
บทนำ
เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2569 รัฐบาลศรีลังกา โดยกระทรวงการคลัง การวางแผน และการพัฒนาเศรษฐกิจ ได้ประกาศใช้มาตรการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม (Surcharge) ในอัตราร้อยละ 50 ของอากรศุลกากรขาเข้าที่จัดเก็บกับรถยนต์นำเข้า โดยประกาศดังกล่าวเผยแพร่ผ่านราชกิจจานุเบกษาพิเศษ (Extraordinary Gazette) ภายใต้อำนาจของนาย Anura Kumara Dissanayake ประธานาธิบดีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของศรีลังกา และมีผลบังคับใช้ทันทีตั้งแต่วันที่ 16 พฤษภาคม 2569 เป็นระยะเวลา 3 เดือน
มาตรการดังกล่าวครอบคลุมรถยนต์นำเข้าหลายประเภท ได้แก่ รถยนต์นั่งส่วนบุคคล รถโดยสาร รถตู้ รถจี๊ป รถพยาบาล รถบรรทุกสินค้า รถยนต์ไฮบริด และรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ โดยค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมจะถูกเรียกเก็บทั้งในส่วนของอัตราอากรศุลกากรทั่วไป (General Customs Duty) และอัตราอากรศุลกากรพิเศษ (Preferential Customs Duty)
ภาพรวมของมาตรการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม
รัฐบาลศรีลังกาได้ดำเนินมาตรการดังกล่าวภายใต้มาตรา 10A แห่งกฎหมายศุลกากร (Customs Ordinance) ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเลขที่ 83 ปี 1988 โดยกำหนดให้เรียกเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมจากอัตราอากรศุลกากรขาเข้าที่มีการจัดเก็บอยู่เดิมสำหรับรถยนต์นำเข้า
ก่อนหน้าการประกาศมาตรการดังกล่าว รถยนต์นำเข้าในศรีลังกาต้องเสียภาษีหลายประเภทอยู่แล้ว ได้แก่ อากร ศุลกากร ภาษีสรรพสามิต ภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีสินค้าฟุ่มเฟือย ส่งผลให้ต้นทุนการนำเข้ารถยนต์อยู่ในระดับสูง ดังนั้น การเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมในครั้งนี้จึงยิ่งเพิ่มภาระต้นทุนของผู้นำเข้าและผู้บริโภคมากขึ้น
รถยนต์ที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการดังกล่าว ได้แก่
รถยนต์นั่งส่วนบุคคล
รถตู้และรถจี๊ป
รถโดยสารสาธารณะ
รถพยาบาลและรถยนต์เฉพาะทาง
รถบรรทุกสินค้า
รถยนต์ไฮบริด
รถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่
อย่างไรก็ดี รัฐบาลศรีลังกาได้ประกาศยกเว้นการจัดเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมสำหรับรถยนต์ที่มีการเปิดหนังสือเครดิต (Letter of Credit: LC) ภายในหรือก่อนวันที่ 15 พฤษภาคม 2569 เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อผู้นำเข้าและภาคธุรกิจที่ได้ดำเนินธุรกรรมไว้ก่อนหน้าการประกาศใช้มาตรการดังกล่าว
นอกจากนี้ หน่วยงานศุลกากรของศรีลังกายังชี้แจงเพิ่มเติมว่า ค่าธรรมเนียมดังกล่าวจะใช้เฉพาะสินค้าที่อยู่ภายใต้การจัดเก็บอากรศุลกากรเท่านั้น และจะไม่มีผลต่อสินค้าที่ได้รับการยกเว้นอากรศุลกากรตามกฎระเบียบเดิม รวมถึงสินค้าที่นำเข้าภายใต้ข้อตกลงการค้าเสรีบางประเภท
