สถานการณ์ตลาดสินค้าอาหารออร์แกนิคในประเทศฝรั่งเศสปี 2023

ข้อมูลโดยรวมตลาดสินค้าอาหารออร์แกนิคฝรั่งเศสปี  2023  ประกอบด้วยผู้ผลิตและบริษัทที่เกี่ยวข้อง 30,000 ราย ลูกจ้างกว่า 200,000 ตำแหน่ง ผลประกอบการทั่วประเทศคิดเป็นมูลค่า 13,000 ล้านยูโร    หลังจากที่ช่วงระหว่างปี  2012 – 2020  สินค้าอาหารออร์แกนิคได้รับความนิยมในหมู่ผู้บริโภคฝรั่งเศสเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนถึงปี  2021  ความต้องการสินค้าอาหารออร์แกนิคในฝรั่งเศสเริ่มปรับตัวลดลง

จากการสำรวจข้อมูลของสมาพันธ์เกษตรกรรมออร์แกนิคแห่งชาติ  (Fnab- Fédération nationale d’agriculture biologique)  ปี 2022 ยอดขายสินค้าเกษตรออร์แกนิคโดยรวมจากทุกช่องทางช่วงระหว่างเดือนมกราคมถึงเดือนกันยายนปี 2022  ลดลงร้อยละ 6.3    ใกล้เคียงกับตัวเลขที่ได้จากการสำรวจของ Agence Bio (หน่วยงานดูแลสินค้าอาหารออร์แกนิคของรัฐบาลฝรั่งเศส) ซึ่งสรุปได้ว่าคนฝรั่งเศสจับจ่ายสินค้าอาหารออร์แกนิคในปี 2022   ลดลงร้อยละ 6 – 6.4  ต่อการจับจ่ายสินค้าอาหารในแต่ละครั้ง      สถาบันการตลาด IRI คำนวนว่าความต้องการตลาดที่ลดลงในช่วงระหว่างปี 2020 – 2022  สร้างความเสียหายต่อตลาดสินค้าอาหารออร์แกนิคคิดเป็นมูลค่าสูงถึง 1 พันล้านยูโร

ความเปลี่ยนแปลงของตลาดสินค้าอาหารออร์แกนิคฝรั่งเศสในช่วงต้นปี 2023 สามารถสรุปรายละเอียดได้ดังต่อไปนี้

