fb
ผลกระทบจากมาตรการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มร้อยละ 50 สำหรับรถยนต์นำเข้าของศรีลังกา

ผลกระทบจากมาตรการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มร้อยละ 50 สำหรับรถยนต์นำเข้าของศรีลังกา

โดย
Lawrence
ลงเมื่อ 21 พฤษภาคม 2569 16:30
4

บทนำ

เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2569 รัฐบาลศรีลังกา โดยกระทรวงการคลัง การวางแผน และการพัฒนาเศรษฐกิจ ได้ประกาศใช้มาตรการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม (Surcharge) ในอัตราร้อยละ 50 ของอากรศุลกากรขาเข้าที่จัดเก็บกับรถยนต์นำเข้า โดยประกาศดังกล่าวเผยแพร่ผ่านราชกิจจานุเบกษาพิเศษ (Extraordinary Gazette) ภายใต้อำนาจของนาย Anura Kumara Dissanayake ประธานาธิบดีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของศรีลังกา และมีผลบังคับใช้ทันทีตั้งแต่วันที่ 16 พฤษภาคม 2569 เป็นระยะเวลา 3 เดือน 

มาตรการดังกล่าวครอบคลุมรถยนต์นำเข้าหลายประเภท ได้แก่ รถยนต์นั่งส่วนบุคคล รถโดยสาร รถตู้ รถจี๊ป รถพยาบาล รถบรรทุกสินค้า รถยนต์ไฮบริด และรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ โดยค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมจะถูกเรียกเก็บทั้งในส่วนของอัตราอากรศุลกากรทั่วไป (General Customs Duty) และอัตราอากรศุลกากรพิเศษ (Preferential Customs Duty) 

ภาพรวมของมาตรการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม

รัฐบาลศรีลังกาได้ดำเนินมาตรการดังกล่าวภายใต้มาตรา 10A แห่งกฎหมายศุลกากร (Customs Ordinance) ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเลขที่ 83 ปี 1988 โดยกำหนดให้เรียกเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมจากอัตราอากรศุลกากรขาเข้าที่มีการจัดเก็บอยู่เดิมสำหรับรถยนต์นำเข้า

ก่อนหน้าการประกาศมาตรการดังกล่าว รถยนต์นำเข้าในศรีลังกาต้องเสียภาษีหลายประเภทอยู่แล้ว ได้แก่ อากร ศุลกากร ภาษีสรรพสามิต ภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีสินค้าฟุ่มเฟือย ส่งผลให้ต้นทุนการนำเข้ารถยนต์อยู่ในระดับสูง ดังนั้น การเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมในครั้งนี้จึงยิ่งเพิ่มภาระต้นทุนของผู้นำเข้าและผู้บริโภคมากขึ้น

รถยนต์ที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการดังกล่าว ได้แก่

Ÿ รถยนต์นั่งส่วนบุคคล 

Ÿ รถตู้และรถจี๊ป 

Ÿ รถโดยสารสาธารณะ 

Ÿ รถพยาบาลและรถยนต์เฉพาะทาง 

Ÿ รถบรรทุกสินค้า 

Ÿ รถยนต์ไฮบริด 

Ÿ รถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ 

อย่างไรก็ดี รัฐบาลศรีลังกาได้ประกาศยกเว้นการจัดเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมสำหรับรถยนต์ที่มีการเปิดหนังสือเครดิต (Letter of Credit: LC) ภายในหรือก่อนวันที่ 15 พฤษภาคม 2569 เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อผู้นำเข้าและภาคธุรกิจที่ได้ดำเนินธุรกรรมไว้ก่อนหน้าการประกาศใช้มาตรการดังกล่าว

นอกจากนี้ หน่วยงานศุลกากรของศรีลังกายังชี้แจงเพิ่มเติมว่า ค่าธรรมเนียมดังกล่าวจะใช้เฉพาะสินค้าที่อยู่ภายใต้การจัดเก็บอากรศุลกากรเท่านั้น และจะไม่มีผลต่อสินค้าที่ได้รับการยกเว้นอากรศุลกากรตามกฎระเบียบเดิม รวมถึงสินค้าที่นำเข้าภายใต้ข้อตกลงการค้าเสรีบางประเภท