เหตุผลในการดำเนินมาตรการ
รัฐบาลศรีลังกาดำเนินมาตรการดังกล่าวในฐานะส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์รักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและการบริหารจัดการเงินตราต่างประเทศ ภายหลังประเทศเผชิญวิกฤตเศรษฐกิจรุนแรงในปี 2565 ซึ่งส่งผลให้เกิดปัญหาขาดแคลนเงินตราต่างประเทศ อัตราเงินเฟ้อสูง การผิดนัดชำระหนี้ต่างประเทศ และการขาดแคลนเชื้อเพลิงและสินค้านำเข้าที่จำเป็น
แม้เศรษฐกิจศรีลังกาจะเริ่มฟื้นตัวภายใต้โครงการฟื้นฟูเศรษฐกิจร่วมกับ International Monetary Fund (IMF) แต่สถานะด้านเงินตราต่างประเทศยังคงเปราะบาง โดยรายงานล่าสุดระบุว่า เงินสำรองระหว่างประเทศของศรีลังกาปรับลดลงจากประมาณ 7 พันล้านเหรียญสหรัฐ ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2569 เหลือประมาณ 6.76 พันล้านเหรียญสหรัฐ ณ สิ้นเดือนเมษายน 2569 ขณะที่ค่าเงินรูปีศรีลังกาอ่อนค่าลงมากกว่าร้อยละ 3 เมื่อเทียบกับเงินเหรียญสหรัฐในช่วงเดือนพฤษภาคม 2569
ทั้งนี้ การผ่อนคลายข้อจำกัดการนำเข้ารถยนต์ในช่วงก่อนหน้า ส่งผลให้ความต้องการนำเข้ารถยนต์เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และทำให้เกิดความต้องการใช้เงินตราต่างประเทศในระดับสูง โดยเฉพาะเงินเหรียญสหรัฐ ซึ่งสร้างแรงกดดันต่อเงินสำรองระหว่างประเทศและอัตราแลกเปลี่ยนของประเทศ
รัฐบาลศรีลังกาจึงมองว่าการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมดังกล่าวเป็นมาตรการชั่วคราว เพื่อชะลอการนำเข้าสินค้าที่ไม่จำเป็นในระยะสั้น ลดการไหลออกของเงินตราต่างประเทศ และสนับสนุนเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและการเงินของประเทศ
นอกจากนี้ มาตรการดังกล่าวยังมีส่วนช่วยเพิ่มรายได้ภาครัฐจากการจัดเก็บภาษีศุลกากร ซึ่งยังคงเป็นหนึ่งในแหล่งรายได้สำคัญของรัฐบาลศรีลังกาในช่วงที่ประเทศอยู่ระหว่างการปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจและการคลัง
ผลกระทบทางเศรษฐกิจและภาคธุรกิจ
1. ราคารถยนต์ที่ปรับตัวสูงขึ้น
ผลกระทบที่เกิดขึ้นทันทีจากมาตรการดังกล่าว คือ การปรับตัวสูงขึ้นของราคาจำหน่ายรถยนต์นำเข้าในตลาด เนื่องจากผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายมีแนวโน้มผลักภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้นไปยังผู้บริโภค
สมาคมผู้นำเข้ารถยนต์แห่งศรีลังกา (Vehicle Importers Association of Sri Lanka: VIASL) ประเมินว่า ราคารถยนต์อาจเพิ่มขึ้นประมาณ 1.5 – 2.5 ล้านรูปีศรีลังกา ขึ้นอยู่กับประเภทรถยนต์และขนาดเครื่องยนต์
นอกจากนี้ การที่มาตรการดังกล่าวครอบคลุมรถยนต์ไฮบริดและรถยนต์ไฟฟ้า อาจส่งผลให้การเข้าถึงรถยนต์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมลดลง และอาจชะลอความต้องการซื้อของผู้บริโภคในช่วงที่มาตรการมีผลบังคับใช้
2. ผลกระทบต่อผู้ประกอบการและผู้นำเข้า