  • บริษัทการตลาด NiesenlQ กล่าวว่า ช่องทางการขายสินค้าอาหารออร์แกนิคที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด  ได้แก่   ร้านค้าปลีกผู้เชี่ยวชาญสินค้าออร์แกนิค ( La vie Claire, Biocoop, Naturalia ฯลฯ)   ซึ่งมียอดขายลดลงถึงร้อยละ 16  ส่งผลให้มีร้านค้าปิดตัวลงถึง 200 สาขาในปี 2022     โดยห้างค้าปลีกสินค้าออร์แกนิคอันดับหนึ่ง  Biocoop  ปิดสาขาลงทั้งสิ้น 40 สาขาจากทั้งหมด 700 สาขาทั่วประเทศ     นาย Bertrand Pérot ประธานกลุ่มผู้ประกอบการห้างค้าปลีก Le Grand Panier Bio กล่าวว่าหากในปี 2023 นี้ระดับการจับจ่ายสินค้าอาหารออร์แกนิคยังคงลดลง รวมถึงหากปัญหาด้านราคาพลังงานไม่ได้รับการแก้ไข และรัฐบาลไม่มีนโยบายให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ชัดเจน   ห้างค้าปลีกผู้เชี่ยวชาญสินค้าออร์แกนิคกว่าร้อยละ 80 (ร้านค้าปลีกทั่วประเทศจำนวนกว่า 2,000 สาขา) จะได้รับผลกระทบอย่างแน่นอน
  • ห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ ( Leclerc, Carrefour, Auchan ฯลฯ) เป็นช่องทางจัดจำหน่ายสินค้าอาหารออร์แกนิคที่สำคัญที่สุด โดยมีอัตราการบริโภคลดลงเช่นเดียวกันที่ระดับร้อยละ 5.3 ซึ่งลดลงน้อยกว่าระดับของห้างค้าปลีกผู้เชี่ยวชาญสินค้าออร์แกนิค   อย่างไรก็ตามจากข้อมูลของสถาบัน IRI พบว่าในช่วงระยะเวลาแปดเดือนแรกของปี 2022  ห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ลดสัดส่วนการวางขายสินค้าอาหารออร์แกนิคในห้างลงถึงร้อยละ 7.3  และให้ความสำคัญต่อการจัดพื้นที่แสดงสินค้าอาหารออร์แกนิคลดลงเนื่องจากแนวโน้มตลาดของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไป   ผู้ประกอบการสินค้าออแกร์นิคจึงรวมตัวกันส่งจดหมายไปยังห้างค้าปลีกเหล่านั้นเพื่อขอให้พิจารณาแนวทางปฏิบัติใหม่เมื่อเดือนพศจิกายนที่ผ่านมา
  • กระทรวงเกษตรฝรั่งเศสให้ข้อมูลว่าในปี 2022 แหล่งผลิตสินค้าอาหารออร์แกนิคกว่า 3,380 แห่งเลิกการผลิตสินค้าในรูปแบบออร์แกนิค คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 6 ของผู้ผลิตสินค้าออแกร์นิคทั่วประเทศ (58,413 ราย) หลังจากที่ในปี 2021 มีผู้ประกอบการลดลงแล้วถึง 1 พันราย ส่งผลให้อัตราการเลิกผลิตสินค้าออร์แกนิคเพิ่มขึ้นในระดับที่สูงถึงร้อยละ 35
  • ปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบด้านลบต่อตลาดสินค้าออร์แกนิค ได้แก่ ภาวะเงินเฟ้อซึ่งส่งผลต่อทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภคหลังสงครามรัสเซีย-ยูเครน ภาวะเงินเฟ้อส่งผลให้ต้นทุนการผลิตสินค้าเกษตรออร์แกนิคเพิ่มสูงขึ้นถึงร้อยละ 30 ซึ่งสูงกว่าต้นทุนสินค้าเกษตรโดยทั่วไป  ส่งผลต่อเนื่องให้ราคาขายสินค้าออร์แกนิคในห้างค้าปลีกบางแห่งเพิ่มขึ้นสูงถึงร้อยละ 75     ส่งผลให้ระดับการบริโภคสินค้าออร์แกนิคทั่วประเทศลดลงโดยเฉพาะผู้บริโภคที่มีครอบครัวและผู้บริโภคที่มีอายุน้อย  ซึ่งคนฝรั่งเศสกว่าร้อยละ 54 ระบุว่าสินค้าออร์แกนิคมีราคาสูงเมื่อเทียบกับประโยชน์ที่ผู้บริโภคจะได้รับ
  • ระหว่างการประชุมงานสินค้าเกษตรและอาหารออร์แกนิคในช่วงต้นเดือนธันวาคมปี 2022 นาย Marc Fesneau รัฐมนตรีกระทรวงเกษตรฝรั่งเศสกล่าวว่า  ยอดขายสินค้าเกษตรออร์แกนิคเริ่มลดลงตั้งแต่ปี 2020 หลังจากสถานการณ์โควิดเป็นต้นมาซึ่งเป็นผลจากปัญหาเศรษฐกิจ  ในขณะที่ผู้ประกอบการสินค้าออร์แกนิคตั้งข้อสังเกตว่า ยอดขายสินค้าที่ลดลงส่วนหนึ่งมาจาก ข้อมูลบนบรรจุภัณฑ์สินค้าอาหารก่อความสับสนให้กับผู้บริโภค  เนื่องจากไม่ทราบแน่ชัดว่าเป็นตรามาตรฐานสินค้าอาหารออร์แกนิคที่แท้จริงหรือไม่  