เหตุผลในการดำเนินมาตรการ

รัฐบาลศรีลังกาดำเนินมาตรการดังกล่าวในฐานะส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์รักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและการบริหารจัดการเงินตราต่างประเทศ ภายหลังประเทศเผชิญวิกฤตเศรษฐกิจรุนแรงในปี 2565 ซึ่งส่งผลให้เกิดปัญหาขาดแคลนเงินตราต่างประเทศ อัตราเงินเฟ้อสูง การผิดนัดชำระหนี้ต่างประเทศ และการขาดแคลนเชื้อเพลิงและสินค้านำเข้าที่จำเป็น

แม้เศรษฐกิจศรีลังกาจะเริ่มฟื้นตัวภายใต้โครงการฟื้นฟูเศรษฐกิจร่วมกับ International Monetary Fund (IMF) แต่สถานะด้านเงินตราต่างประเทศยังคงเปราะบาง โดยรายงานล่าสุดระบุว่า เงินสำรองระหว่างประเทศของศรีลังกาปรับลดลงจากประมาณ 7 พันล้านเหรียญสหรัฐ ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2569 เหลือประมาณ 6.76 พันล้านเหรียญสหรัฐ ณ สิ้นเดือนเมษายน 2569 ขณะที่ค่าเงินรูปีศรีลังกาอ่อนค่าลงมากกว่าร้อยละ 3 เมื่อเทียบกับเงินเหรียญสหรัฐในช่วงเดือนพฤษภาคม 2569 

ทั้งนี้ การผ่อนคลายข้อจำกัดการนำเข้ารถยนต์ในช่วงก่อนหน้า ส่งผลให้ความต้องการนำเข้ารถยนต์เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และทำให้เกิดความต้องการใช้เงินตราต่างประเทศในระดับสูง โดยเฉพาะเงินเหรียญสหรัฐ ซึ่งสร้างแรงกดดันต่อเงินสำรองระหว่างประเทศและอัตราแลกเปลี่ยนของประเทศ

รัฐบาลศรีลังกาจึงมองว่าการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมดังกล่าวเป็นมาตรการชั่วคราว เพื่อชะลอการนำเข้าสินค้าที่ไม่จำเป็นในระยะสั้น ลดการไหลออกของเงินตราต่างประเทศ และสนับสนุนเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและการเงินของประเทศ 

นอกจากนี้ มาตรการดังกล่าวยังมีส่วนช่วยเพิ่มรายได้ภาครัฐจากการจัดเก็บภาษีศุลกากร ซึ่งยังคงเป็นหนึ่งในแหล่งรายได้สำคัญของรัฐบาลศรีลังกาในช่วงที่ประเทศอยู่ระหว่างการปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจและการคลัง

ผลกระทบทางเศรษฐกิจและภาคธุรกิจ

1. ราคารถยนต์ที่ปรับตัวสูงขึ้น

ผลกระทบที่เกิดขึ้นทันทีจากมาตรการดังกล่าว คือ การปรับตัวสูงขึ้นของราคาจำหน่ายรถยนต์นำเข้าในตลาด เนื่องจากผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายมีแนวโน้มผลักภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้นไปยังผู้บริโภค

สมาคมผู้นำเข้ารถยนต์แห่งศรีลังกา (Vehicle Importers Association of Sri Lanka: VIASL) ประเมินว่า ราคารถยนต์อาจเพิ่มขึ้นประมาณ 1.5 – 2.5 ล้านรูปีศรีลังกา ขึ้นอยู่กับประเภทรถยนต์และขนาดเครื่องยนต์ 

นอกจากนี้ การที่มาตรการดังกล่าวครอบคลุมรถยนต์ไฮบริดและรถยนต์ไฟฟ้า อาจส่งผลให้การเข้าถึงรถยนต์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมลดลง และอาจชะลอความต้องการซื้อของผู้บริโภคในช่วงที่มาตรการมีผลบังคับใช้

 