ผู้นำเข้ารถยนต์และผู้จำหน่ายรถยนต์มีแนวโน้มเผชิญกับยอดขายที่ลดลง จากต้นทุนการนำเข้าที่เพิ่มสูงขึ้นและกำลังซื้อของผู้บริโภคที่อ่อนตัวลง
อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการบางส่วนอาจได้รับประโยชน์ชั่วคราวจากมูลค่าการขายต่อของรถยนต์ที่นำเข้าไว้ก่อนหน้ามาตรการมีผลบังคับใช้ เนื่องจากปริมาณรถยนต์นำเข้าใหม่อาจลดลง ส่งผลให้รถยนต์ที่มีอยู่ในตลาดมีมูลค่าเพิ่มขึ้น
3. ผลกระทบต่อผู้บริโภคและภาคการขนส่ง
ผู้บริโภคมีแนวโน้มเผชิญกับต้นทุนการครอบครองรถยนต์ที่สูงขึ้น ทั้งในด้านราคาซื้อ ค่าใช้จ่ายด้านสินเชื่อ ค่าประกันภัย และค่าใช้จ่ายในการจดทะเบียน
ขณะเดียวกัน ภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการขนส่ง โลจิสติกส์ การท่องเที่ยว และบริการจัดส่งสินค้า อาจได้รับผลกระทบจากต้นทุนการดำเนินงานที่เพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากรถยนต์เพื่อการพาณิชย์และรถบรรทุกอยู่ภายใต้มาตรการดังกล่าวด้วย ซึ่งต้นทุนการขนส่งที่เพิ่มขึ้นอาจส่งผ่านไปยังราคาสินค้าและบริการในระบบเศรษฐกิจโดยรวมในระยะต่อไป
ผลกระทบระยะยาวที่อาจเกิดขึ้น
มาตรการดังกล่าวอาจส่งผลให้ความต้องการรถยนต์มือสองภายในประเทศเพิ่มขึ้น เนื่องจากผู้บริโภคหันไปเลือกซื้อรถยนต์ที่มีอยู่แล้วภายในประเทศแทนรถนำเข้าใหม่ ส่งผลให้ราคาตลาดรถยนต์มือสองมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น
นอกจากนี้ มาตรการดังกล่าวอาจกระตุ้นให้เกิดการหารือเกี่ยวกับการส่งเสริมการประกอบรถยนต์ภายในประเทศ และการลดการพึ่งพาการนำเข้ารถยนต์จากต่างประเทศ อย่างไรก็ดี ปัจจุบันศรีลังกายังคงพึ่งพาการนำเข้ารถยนต์และชิ้นส่วนรถยนต์จากต่างประเทศในระดับสูง
ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจหลายฝ่ายให้ความเห็นว่า แม้มาตรการควบคุมการนำเข้าอาจช่วยสนับสนุนการบริหารเงินสำรองระหว่างประเทศในระยะสั้น แต่หากมีการใช้มาตรการจำกัดการนำเข้าเป็นระยะเวลานาน อาจส่งผลกระทบต่อทางเลือกของผู้บริโภค การแข่งขันทางธุรกิจ และการเติบโตทางเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ
นอกจากนี้ การรวมรถยนต์ไฟฟ้าและรถยนต์ไฮบริดไว้ภายใต้มาตรการเดียวกัน อาจชะลอการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบขนส่งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของศรีลังกาในระยะยาว
ผลกระทบต่อการส่งออกของไทย
ในปี 2568 ไทยส่งออกสินค้ากลุ่มรถยนต์ อุปกรณ์ และส่วนประกอบไปยังศรีลังกาเป็นมูลค่า 183.41 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 3,022.63 จากปีก่อนหน้า และคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 35.87 ของมูลค่าการส่งออกไทยไปศรีลังกาทั้งหมด
สินค้าส่งออกหลักประกอบด้วย
รถยนต์นั่ง มูลค่า 76.46 ล้านเหรียญสหรัฐ
รถปิคอัพ รถบัส และรถบรรทุก มูลค่า 72.48 ล้านเหรียญสหรัฐ
อุปกรณ์และส่วนประกอบรถยนต์ มูลค่า 34.46 ล้านเหรียญสหรัฐ
