
1. ราคาน้ำมันพุ่ง กระทบค่าครองชีพในยูเออี
จากรายงานข่าวของหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น Gulf News ระบุว่า ผู้บริโภคในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) กำลังเผชิญกับภาระค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิงที่เพิ่มสูงขึ้น ขณะที่ผู้ประกอบการค้าปลีกเตือนว่าราคาอาหารและสินค้าอุปโภคบริโภคอาจปรับตัวสูงขึ้นเพิ่มเติม หากสถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในภูมิภาคยังคงส่งผลกระทบต่อการค้าและตลาดพลังงานอย่างต่อเนื่อง
ความขัดแย้งผลักดันราคาน้ำมันเชื้อเพลิงและส่งผลให้ต้นทุนโลจิสติกส์และการขนส่งเพิ่มขึ้นทั่วห่วงโซ่อุปทาน ผู้ค้าปลีกรายใหญ่อย่าง Al Adil Trading เตือนว่าราคาอาหารและสินค้าอุปโภคบริโภคอาจทยอยปรับขึ้น 3–8% หากสถานการณ์ยืดเยื้อ สินค้าที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด คือ
ผักและผลไม้สด / ผลิตภัณฑ์นม / อาหารแช่แข็ง
สินค้าอุปโภคบริโภคนำเข้า (FMCG) ที่พึ่งพาระบบขนส่งควบคุมอุณหภูมิ
ผู้ค้าปลีกพยายามชะลอผลกระทบด้วยการสั่งซื้อปริมาณมาก บริหารสินค้าคงคลัง และเจรจาเงื่อนไขกับซัพพลายเออร์ แต่ยอมรับว่าหากต้นทุนสูงต่อเนื่อง จะรับภาระไว้เองได้ยากขึ้น
2. เงินเฟ้อดูไบเร่งตัว — ขนส่งนำโด่ง
ผลกระทบจากต้นทุนพลังงานและการขนส่งที่เพิ่มสูงขึ้นเริ่มสะท้อนชัดเจนในข้อมูลเงินเฟ้อของดูไบ โดยข้อมูลจาก Dubai Data and Statistics Establishment สรุปตัวเลขเงินเฟ้อรายปีของดูไบในเดือนเมษายน พอสรุปได้ดังนี้
ตัวชี้วัด | ตัวเลข |
อัตราเงินเฟ้อรายปี ดูไบ (เม.ย.) | 4.8% (จาก 3.8% ในมี.ค.) |
ดัชนีราคาผู้บริโภค MoM (เม.ย.) | 1.30% |
หมวดขนส่ง YoY | 11.10% |
หมวดขนส่ง MoM | 9.20% |
หมวดอาหาร MoM | 1.50% |
คาดการณ์เงินเฟ้อสูงสุด (Emirates NBD) | ~5.4% ก่อนชะลอในH2 |
นอกเหนือจากต้นทุนด้านการขนส่งแล้ว ผู้ค้าปลีกยังต้องเผชิญกับค่าใช้จ่ายด้านบรรจุภัณฑ์ การจัดเก็บสินค้าในคลัง และการกระจายสินค้าที่สูงขึ้นอีกด้วย ผลกระทบดังกล่าวมีนัยสำคัญเป็นพิเศษต่อธุรกิจค้าปลีกอาหาร เนื่องจากสินค้าอุปโภคบริโภคจำนวนมากต้องผ่านกระบวนการขนส่งหลายขั้นตอนก่อนถึงมือผู้บริโภค ดังนั้น แม้ราคาน้ำมันจะปรับเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย แต่เมื่อสะสมตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน ก็สามารถผลักดันต้นทุนโดยรวมให้สูงขึ้นได้อย่างมีนัยสำคัญ
3. FAO เตือนเงินเฟ้ออาหารโลกเร่งตัวต่อเนื่อง
ขณะเดียวกัน ความกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อด้านอาหารทั่วโลกยังคงเพิ่มสูงขึ้น โดยองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) รายงานว่า ดัชนีราคาอาหารโลกปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกัน สาเหตุหลักมาจากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นและผลกระทบจากความขัดแย้งในภูมิภาค
ดัชนีราคาอาหาร FAO ปรับเพิ่มขึ้น 3 เดือนติดต่อกัน โดยเฉลี่ยเพิ่ม 1.6% MoM และ 2.0% YoY กลุ่มน้ำมันพืช (ปาล์ม ถั่วเหลือง ดอกทานตะวัน คาโนลา) เพิ่มขึ้นสูงสุดถึง 5.9% MoM แตะระดับสูงสุดตั้งแต่กรกฎาคม 2565 เนื่องจากความต้องการไบโอดีเซลและราคาพลังงาน ราคาธัญพืชสำคัญ (ข้าวสาลี ข้าวโพด ข้าว) ก็ปรับสูงขึ้น ขณะที่ดัชนีราคาเนื้อสัตว์ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในเดือนเมษายน
4. ผลกระทบต่อการส่งออกไทย
สินค้าส่งออกไทยยูเออีที่ได้รับผลกระทบโดยตรง
สินค้า | แนวโน้มราคา | ผลต่อไทย |
|---|---|---|
ข้าวและผลิตภัณฑ์ | ↑ สูงขึ้น | รายได้↑ แต่ต้นทุนโลจิสติกส์↑ |
น้ำมันปาล์ม/น้ำมันพืช | ↑ +5.9% MoM | ได้ประโยชน์ระยะสั้น |
อาหารแปรรูป/FMCG | แรงกดดันสูง | เสี่ยงปริมาณสั่งซื้อลด |
ผัก-ผลไม้สด (Cold Chain) | ต้นทุนขนส่ง↑↑ | อัตรากำไรหดตัว |
อาหารสุขภาพ (พรีเมียม) | มูลค่าเพิ่มสูง | โอกาสรักษาแข่งขันได้ |
ต้นทุนโลจิสติกส์
ค่าระวางเรือและการบินระหว่างไทย–ยูเออี ปรับสูงขึ้นจาก 3 ปัจจัย คือ 1) ราคาน้ำมันสูงขึ้น 2) เส้นทางเดินเรือยาวขึ้นเพื่อเลี่ยงช่องแคบฮอร์มุซ และ 3) ต้นทุนประกันภัยในเส้นทางความเสี่ยงสูง กดดันความสามารถในการแข่งขันของสินค้าไทยในตลาดยูเออี
ความเห็นของ สคต.ดูไบ
ความตึงเครียดในตะวันออกกลางส่งผลกระทบสองด้านต่อการส่งออกไทยสู่ยูเออี
เชิงบวก: ราคาสินค้าบางรายการ เช่น น้ำมันปาล์มและข้าว อาจปรับสูงขึ้นตามราคาตลาดโลกเพิ่มรายได้ส่งออกในระยะสั้น
เชิงลบ: ต้นทุนโลจิสติกส์และค่าระวางที่สูงขึ้นกดดันอัตรากำไรและลดความสามารถในการแข่งขันโดยเฉพาะสินค้าสดและอาหารของไทยที่นำเข้าทางอากาศ
ผู้ส่งออกไทยควรติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่องและเตรียมแผนรองรับความผันผวนทั้งด้านราคาและห่วงโซ่อุปทานในช่วงหลายเดือนข้างหน้า
แหล่งที่มา: " Gulf News. UAE grocery prices to rise further as fuel costs climb amid US-Iran tensions. https://gulfnews.com/business/retail/uae-grocery-prices-to-rise-further-as-fuel-costs-climb-amid-us-iran-tensions-1.500561058