2. ผลกระทบต่อผู้ประกอบการและผู้นำเข้า

ผู้นำเข้ารถยนต์และผู้จำหน่ายรถยนต์มีแนวโน้มเผชิญกับยอดขายที่ลดลง จากต้นทุนการนำเข้าที่เพิ่มสูงขึ้นและกำลังซื้อของผู้บริโภคที่อ่อนตัวลง

อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการบางส่วนอาจได้รับประโยชน์ชั่วคราวจากมูลค่าการขายต่อของรถยนต์ที่นำเข้าไว้ก่อนหน้ามาตรการมีผลบังคับใช้ เนื่องจากปริมาณรถยนต์นำเข้าใหม่อาจลดลง ส่งผลให้รถยนต์ที่มีอยู่ในตลาดมีมูลค่าเพิ่มขึ้น

3. ผลกระทบต่อผู้บริโภคและภาคการขนส่ง

ผู้บริโภคมีแนวโน้มเผชิญกับต้นทุนการครอบครองรถยนต์ที่สูงขึ้น ทั้งในด้านราคาซื้อ ค่าใช้จ่ายด้านสินเชื่อ ค่าประกันภัย และค่าใช้จ่ายในการจดทะเบียน

ขณะเดียวกัน ภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการขนส่ง โลจิสติกส์ การท่องเที่ยว และบริการจัดส่งสินค้า อาจได้รับผลกระทบจากต้นทุนการดำเนินงานที่เพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากรถยนต์เพื่อการพาณิชย์และรถบรรทุกอยู่ภายใต้มาตรการดังกล่าวด้วย ซึ่งต้นทุนการขนส่งที่เพิ่มขึ้นอาจส่งผ่านไปยังราคาสินค้าและบริการในระบบเศรษฐกิจโดยรวมในระยะต่อไป

ผลกระทบระยะยาวที่อาจเกิดขึ้น

มาตรการดังกล่าวอาจส่งผลให้ความต้องการรถยนต์มือสองภายในประเทศเพิ่มขึ้น เนื่องจากผู้บริโภคหันไปเลือกซื้อรถยนต์ที่มีอยู่แล้วภายในประเทศแทนรถนำเข้าใหม่ ส่งผลให้ราคาตลาดรถยนต์มือสองมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น

นอกจากนี้ มาตรการดังกล่าวอาจกระตุ้นให้เกิดการหารือเกี่ยวกับการส่งเสริมการประกอบรถยนต์ภายในประเทศ และการลดการพึ่งพาการนำเข้ารถยนต์จากต่างประเทศ อย่างไรก็ดี ปัจจุบันศรีลังกายังคงพึ่งพาการนำเข้ารถยนต์และชิ้นส่วนรถยนต์จากต่างประเทศในระดับสูง

ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจหลายฝ่ายให้ความเห็นว่า แม้มาตรการควบคุมการนำเข้าอาจช่วยสนับสนุนการบริหารเงินสำรองระหว่างประเทศในระยะสั้น แต่หากมีการใช้มาตรการจำกัดการนำเข้าเป็นระยะเวลานาน อาจส่งผลกระทบต่อทางเลือกของผู้บริโภค การแข่งขันทางธุรกิจ และการเติบโตทางเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ

นอกจากนี้ การรวมรถยนต์ไฟฟ้าและรถยนต์ไฮบริดไว้ภายใต้มาตรการเดียวกัน อาจชะลอการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบขนส่งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของศรีลังกาในระยะยาว

ผลกระทบต่อการส่งออกของไทย

ในปี 2568 ไทยส่งออกสินค้ากลุ่มรถยนต์ อุปกรณ์ และส่วนประกอบไปยังศรีลังกาเป็นมูลค่า 183.41 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 3,022.63 จากปีก่อนหน้า และคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 35.87 ของมูลค่าการส่งออกไทยไปศรีลังกาทั้งหมด

