
จากรายงานยอดจำหน่ายรถยนต์ประจำเดือนมิถุนายน 2569 ของสมาคมผู้ผลิตรถยนต์เวียดนาม (Vietnam Automobile Manufacturers' Association: VAMA) ตลาดรถยนต์เวียดนามมีการเติบโตในเชิงบวก อย่างต่อเนื่อง โดยมียอดจำหน่ายรถยนต์รวม 31,104 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 4 เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า แต่ลดลงร้อยละ 2.7 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกัน ของปี 2568 สะท้อนให้เห็นว่าการฟื้นตัวของตลาดยังไม่เกิดขึ้นอย่างทั่วถึง ยอดจำหน่ายรถยนต์ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 ที่ 149,761 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 15 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรถยนต์มียอดจำหน่ายประมาณ 100,321 คัน เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 12 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน รถยนต์เพื่อ การพาณิชย์ประมาณ 38,492 คัน เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 11 และรถยนต์ไฮบริดที่ 10,865 คัน เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 83 การเติบโตอย่างโดดเด่นของรถยนต์ไฮบริดสะท้อนให้เห็นว่าแนวโน้มการเปลี่ยนมาใช้ยานยนต์ที่ประหยัดพลังงานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมกำลังมีการเติบโตอย่างชัดเจนมากขึ้นในเวียดนาม
ในเดือนมิถุนายน 2569 บริษัท Toyota ยังคงครองตำแหน่งผู้นำตลาดด้วยยอดจำหน่าย 6,494 คัน คิดเป็นร้อยละ 27.6 ของยอดจำหน่ายรวมของสมาชิกสมาคมผู้ผลิตรถยนต์เวียดนาม (VAMA) บริษัท Mitsubishi อยู่อันดับสองด้วยยอดจำหน่าย 3,158 คัน คิดเป็นร้อยละ 13 ตามมาด้วย บริษัท Ford ที่มียอดจำหน่าย 2,741 คัน คิดเป็นร้อยละ 11.3 ส่วนบริษัท Kia และ บริษัท Mazda ซึ่งจัดจำหน่ายโดยบริษัท THACO มียอดจำหน่าย 2,675 คัน และ 2,361 คัน ตามลำดับ คิดเป็นร้อยละ 11 และร้อยละ 9.7 ส่งผลให้ทั้งห้าแบรนด์ครองอันดับ 5 แบรนด์รถยนต์ที่มียอดจำหน่ายสูงสุดของเดือน ที่น่าสนใจคือ ในเดือนมิถุนายน 2569 เพียงเดือนเดียว สมาชิกของ VAMA มียอดจำหน่ายรถยนต์ไฮบริดรวม 2,347 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 41 เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า และเพิ่มขึ้นร้อยละ 41 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้รถยนต์ไฮบริดกลายเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีอัตราการเติบโตเร็วที่สุดในตลาด
ผู้เชี่ยวชาญให้ความเห็นว่าช่องว่างด้านยอดจำหน่ายรถยนต์ระหว่างแบรนด์ชั้นนำลดลงอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นถึงการแข่งขันที่เพิ่มมากขึ้นในกลุ่มรถยนต์หลายประเภท เช่น รถยนต์นั่งขนาดเล็ก (B-segment Sedan) รถ SUV ในเมือง รถ MPV และ รถกระบะ เป็นต้น ด้วยผลประกอบการที่แข็งแกร่งในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 จึงคาดว่าจะเป็นรากฐานสำคัญที่ช่วยสนับสนุนการเติบโตที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี ผู้ผลิตรถยนต์หลายรายคาดว่าจะเปิดตัวรถรุ่นใหม่ ขยายไลน์ผลิตภัณฑ์รถยนต์ไฮบริดและรถยนต์ไฟฟ้า พร้อมทั้งจัดโครงการส่งเสริมการขายเพื่อกระตุ้นความต้องการของผู้บริโภค ท่ามกลางอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อรถยนต์ที่ยังคงอยู่ในระดับที่สามารถแข่งขันได้ อุปทานรถยนต์ที่ยังมีอยู่ และสินค้ามีความหลากหลายมากขึ้น ตลาดรถยนต์เวียดนามจึงมีแนวโน้มที่จะยังคงรักษาโมเมนตัมการเติบโตไว้ได้ตลอดช่วงเวลาที่เหลือของปี 2569 ทั้งนี้ รถยนต์ SUV รถยนต์ MPV และรถยนต์ไฮบริด มีแนวโน้มที่จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของยอดจำหน่ายรถยนต์โดยรวมของตลาดต่อไป
(จาก https://www.baochinhphu.vn/)
ข้อคิดเห็น สคต
จากรายงานของสำนักงานสถิติแห่งชาติเวียดนาม (General Statistics Office of Vietnam: GSO) ในเดือนมิถุนายน 2569 จำนวนรถยนต์ใหม่ที่เข้าสู่ตลาดเวียดนามรวมถึงรถยนต์ทุกประเภทที่ผลิตและประกอบได้ภายในประเทศและรถยนต์นำเข้าใหม่มีจำนวนรวม 81,296 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 8.6 เมื่อเทียบกับเดือนพฤษภาคม 2569 โดยรถยนต์ทุกประเภทที่ผลิตและประกอบภายในประเทศมีสัดส่วนมากที่สุด มีจำนวน 54,100 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.9 จากเดือนก่อน และเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 32.1 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 นับเป็นระดับการผลิตสูงสุดของปี 2569 บรรลุสถิติเดิมที่ 51,700 คัน ที่ทำไว้ในเดือนมกราคม ปี 2569 ส่วนรถยนต์นำเข้าแบบสำเร็จรูป (Completely Built-Up: CBU) มีจำนวน 23,730 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 14.6 เมื่อเทียบกับเดือนก่อน ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 จำนวนรถยนต์ทุกประเภทที่ผลิตและประกอบได้ภายในประเทศที่ 284,600 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 26.9 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 นอกจากการผลิตและประกอบรถยนต์ทุกประเภทภายในประเทศที่ขยายตัวแล้ว การนำเข้ารถยนต์สำเร็จรูปในเดือนมิถุนายมีการเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ทั้งในด้านปริมาณและมูลค่า โดยในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 เวียดนามนำเข้ารถยนต์สำเร็จรูปทุกประเภทจำนวน 123,096 คัน ซึ่งใกล้เคียงกับระดับเดียวกันของปีก่อน
นอกเหนือจากยอดจำหน่ายรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายในและรถยนต์ไฟฟ้าซึ่งยังคงมีแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่องแล้ว การเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่นของยอดจำหน่ายรถยนต์ไฮบริดยังสะท้อนให้เห็นว่าความต้องการใช้รถยนต์ในเวียดนามยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งแสดงให้เห็นถึงแนวโน้มการเปลี่ยนผ่านไปสู่ยานยนต์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างชัดเจนมากขึ้น ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยส่งเสริมการแข่งขันในตลาดรถยนต์ไฮบริดในเวียดนามเท่านั้น แต่ยังเป็นแรงผลักดันให้เกิด การขยายตัวของกิจกรรมการผลิตและการประกอบรถยนต์ไฮบริดภายในประเทศด้วย ซึ่งจะเปิดโอกาสให้แก่ผู้ประกอบการทั้งในประเทศและต่างประเทศสามารถเข้ามามีส่วนร่วมในห่วงโซ่การผลิตรถยนต์ไฮบริดของเวียดนามได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น