
นักเศรษฐศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินระหว่างประเทศของจีนมองว่า เงินหยวน (Renminbi: RMB) ยังมีศักยภาพในการขยายบทบาทในระบบการเงินโลกผ่านการชำระค่าสินค้าและบริการระหว่างประเทศ การสนับสนุนทางการเงินในห่วงโซ่อุปทาน และการพัฒนาตลาดเงินหยวนนอกประเทศ โดยระบุว่ากระบวนการดังกล่าวจะเกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปและขึ้นอยู่กับการพัฒนาตลาดการเงินและการปฏิรูปทางการเงินอย่างต่อเนื่อง
นาย Zhu Min อดีตรองกรรมการผู้จัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ให้สัมภาษณ์กับ China Daily ว่า แนวโน้มการเพิ่มบทบาทของเงินหยวนในระดับสากลยังคงดำเนินต่อไป และไม่จำเป็นต้องรอให้จีนเปิดเสรีบัญชีทุนหรือทำให้เงินหยวนสามารถแลกเปลี่ยนได้อย่างเสรีเต็มรูปแบบก่อน จึงจะสามารถมีบทบาทสำคัญในระบบการเงินโลกได้ โดยชี้ว่าเงินหยวนได้รับการบรรจุอยู่ในตะกร้าสกุลเงินสิทธิพิเศษถอนเงิน (Special Drawing Rights: SDR) ของ IMF และมีสัดส่วนร้อยละ 12.48 ซึ่งสะท้อนถึงการยอมรับในระดับนานาชาติ
ผู้เชี่ยวชาญมองว่าการขยายการใช้เงินหยวนในการชำระธุรกรรมการค้าระหว่างประเทศถือเป็นปัจจัยสำคัญในการผลักดันการใช้เงินหยวนในระดับสากล เนื่องจากจีนเป็นประเทศการค้ารายใหญ่ที่สุดของโลก เป็นผู้นำเข้าน้ำมันดิบรายใหญ่ที่สุดของโลก และเป็นผู้บริโภคสินค้าโภคภัณฑ์สำคัญ เช่น ทองแดง แร่เหล็ก และถั่วเหลือง ในปริมาณสูง ทำให้จีนมีศักยภาพในการส่งเสริมการใช้เงินหยวนในการชำระค่าสินค้าและวัตถุดิบระหว่างประเทศเพิ่มขึ้น
นาย Miao Yanliang หัวหน้านักกลยุทธ์ของ China International Capital Corporation (CICC) ระบุว่า การใช้สกุลเงินในการชำระเงินระหว่างประเทศเป็นก้าวสำคัญของการพัฒนาสู่การเป็นสกุลเงินระดับโลก และบทบาททางการค้าของจีนสามารถช่วยสนับสนุนการยอมรับเงินหยวนในตลาดโลกได้มากขึ้นในระยะยาว ขณะเดียวกัน ความเปลี่ยนแปลงของภูมิรัฐศาสตร์โลกและความพยายามของหลายประเทศในการกระจายความเสี่ยงจากการพึ่งพาสกุลเงินเดียวในการทำธุรกรรมระหว่างประเทศ ส่งผลให้มีการใช้สกุลเงินท้องถิ่นและสกุลเงินทางเลือกในการค้าระหว่างประเทศเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในภาคพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์
ศาสตราจารย์ Shi Kang จาก PBC School of Finance, Tsinghua University ระบุว่า เหตุการณ์ความไม่แน่นอนด้านการขนส่งทางทะเลผ่านช่องแคบฮอร์มุซในช่วงที่ผ่านมา ได้สะท้อนให้เห็นถึงความเปราะบางของระบบการค้าน้ำมันที่พึ่งพาเงินดอลลาร์สหรัฐเป็นหลัก และคาดว่าในอนาคตอาจมีการใช้สกุลเงินทางเลือกในการชำระธุรกรรมด้านพลังงานเพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญยังเห็นว่าจีนควรส่งเสริมบทบาทของเงินหยวนในฐานะเครื่องมือทางการเงินของห่วงโซ่อุปทานโลก เนื่องจากจีนมีสัดส่วนการผลิตภาคอุตสาหกรรมคิดเป็นเกือบหนึ่งในสามของกำลังการผลิตทั่วโลก แต่บทบาทของเงินหยวนในระบบการเงินระหว่างประเทศยังคงอยู่ในระดับที่ต่ำเมื่อเทียบกับขนาดเศรษฐกิจและภาคการผลิตของประเทศ
ทั้งนี้ การพัฒนาเงินหยวนสู่การเป็นสกุลเงินสากลจำเป็นต้องอาศัยการพัฒนาตลาดการเงินที่มีความลึกและสภาพคล่องเพียงพอ ไม่ว่าจะเป็นตลาดพันธบัตร ตลาดตราสารอนุพันธ์ และตลาดเงินหยวนนอกประเทศ เพื่อรองรับการถือครองเงินหยวนในฐานะสินทรัพย์เพื่อการลงทุนและการเก็บรักษามูลค่า