สินค้าส่งออกหลักประกอบด้วย

Ÿ รถยนต์นั่ง มูลค่า 76.46 ล้านเหรียญสหรัฐ 

Ÿ รถปิคอัพ รถบัส และรถบรรทุก มูลค่า 72.48 ล้านเหรียญสหรัฐ 

Ÿ อุปกรณ์และส่วนประกอบรถยนต์ มูลค่า 34.46 ล้านเหรียญสหรัฐ 

สำหรับปี 2569 ช่วงเดือนมกราคม – มีนาคม ไทยส่งออกสินค้ากลุ่มดังกล่าวไปยังศรีลังกาแล้วเป็นมูลค่า 18.94 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลงร้อยละ 5.86 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 17.59 ของการส่งออกไทยไปศรีลังกาทั้งหมด

ดังนั้น หากมาตรการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมของศรีลังกายังคงมีผลบังคับใช้ต่อเนื่อง หรือมีการขยายระยะเวลามาตรการเพิ่มเติม อาจส่งผลให้การนำเข้ารถยนต์นั่ง รถปิคอัพ รถบัส รถบรรทุก และชิ้นส่วนรถยนต์จากไทยชะลอตัวลง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อมูลค่าการค้าระหว่างไทย–ศรีลังกา และการส่งออกสินค้าไทยไปยังตลาดศรีลังกาในระยะต่อไป

บทสรุป

การที่รัฐบาลศรีลังกาประกาศใช้มาตรการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมร้อยละ 50 ของอากรศุลกากรขาเข้าสำหรับรถยนต์นำเข้า ถือเป็นมาตรการทางเศรษฐกิจที่สำคัญภายใต้บริบทการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของประเทศหลังวิกฤตการเงินในปี 2565 โดยมีเป้าหมายเพื่อควบคุมการนำเข้าสินค้าที่ใช้เงินตราต่างประเทศสูง ลดแรงกดดันต่อเงินสำรองระหว่างประเทศ และรักษาเสถียรภาพทางการเงินของประเทศ

แม้มาตรการดังกล่าวอาจช่วยลดแรงกดดันต่อภาคการเงินและเพิ่มรายได้ภาครัฐในระยะสั้น แต่ในอีกด้านหนึ่งก็มีแนวโน้มส่งผลให้ราคารถยนต์เพิ่มสูงขึ้น กระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค และเพิ่มต้นทุนให้แก่ภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งและอุตสาหกรรมรถยนต์ นอกจากนี้ มาตรการดังกล่าวยังอาจส่งผลกระทบต่อการส่งออกสินค้ากลุ่มรถยนต์ของไทยไปยังศรีลังกา

อย่างไรก็ดี ประสิทธิผลของมาตรการจะขึ้นอยู่กับแนวโน้มเศรษฐกิจของศรีลังกา เสถียรภาพของอัตราแลกเปลี่ยน และทิศทางการบริหารนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลศรีลังกาในระยะต่อไป ขณะที่ผู้ประกอบการไทยควรติดตามพัฒนาการด้านนโยบายการนำเข้าของศรีลังกาอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินผลกระทบและวางแผนการส่งออกให้เหมาะสมต่อไป

แหล่งอ้างอิง

  1. Ceylon Today – Motor vehicle imports: 50% Customs Duty surcharge reimposed 

  2. Daily FT – Govt. imposes temporary 50% vehicle import surcharge to ease pressure on foreign reserves 

  3. News Center Sri Lanka – Govt imposes 50% surcharge on imported vehicles for three months 

  4. MotorGuide Sri Lanka – 50% Import Duty Surcharge Imposed on Selected Vehicle Imports in Sri Lanka 

  5. DD News – Sri Lanka imposes 50% surcharge on motor vehicle imports to protect foreign exchange reserves 

  6. The Week – Sri Lanka imposes 50 pc surcharge on car imports to protect currency from further slide 

  7. Daily Mirror – Govt. imposes 50% Custom duty surcharge on vehicle imports 

  8. NewsFirst Sri Lanka – Sri Lanka Imposes 50% Customs Surcharge on Imported Vehicles 

  9. Business Standard – Sri Lanka imposes 50% surcharge on car imports to protect falling currency 

กำลังเปิดดู: Weekly News Page 18 - 22 May 2026 (3).pdf
เปิดในแท็บใหม่
Weekly News Page 18 - 22 May 2026 (3).pdfกำลังเปิดดู
Share :
Instagram