เชฟชาวไทย (พลศักดิ์) ใช้ Soft Power สร้างกระแสนิยมอาหารไทยและเอเชียฟิวชั่นในกรุงไนโรบี

การเป็นเชฟที่ยอดเยี่ยมและทำให้ผู้ที่ได้ลิ้มรสอาหารได้หลงไหลไปกับรสชาติที่อร่อยนั้นคือผู้ที่มีใจรักการทำอาหาร ผ่านการฝึกฝนมาอย่างดี และมีประสบการณ์หลากหลาย “เชฟพลศักดิ์ อินทรโอสถ” คือหนึ่งในเชฟคนไทยที่มีความเป็นเลิศทั้งสามประการนี้อย่างครบถ้วนและถ่ายทอดผ่านอาหารแต่และจานที่ปรุงอย่างตั้งใจเพื่อให้ผู้ที่ชื่นชอบอาหารแนวเอเชี่ยนฟู้ดโดยเฉพาะอาหารไทยได้สัมผัสกับรสชาติที่สมบูรณ์แบบที่สุด

 

ชีวิตช่วงวัยรุ่นส่วนใหญ่ของเชฟพลศักดิ์นั้นใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการวนเวียนอยู่ในครัวของแม่ ออกไปจับจ่ายสินค้าในตลาด ในขณะเดียวกันก็ทำให้เกิดความสนใจศิลปะด้านการทำอาหารและต้องการสร้างสรรค์อาหารที่ดีให้ผู้อื่นได้ลิ้มชิมรส ดังนั้น โรงเรียนสอนทำอาหารจึงเป็นคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับเด็กหนุ่มคนนี้ หลังจากจบหลักสูตรแล้วเชฟพลศักดิ์ ได้เข้าทำงานที่โรงแรมเอมเมอร์รัลด์ และอนันตรา สยาม โรงแรมห้าดาวในกรุงเทพมหานคร ประเทศไทย ตลอดระยะเวลากว่า ๒๐ ปี ของอาชีพเชฟฝีมือดีที่โลดแล่นอยู่ในเส้นทางอาชีพสำหรับผู้ที่รักการทำอาหารตามมาด้วยการทำงานตำแหน่งเชฟโรงแรมชั้นนำในประเทศมัลดีฟส์เป็นเวลาถึง ๙ ปี จากนั้นได้เดินทางหาประสบการณ์ในอาชีพต่อไปยังประเทศโอมาน และประเทศเซเชลส์เป็นเวลาอีก ๒ ปี ก่อนที่จะเดินทางกลับไปยังประเทศไทย เพียงแค่ไม่นานที่กลับถึงบ้านเกิดเมืองนอนเชฟพลศักดิ์ก็ต้องเก็บของจัดกระเป๋าออกเดินทางอีกครั้งเมื่อได้รับการติดต่อจากโรงแรมชื่อดังในกรุงไนโรบี ประเทศเคนยา

 

นับจากวันที่เดินทางมาถึงเมืองไนโรบีจนวันนี้เชฟพลศักดิ์ได้แสดงฝีมือการทำอาหารแบบมืออาชีพและขึ้นแท่นเป็นดาวดวงใหม่ของ ร้าน Herbs and Spices (H&S) ร้านอาหารที่โรงแรม Nairobi Serena Hotel แน่นอนว่าเป็นหนึ่งในโรงแรมห้าดาวของเคนยา ห้องอาหาร Herbs and Spices (H&S) นี้จัดว่าเป็นห้องอาหารที่มีบรรยากาศสบาย ตกแต่งได้อย่างหรูหราแต่ทว่าอบอุ่น มีที่นั่งทั้งด้านในและด้านนอก เมื่อความสวยงามลงตัวของสถานที่ได้มาผนวกกับรสชาติอาหารที่ปรุงแต่งอย่างตั้งใจโดยเชฟพลศักดิ์ ยิ่งทำให้อาหารมื้อนั้นๆ เป็นที่หมายปองของเหล่านักชิมที่ชื่นชอบอาหารสไตล์เอเชี่ยนฟู้ด และอาหารไทยเป็นอย่างมากจึงเป็นที่กล่าวถึงและดึงดูดให้ลูกค้ามาลองลิ้มชิมรสกันอย่างต่อเนื่องในเวลาไม่นาน

 

ในประเทศไทยผู้คนมักทักทายถามไถ่ทุกข์ สุขกันและมักจะมีคำถามว่า “ทานข้าวมาหรือยัง” รวมอยู่ด้วย ซึ่งเป็นข้อพิสูจน์ถึงความสำคัญของอาหารในวัฒนธรรมไทย อาหารไทยที่ถูกปรุง และจัดตกแต่งอย่างประณีตเริ่มต้นที่อาหารเรียกน้ำย่อยที่เป็นที่รู้จักในหมู่นักชิมทั่วโลกอย่างส้มตำ และเอเชี่ยนฟู้ดอย่างปอเปี๊ยะเวียดนามไส้กุ้งตะไคร้ ที่เชฟพลศักดิ์นำเสนอนั้นได้สร้างความตะลึงทุกครั้งที่วางจานลงบนโต๊ะอาหาร ตามมาด้วยอาหารประเภทซุปอย่างต้มยำกุ้งน้ำข้นที่รสชาติสมุนไพรสมดุลลงตัวกับความหอมมันของกระทิ และต้มข่าไก่ อีกหนึ่งอาหารยอดนิยมของไทยที่มีกระทิเป็นส่วนผสมหลักผสานกับกลิ่นและรสของข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด และรสเผ็ดจากพริกสด เมื่อได้ลองชิมแล้วจะเข้าใจว่าทำไมอาหารไทยถึงครองใจผู้คนจากทั่วโลกอยู่เสมอ