ในด้านการพัฒนาตลาดเงินหยวนนอกประเทศ จีนมีแผนเพิ่มปริมาณพันธบัตรสกุลเงินหยวนใน ตลาดต่างประเทศเพื่อสร้างทางเลือกการลงทุนให้แก่นักลงทุนทั่วโลก โดยกระทรวงการคลังจีนมีแผนออกพันธบัตรรัฐบาลสกุลเงินหยวนในฮ่องกงรวมมูลค่า 84,000 ล้านหยวนในปี 2569 ซึ่งได้ดำเนินการออกพันธบัตรแล้วบางส่วนในช่วงเดือนกุมภาพันธ์และเมษายนที่ผ่านมา
ด้าน Marc Uzan ผู้อำนวยการบริหารของ Reinventing Bretton Woods Committee เห็นว่าแม้ธนาคารกลางหลายประเทศเริ่มกระจายเงินสำรองระหว่างประเทศ และหลายประเทศหันมาใช้สกุลเงินท้องถิ่นในการค้าระหว่างกันมากขึ้น แต่เงินดอลลาร์สหรัฐยังคงมีข้อได้เปรียบเชิงโครงสร้างในระบบการเงินโลกอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้การลดบทบาทของดอลลาร์จะเกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป
ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่คาดว่า ระบบการเงินโลกในอนาคตมีแนวโน้มพัฒนาไปสู่รูปแบบที่มีหลายสกุลเงินหลัก (Multipolar Currency System) โดยเงินดอลลาร์สหรัฐ ยูโร และเงินหยวน จะมีบทบาทร่วมกันมากขึ้นควบคู่กับสกุลเงินสำคัญในภูมิภาคต่าง ๆ ซึ่งอาจช่วยเพิ่มความหลากหลายและเสถียรภาพให้แก่ระบบการเงินโลกในระยะยาว
ข้อคิดเห็น / ข้อเสนอแนะ สคต. ณ นครเฉิงตู
แนวโน้มการผลักดันการใช้เงินหยวนในระดับสากลสะท้อนบทบาททางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างประเทศของจีนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในฐานะประเทศผู้ส่งออกและผู้นำเข้าสินค้ารายใหญ่ของโลก หากจีนสามารถขยายการใช้เงินหยวนในการชำระค่าสินค้า การลงทุน และธุรกรรมทางการเงินระหว่างประเทศได้มากขึ้น อาจส่งผลให้ผู้ประกอบการต่างชาติ รวมถึงผู้ประกอบการไทย มีทางเลือกในการดำเนินธุรกรรมกับ คู่ค้าจีนเพิ่มขึ้น และช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนที่เกิดจากการใช้สกุลเงินที่สามในการชำระเงิน
สำหรับประเทศไทย จีนยังคงเป็นคู่ค้าอันดับหนึ่งและเป็นตลาดส่งออกสำคัญของสินค้าไทยหลายประเภท อาทิ ผลไม้สด ยางพารา ผลิตภัณฑ์ยาง เคมีภัณฑ์ และสินค้าเกษตรแปรรูป ดังนั้น หากการใช้เงินหยวนในการค้าระหว่างประเทศมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ผู้ประกอบการไทยควรติดตามพัฒนาการด้านนโยบายการเงินและระบบการชำระเงินระหว่างประเทศของจีนอย่างใกล้ชิด รวมถึงศึกษาความเป็นไปได้ในการใช้เงินหยวนในการชำระค่าสินค้าและบริการกับคู่ค้าจีน เพื่อบริหารจัดการต้นทุนและความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม แม้เงินหยวนจะมีบทบาทเพิ่มขึ้นในระบบการเงินโลก แต่เงินดอลลาร์สหรัฐยังคงเป็นสกุลเงินหลักของการค้าและการเงินระหว่างประเทศในปัจจุบัน ดังนั้น ในระยะสั้นคาดว่าระบบการเงินโลกจะยังคงอยู่ในลักษณะที่มีหลายสกุลเงินสำคัญควบคู่กันไป ผู้ประกอบการไทยจึงควรมีความยืดหยุ่นในการบริหารธุรกรรมทางการเงินระหว่างประเทศ และติดตามการเปลี่ยนแปลงของระบบการชำระเงินโลกอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับโอกาสทางการค้าและการลงทุนที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
----------------------------------------------------
สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครเฉิงตู
มิถุนายน 2569
แหล่งข้อมูล :
https://mp.weixin.qq.com/s/wdRpGJxAKDu5bHCZa4eV-Q