fb
ศูนย์กระจายทุเรียนนำเข้าชิงไป่เจียง นครเฉิงตู ประตูสู่ตลาดจีนตะวันตก
โดย
Kuntida
ลงเมื่อ 09 มิถุนายน 2569 16:24
สคต. ณ นครเฉิงตู (จีน) (TTC, Chengdu (China))
6

สำนักข่าว CCTV-2 ของจีนรายงานว่า ขณะนี้เป็นช่วงที่ผลผลิตทุเรียนจากประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ทยอยออกสู่ตลาดจีน โดยเฉพาะทุเรียนจากประเทศไทยซึ่งยังคงได้รับความนิยมอย่างสูงในหมู่ผู้บริโภคชาวจีน ขณะที่การเปิดให้บริการขบวนรถไฟห่วงโซ่ความเย็นเต็มรูปแบบในเส้นทางจีน–ลาว–ไทย ได้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งผลไม้สดจากไทยสู่ตลาดจีนตะวันตก และเสริมความแข็งแกร่งของห่วงโซ่อุปทานผลไม้ระหว่างสองประเทศ​ ณ ศูนย์กระจายและจัดแสดงจำหน่ายทุเรียนนำเข้า เขตชิงไป่เจียง นครเฉิงตู มณฑลเสฉวน มีทุเรียนสดจากประเทศไทยทยอยเข้าสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยส่วนใหญ่เป็นทุเรียนพันธุ์หมอนทอง ซึ่งเป็นสายพันธุ์หลักที่จีนนำเข้า เนื่องจากมีจุดเด่นด้านผลขนาดใหญ่ เมล็ดเล็ก เนื้อแน่น สีเหลืองอ่อน รสชาติหวานมัน และมีกลิ่นหอม จึงได้รับความนิยมจากผู้บริโภคชาวจีนมาอย่างยาวนาน​

การเปิดให้บริการของขบวนรถไฟห่วงโซ่ความเย็นสายจีน–ลาว–ไทย โดยขยายจุดต้นทางจากนครหลวงเวียงจันทน์ไปยังท่าเรือแหลมฉบังของประเทศไทย ทำให้ทุเรียนที่เก็บเกี่ยวจากสวนสามารถบรรจุเข้าสู่ตู้คอนเทนเนอร์ควบคุมอุณหภูมิและขนส่งทางรถไฟได้ทันทีหลังการเก็บเกี่ยว​ ตลอดเส้นทางมีการควบคุมอุณหภูมิที่ประมาณ 13 องศาเซลเซียส ส่งผลให้ทุเรียนสามารถเดินทางจากประเทศไทยถึงนครเฉิงตูภายในเวลาเพียง 5 วัน เร็วกว่าระบบขนส่งเดิมประมาณ 1–2 วัน อีกทั้งยังช่วยลดอัตราความเสียหายของสินค้าจากเดิมร้อยละ 10 เหลือเพียงร้อยละ 3 ซึ่งสามารถช่วยรักษาคุณภาพความสดใหม่ของผลผลิตและเพิ่มประสิทธิภาพในการกระจายสินค้า

 

image.png

 

นอกจากนี้ ผู้ประกอบการในพื้นที่เผยว่า ทุเรียนจำนวนมากถูกจำหน่ายผ่านระบบการสั่งจองล่วงหน้า ส่งผลให้สินค้าหลายล็อตถูกจองหมดอย่างรวดเร็วทันทีที่เดินทางถึงศูนย์กระจายสินค้า สะท้อนถึงความต้องการบริโภคทุเรียนไทยที่ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องในตลาดจีน​ นอกจากการจำหน่ายทุเรียนสดแล้ว ผู้ประกอบการยังพัฒนาผลิตภัณฑ์และกิจกรรมทางการตลาดที่เกี่ยวข้องกับทุเรียนเพื่อดึงดูดผู้บริโภครุ่นใหม่และนักท่องเที่ยว โดยศูนย์กระจายสินค้าฯ ดังกล่าวได้จัดกิจกรรมเทศกาลทุเรียน โดยนำทุเรียนมาแปรรูปเป็นกาแฟทุเรียน และของที่ระลึกธีมทุเรียน รวมถึงกิจกรรมเวิร์กชอปทำเค้กทุเรียน ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้บริโภคและนักท่องเที่ยวอย่างล้นหลาม

 

image.png

 

ผู้ประกอบการคาดการณ์ว่า ในปี 2569 ศูนย์กระจายและจัดแสดงจำหน่ายทุเรียนนำเข้า เขตชิงไป่เจียง นครเฉิงตู จะมีปริมาณการนำเข้าทุเรียนรวมประมาณ 20,000 ตัน โดยฤดูกาลจำหน่ายจะดำเนินต่อเนื่องจนถึงช่วงเดือนสิงหาคม–กันยายน ทั้งนี้ ทุเรียนที่เดินทางถึงเฉิงตูยังสามารถกระจายต่อไปยังเมืองสำคัญต่างๆ ของจีน เช่น ปักกิ่ง ซีอาน และเจียซิง ภายใน 24 ชั่วโมง ช่วยให้ผู้บริโภคในพื้นที่ต่างๆ สามารถเข้าถึงทุเรียนสดได้อย่างรวดเร็ว​

เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2569 ช่วงวันหยุดวันแรงงานจีนที่ผ่านมา นางกุลธิดา บัณฑุรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครเฉิงตู ได้เดินทางเยี่ยมชมศูนย์ฯ ดังกล่าว พร้อมหารือกับผู้นำเข้าผลไม้ไทยเกี่ยวกับสถานการณ์การนำเข้าทุเรียนไทย ความต้องการของผู้บริโภค และประสิทธิภาพของระบบขนส่งห่วงโซ่ความเย็นผ่านเส้นทางรถไฟจีน–ลาว–ไทย​ ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางส่งเสริมความร่วมมือด้านการค้าผลไม้ระหว่างไทยและมณฑลเสฉวน โดยมุ่งเน้นการขยายช่องทางการตลาด และการเพิ่มศักยภาพการกระจายสินค้าในพื้นที่ภาคตะวันตกของจีน เพื่อรองรับความต้องการบริโภคผลไม้ไทยที่มีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง​ นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการจัดกิจกรรม Live สด โดยKOL ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์เพื่อจำหน่ายทุเรียน และประชาสัมพันธ์ทุเรียนไทยสู่ผู้บริโภคชาวจีนโดยตรง สามารถสร้างยอดขายได้เป็นจำนวนมาก

 

ข้อคิดเห็น / ข้อเสนอแนะ สคต. ณ นครเฉิงตู

ข่าวดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่องของตลาดทุเรียนไทยในจีนตะวันตก โดยเฉพาะในนครเฉิงตู มณฑลเสฉวน ซึ่งเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจและการคมนาคมที่สำคัญของภูมิภาคตะวันตกของจีน ความนิยมของผู้บริโภคชาวจีนที่มีต่อทุเรียนไทยยังคงอยู่ในระดับสูง แม้ว่าปัจจุบันจีนจะมีการนำเข้าทุเรียนจากหลายประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก็ตาม สะท้อนให้เห็นว่าทุเรียนไทยยังคงมีความได้เปรียบด้านคุณภาพ รสชาติ และการรับรู้ของผู้บริโภค

ปัจจัยสำคัญที่ช่วยสนับสนุนการขยายตัวของตลาดทุเรียนไทยในจีนตะวันตก คือ การพัฒนาระบบโลจิสติกส์ห่วงโซ่ความเย็นผ่านเส้นทางรถไฟจีน–ลาว–ไทย ซึ่งช่วยลดระยะเวลาการขนส่งจากประเทศไทยสู่ตลาดปลายทางในจีนตะวันตกเหลือเพียง 5 วัน และช่วยลดความเสียหายของสินค้าได้อย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้ผู้นำเข้าและเกษตรกรสามารถบริหารจัดการต้นทุนและรักษาคุณภาพสินค้าได้ดียิ่งขึ้น ขณะเดียวกันยังช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของทุเรียนไทยในตลาดจีนตะวันตก

นอกจากนี้ การที่ศูนย์กระจายและจัดแสดงจำหน่ายทุเรียนนำเข้า เขตชิงไป่เจียง มีการคาดการณ์ว่าจะมีปริมาณการนำเข้าทุเรียนสูงถึง 20,000 ตันในปี 2569 สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของนครเฉิงตูในฐานะศูนย์กลางการกระจายผลไม้สดสู่ภูมิภาคตะวันตกของจีน โดยเฉิงตูไม่เพียงเป็นตลาดผู้บริโภคขนาดใหญ่เท่านั้น แต่ยังเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ที่สามารถกระจายสินค้าไปยังเมืองสำคัญต่างๆ เช่น ปักกิ่ง ซีอาน และเมืองอื่นๆ ของจีนได้อย่างรวดเร็ว จึงถือเป็นประตูสำคัญสำหรับการขยายตลาดผลไม้ไทยเข้าสู่พื้นที่ตอนในของจีน​

อีกประเด็นที่น่าสนใจ คือ การปรับเปลี่ยนรูปแบบการตลาดของผู้ประกอบการจีน จากการจำหน่ายผลไม้สดเพียงอย่างเดียวไปสู่การสร้างประสบการณ์การบริโภค (Experience Marketing) ผ่านกิจกรรมเทศกาลทุเรียน การแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ เช่น กาแฟทุเรียน ของที่ระลึกธีมทุเรียน และการจัดกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ต่างๆ ซึ่งสอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้บริโภคชาวจีนรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับประสบการณ์การแบ่งปันบนสื่อสังคมออนไลน์ และการบริโภคสินค้าในรูปแบบที่หลากหลายมากขึ้น ​

อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการไทยยังคงต้องเผชิญกับความท้าทายจากการแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้น รวมถึงความเข้มงวดด้านมาตรฐานคุณภาพ ความปลอดภัยอาหาร และข้อกำหนดด้านการตรวจสอบสินค้าเกษตรของจีน ดังนั้น การรักษามาตรฐานคุณภาพสินค้า การพัฒนาระบบตรวจสอบย้อนกลับ และการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างมีประสิทธิภาพ จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยรักษาความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและความสามารถในการแข่งขันของทุเรียนไทยในระยะยาว

 

----------------------------------------------------

 

สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครเฉิงตู

มิถุนายน 2569

แหล่งข้อมูล : https://www.facebook.com/share/v/18n37nTYYn/

 

เฉิงตู - ศูนย์กระจายทุเรียนนำเข้าชิงไป่เจียง นครเฉิงตู ประตูสู่ตลาดจีนตะวันตก.pdf
Share :
Instagram