) ขณะเดียวกัน “คลองฟูนันเตโช” ถือเป็นโครงการสำคัญด้านโลจิสติกส์ โดยจะช่วยเชื่อมการขนส่งทางน้ำ ลดต้นทุน และลดการพึ่งพาท่าเรือประเทศเพื่อนบ้าน นอกจากนี้ ข้อตกลงการค้าเสรีกัมพูชา–จีน (CCFTA) ยังเพิ่มโอกาสด้านเกษตรและการผลิต อย่างไรก็ตาม ธุรกิจท้องถิ่นจำเป็นต้องยกระดับมาตรฐานและศักยภาพการผลิต มิฉะนั้นจะไม่สามารถใช้ประโยชน์จากความได้เปรียบเชิงโครงสร้างเหล่านี้ได้เต็มที่
__________________________________________________________________________
ที่มา Khmer Times, CDC & GDCE
2 กันยายน 2568