สำหรับปี 2569 ช่วงเดือนมกราคม – มีนาคม ไทยส่งออกสินค้ากลุ่มดังกล่าวไปยังศรีลังกาแล้วเป็นมูลค่า 18.94 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลงร้อยละ 5.86 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 17.59 ของการส่งออกไทยไปศรีลังกาทั้งหมด
ดังนั้น หากมาตรการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมของศรีลังกายังคงมีผลบังคับใช้ต่อเนื่อง หรือมีการขยายระยะเวลามาตรการเพิ่มเติม อาจส่งผลให้การนำเข้ารถยนต์นั่ง รถปิคอัพ รถบัส รถบรรทุก และชิ้นส่วนรถยนต์จากไทยชะลอตัวลง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อมูลค่าการค้าระหว่างไทย–ศรีลังกา และการส่งออกสินค้าไทยไปยังตลาดศรีลังกาในระยะต่อไป
บทสรุป
การที่รัฐบาลศรีลังกาประกาศใช้มาตรการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมร้อยละ 50 ของอากรศุลกากรขาเข้าสำหรับรถยนต์นำเข้า ถือเป็นมาตรการทางเศรษฐกิจที่สำคัญภายใต้บริบทการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของประเทศหลังวิกฤตการเงินในปี 2565 โดยมีเป้าหมายเพื่อควบคุมการนำเข้าสินค้าที่ใช้เงินตราต่างประเทศสูง ลดแรงกดดันต่อเงินสำรองระหว่างประเทศ และรักษาเสถียรภาพทางการเงินของประเทศ
แม้มาตรการดังกล่าวอาจช่วยลดแรงกดดันต่อภาคการเงินและเพิ่มรายได้ภาครัฐในระยะสั้น แต่ในอีกด้านหนึ่งก็มีแนวโน้มส่งผลให้ราคารถยนต์เพิ่มสูงขึ้น กระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค และเพิ่มต้นทุนให้แก่ภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งและอุตสาหกรรมรถยนต์ นอกจากนี้ มาตรการดังกล่าวยังอาจส่งผลกระทบต่อการส่งออกสินค้ากลุ่มรถยนต์ของไทยไปยังศรีลังกา
อย่างไรก็ดี ประสิทธิผลของมาตรการจะขึ้นอยู่กับแนวโน้มเศรษฐกิจของศรีลังกา เสถียรภาพของอัตราแลกเปลี่ยน และทิศทางการบริหารนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลศรีลังกาในระยะต่อไป ขณะที่ผู้ประกอบการไทยควรติดตามพัฒนาการด้านนโยบายการนำเข้าของศรีลังกาอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินผลกระทบและวางแผนการส่งออกให้เหมาะสมต่อไป
แหล่งอ้างอิง
Ceylon Today – Motor vehicle imports: 50% Customs Duty surcharge reimposed
Daily FT – Govt. imposes temporary 50% vehicle import surcharge to ease pressure on foreign reserves
News Center Sri Lanka – Govt imposes 50% surcharge on imported vehicles for three months
MotorGuide Sri Lanka – 50% Import Duty Surcharge Imposed on Selected Vehicle Imports in Sri Lanka
The Week – Sri Lanka imposes 50 pc surcharge on car imports to protect currency from further slide
Daily Mirror – Govt. imposes 50% Custom duty surcharge on vehicle imports
NewsFirst Sri Lanka – Sri Lanka Imposes 50% Customs Surcharge on Imported Vehicles
Business Standard – Sri Lanka imposes 50% surcharge on car imports to protect falling currency