 

นักวิจารณ์ด้านอาหารในเคนยาที่ได้มีโอกาสมาสัมผัสรสชาติอาหารไทยฝีมือเชฟพลศักดิ์ ต่างเห็นพ้องต้องกันว่าหัวใจของอาหารไทยคือแนวคิดของความสมดุล โดยแต่ละจานมุ่งมั่นที่จะปรุงให้ได้รสชาติที่ลงตัวระหว่างรสหวาน เค็ม เปรี้ยว และเผ็ด รสชาติเหล่านี้เกิดจากการใช้สมุนไพรสดและเครื่องเทศ อย่างข่า ตะไคร้ และพริก ซึ่งเพิ่มความลึกและความซับซ้อนของรสชาติให้กับอาหารแต่ละจาน และอาหารไทยไม่ใช่แค่เรื่องของรสชาติเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการนำเสนออาหารจานนั้นๆ อีกด้วย สีสันและรูปแบบการจัดจานดึงดูดสายตาผู้พบเห็นเป็นอย่างมาก แน่นอนว่าเมื่อพูดถึงอาหารไทยนอกเหนือจากเมนูที่กล่าวไปแล้ว เป็นไปไม่ได้เลยที่นักชิมทั้งหลายจะไม่พูดถึงอาหารยอดนิยมอย่าง “ผัดไทย” อาหารที่ได้รับความนิยมมากที่สุดจากชาวต่างชาติ แท้จริงแล้วเมนูผัดไทยถูกสร้างสรรค์ขึ้นในระหว่างช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง กล่าวกันว่าในสมัยนั้นรัฐบาลไทยต้องการให้มีความเป็นชาตินิยม จึงคิดสร้างสรรค์อาหารประจำชาติขึ้นมา ประกอบกับในภาวะสงครามทำให้ข้าวสารมีราคาแพง เพื่อเป็นการลดการบริโภคข้าวจึงหันมาส่งเสริมการบริโภคเส้นก๋วยเตี๋ยวแทนและใช้วัตถุดิบที่หาได้ในท้องถิ่นมาประกอบเข้าด้วยกัน มาถึงวันนี้เมนูผัดไทยถือเป็นอาหารที่ส่งต่อและเผยแพร่วัฒนธรรมด้านอาหารของไทยได้เป็นอย่างดี

 

ไม่เพียงแต่เมนูอาหารคาวที่ได้รับความนิยม หากแต่เฟชพลศักดิ์ยังนำเสนอเมนูขนมหวานที่มีเอกลักษณ์อย่าง “ข้าวเหนียวมะม่วง” ให้นักชิมทั้งหลายได้สัมผัสรสชาติหวานหอมของกระทิกับข้าวเหนียวและมะม่วงสุกรสหวาน เชฟพลศักดิ์ กล่าวมะม่วงที่เคนยาเป็นมะม่วงสุกที่มีรสชาติดี หวาน สด เหมาะที่จะนำมาทำข้าวเหนียวมะม่วง นอกเหนือจากการปรุงอาหารในฐานะเชฟดาวรุ่งที่ไนโรบีแล้ว เชฟพลศักดิ์ ยังมุ่งมั่นที่จะปรุงอาหารไทยในต่างแดนโดยใช้วัตถุดิบที่สำคัญให้ได้มากที่สุดผสมกับวัตถุดิบท้องถิ่นที่เหมาะสม เฟชพลศักดิ์ จึงลงมือปลูกสมุนไพรไทย อย่างเช่นใบเตย ใบกระเพรา และตะไคร้ ในแปลงสวนครัวของโรงแรมเพื่อนำมาประกอบอาหาร อีกทั้งยังมีความต้องการที่จะเปิดสอนการทำอาหารไทยให้แก่ผู้ที่สนใจอีกด้วย

 

ความเห็นของ สคต.

กระแสความนิยมอาหารไทยในเคนยา มีเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมากในช่วง 2 ปีที่ผ่านมานำมาซึ่งการที่โรงแรม 5 ดาวของเคนยาคือ Nairobi Serena Hotel ได้นำเชฟคนไทยตามข่าวดังกล่าว มานำเสนออาหารไทยและอาหารเอเชียเพื่อให้คนเคนยาได้รับประสบการณ์ใหม่ๆของอาหารที่มีรสชาติและเอกลักษณ์ โดย สคต. มีแผนจะพิจารณาให้ตรา Thai Select กับร้านดังกล่าว และขยายเครื่อข่ายการขายสินค้าอาหารไทยให้กับทางร้านต่อไป

ผู้ส่งออกที่สนใจข้อมูลเพิ่มเติมต่าง ๆ เกี่ยวประเทศเคนยา และประเทศในแอฟริกาตะวันออก ท่านสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ E-mail: ของสำนักงานฯ ที่ info@ocanairobi.co.ke

zh_CNChinese