แนวโน้มการบริโภคเนื้อสัตว์ในเยอรมนีลดลงต่อเนื่อง ดันอาหารจากพืชบูม – ค้าปลีกรายใหญ่ขานรับเทรนด์ เปิดซูเปอร์มาร์เก็ตสินค้าวีแกนเต็มรูปแบบแห่งแรกในเยอรมนี

สํานักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครแฟรงก์เฟิร์ต

 

การบริโภคเนื้อสัตว์ในเยอรมนีมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่องทุกปี ในปี 2023 อัตราการบริโภคเนื้อสัตว์เฉลี่ยต่อปีอยู่ที่ 51.6 กิโลกรัมต่อคน ลดลงร้อยละ 18 เมื่อเทียบกับปี 2018 ซึ่งมีอัตราฯ อยู่ที่ 60.9 กิโลกรัมต่อคน กระแสการบริโภคอาหารจากพืชทดแทนเนื้อสัตว์ได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภคอย่างมีนัยสำคัญ ข้อมูลจากสถาบันวิจัยความคิดเห็นและการตลาด IfD Allensbach ระบุว่า ในปี 2023 จำนวนผู้คนในเยอรมนีที่แสดงตนเองว่าเป็นมังสวิรัติหรือผู้ที่หลีกเลี่ยงการบริโภคเนื้อสัตว์เป็นส่วนใหญ่อยู่ที่ 8.12 ล้านคน (ประมาณร้อยละ 10 ของประชาชนทั้งหมด) และจำนวนผู้คนที่แสดงตนเองว่าเป็นวีแกนหรือผู้ที่งดเว้นจากผลิตภัณฑ์จากสัตว์อยู่ที่ 1.52 ล้านคน (ประมาณร้อยละ 2 ของประชาชนทั้งหมด) ซึ่งจำนวนผู้บริโภคทั้ง 2 กลุ่มนี้มีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลให้ความต้องการผลิตภัณฑ์อาหารจากพืชเติบโตตามไปด้วย นอกจากนี้ ยังมีผู้บริโภคอีกหลายกลุ่มที่ไม่บริโภคเนื้อสัตว์ เช่น กลุ่ม flexitarian หรือ flexigan ที่มีพฤติกรรมจำกัดหรือลดการบริโภคผลิตภัณฑ์จากสัตว์ กลุ่ม pescetarier หรือผู้ที่ไม่บริโภคเนื้อสัตว์เลือดอุ่นหรือสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม และกลุ่มผู้บริโภคกลุ่มอื่น ๆ ที่ไม่รับประทานเนื้อสัตว์ซึ่งมีเงื่อนไขการบริโภคที่แตกต่างกันไป ทั้งนี้ ความยั่งยืนและสวัสดิภาพสัตว์เป็นแรงจูงใจหลักที่ทำให้ผู้คนหันมาบริโภคอาหารจากพืช นอกจากนี้ การเปลี่ยนแปลงภาพภูมิอากาศทำให้ประเด็นด้านความยั่งยืนของระบบนิเวศมีบทบาทสำคัญมากขึ้นสำหรับผู้บริโภคจำนวนมาก

 

ตลาดผลิตภัณฑ์ทดแทนจากพืชหลายชนิดเติบโตขึ้นอย่างมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีการพัฒนาวัตถุดิบจำนวนมากสำหรับการผลิตผลิตภัณฑ์นมและเนื้อสัตว์ทดแทน โดยเนื้อสัตว์ทดแทนส่วนใหญ่มีธัญพืช ถั่วเหลือง ผัก เห็ด หรือสาหร่ายเป็นส่วนประกอบ ส่วนนมทางเลือกจะผลิตจากข้าวโอ๊ต ถั่วเหลือง อัลมอนด์ มะพร้าว และข้าว ในอนาคตตลาดสำหรับผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์ที่ทำจากโปรตีนจากแมลงหรือเนื้อสัตว์ในหลอดทดลอง (เนื้อจากห้องปฏิบัติการ) มีการเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าการบริโภคแมลงที่กินได้เป็นส่วนหนึ่งของอาหารแบบดั้งเดิมของบางประเทศ แต่ผู้บริโภคจำนวนมากในเยอรมนีกลับไม่มั่นใจเกี่ยวกับการกินอาหารจากแมลง โดยรวมแล้ว มีเพียงร้อยละ 13 ของผู้บริโภคในเยอรมนีเท่านั้นที่สามารถจินตนาการถึงการกินแมลงได้

 

ข้อมูลการสำรวจของ GfK สถาบันวิจัยตลาดที่ใหญ่ที่สุดในเยอรมนีเมื่อฤดูใบไม้ร่วงปีที่แล้ว แสดงให้เห็นว่า ตลาดมีความต้องการอาหารจากพืชสูง และอาหารที่มีพืชเป็นส่วนประกอบได้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของผู้บริโภคจำนวนมากมานานแล้ว โดยมากกว่าครึ่งหนึ่งของผู้ตอบแบบสอบถามประมาณ 1,000 คน เคยซื้ออาหารทางเลือกที่มาจากพืช และเกือบร้อยละ 27 ได้เปลี่ยนการซื้อผลิตภัณฑ์อาหารที่มาจากสัตว์เป็นผลิตภัณฑ์ทางเลือกจากพืชอย่างน้อยหลายครั้งต่อสัปดาห์ ซึ่งแรงจูงใจที่พบบ่อยที่สุดในการซื้อคือ ความต้องการทดลอง (ร้อยละ 54) สอดคล้องกับรายงานโภชนาการ (Ernährungsreport 2023) จัดทำโดยกระทรวงอาหารและการเกษตรแห่งสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี (BMEL) ที่ระบุว่า ความอยากรู้อยากเห็นเป็นแรงจูงใจที่ถูกกล่าวถึงบ่อยที่สุด (ร้อยละ 73) การสำรวจยังแสดงให้เห็นว่า ความนิยมของอาหารจากพืชเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2015

 

เมื่อต้นเดือน (11 เม.ย.) REWE หนึ่งในผู้ค้าปลีกอาหารรายใหญ่ในเยอรมนี ได้ทำการเปิดสาขาซูเปอร์มาร์เก็ตเฉพาะสินค้าวีแกนเต็มรูปแบบแห่งแรกในเยอรมนี ในชื่อ “REWE voll pflanzlich” (REWE fully plant-based) ซึ่งมีผลิตภัณฑ์วีแกนมากกว่า 2,700 รายการวางจำหน่าย REWE นับเป็นผู้บุกเบิกธุรกิจค้าปลีกอาหารวีแกน โดยได้รับการจัดอันดับจากองค์กรอิสระ เช่น Albert Schweitzer Foundation (2023) และ PETA Vegan Food Award (2021) ทั้งนี้ REWE มีซูเปอร์มาเก็ตมากกว่า 3,800 แห่งกระจายทั่วประเทศ ในปี 2023 มียอดขาย 30.6 พันล้านยูโร (1.21 ล้านล้านบาท)

****************************************************

 

ที่มา: Lebensmittel Praxis, Statista, BLE

 

thThai