  • นาง Laure Verdeau ผู้อำนวยการหน่วยงาน l’Agence Bio กล่าวว่าผลิตภัณฑ์อาหารจำนวนมากระบุบนบรรจุภัณฑ์ว่า เป็น ผลิตภัณฑ์ที่ปลอดยาฆ่าแมลง  ไม่มีสารไนเตรต หรือเป็นสินค้าท้องถิ่น ฯลฯ ซึ่งเป็นการให้ข้อมูลทางการตลาด ไม่ใช่ตรามาตรฐานสินค้าออร์แกนิคที่ได้รับการรับรองจากหน่วยงานผ่านกฎเกณฑ์ที่เข้มงวด    อย่างไรก็ตามข้อมูลเหล่านี้สามารถสร้างความสับสนต่อผู้บริโภคให้เข้าใจว่าเป็นสินค้าออร์แกนิคได้     ดังนั้น L’Agence Bio จึงดำเนินการสร้างแคมเปญเพื่อช่วยสร้างความเข้าใจให้กับผู้บริโภคและเพื่อส่งเสริมการขายสินค้าอาหารออร์แกนิคในช่วงระหว่างเดือนพฤษภาคมจนถึงเดือนตุลาคม ปี 2022  ภายใต้ชื่อโครงการว่า Pour nous et pour la planète, #BioRéflexe (For us and for the planet) ซึ่งสามารถช่วยเพิ่มยอดขายสินค้าได้ถึงร้อยละ 4 – 5
  • แผนความช่วยเหลือจากรัฐบาลฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคมที่ผ่านมา กระทรวงเกษตรฝรั่งเศสประกาศแผนงบประมาณมูลค่า 60 ล้านยูโรให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการสินค้าเกษตรออร์แกนิค หลังจากที่รัฐบาลได้ให้เงินช่วยเหลือจำนวน 10 ล้านยูโรซึ่งเป็นแผนรับมือฉุกเฉินเมื่องานแสดงสินค้าเกษตรในตอนต้นปีที่ผ่านมา   อย่างไรก็ตามผู้ประกอบการเกษตรออร์แกนิคไม่พอใจกับงบประมาณจำนวนนี้  เพราะหากเมื่อคำนวณจากงบประมาณแล้วผู้ประกอบการเกษตรกรออร์แกนิคจำนวนทั้งสิ้น 66,000 รายจะได้รับเงินช่วยเหลือเพียงรายละ 166 ยูโรเท่านั้น  ซึ่งหากคำนวนตามความเป็นจริงแล้วควรใช้งบประมาณถึง 150 ล้านยูโรเพื่อให้ครอบคลุมกับผู้ประกอบการทุกฝ่าย ทั้งผู้ผลิตนม เนื้อหมูและผักผลไม้ ฯลฯ
  • รายงานของ la Cour des comptes (เทียบเท่ากับสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินของไทย) เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาระบุว่า L’Agence Bio (หน่วยงานของรัฐบาลซึ่งรับผิดชอบผู้ประกอบการสินค้าเกษตรออร์แกนิค) ได้รับงบประมาณไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่าย โดยเฉพาะงบประมาณด้านสื่อ      La Cour des comptes ให้คำแนะนำว่าการสั่งสินค้าอาหารออร์แกนิคจากหน่วยงานรัฐบาลโดยตรงเป็นช่องทางที่สามารถช่วยเหลือผู้ประกอบการได้   โดยเฉพาะในปัจจุบันโรงอาหารของหน่วยงานรัฐบาลมีสัดส่วนการใช้สินค้าเกษตรออร์แกนิคประกอบอาหารเพียงร้อยละ 6 เท่านั้นห่างจากเป้าหมายที่ระบุไว้ในกฎหมาย Egalim (กฎหมายว่าด้วยการสร้างความสมดุลระหว่างภาคการเกษตรและอาหารเพื่อความยั่งยืน)    ที่ระบุให้มีการใช้สินค้าออร์แกนิคในการประกอบอาหารในโรงอาหารที่ระดับร้อยละ 20   ซึ่งหากสามารถปฏิบัติได้จริงจะสามารถเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรและผู้ผลิตได้กว่า 120 ล้านยูโร    ดังนั้นรัฐบาลฝรั่งเศสจึงให้คำสัญญาว่าจะเพิ่มการสั่งซื้อผ่านหน่วยงานโรงอาหารของรัฐบาล (กระทรวงต่างๆ, หน่วยงานทางทหาร  ฯลฯ)    และหากในอนาคตร้านอาหารเอกชนเพียงจำนวนร้อยละ 10 ของร้านอาหารทั่วประเทศเข้าร่วมการสั่งซื้อจะสามารถช่วยเพิ่มรายได้เพิ่มให้กับผู้ประกอบการสินค้าเกษตรและอาหารออร์แกนิคเพิ่มถึง 1.5 พันล้านยูโร

ในขณะที่สินค้าอาหารออร์แกนิคโดยรวมได้รับผลกระทบ ไวน์ออร์แกนิคเป็นสินค้าเพียงชนิดเดียวที่สามารถรักษายอดขายไว้ได้ผ่านช่องทางจัดจำหน่ายจากร้านขายไวน์โดยเฉพาะ

ความเห็น สคต.   จากข้อมูลปี 2022 ของ Agence Bio ประเภทสินค้าอาหารออร์แกนิคที่ได้รับความนิยมในฝรั่งเศส ได้แก่ สินค้าประเภท sweet grocery (ช็อกโกแลต,แยม, ชา, กาแฟ, น้ำผึ้ง, ผลไม้แห้ง, บิสกิต,ขนมกรุบกรอบ, ลูกกวาด, บาร์ซีเรียล รวมไปถึงวัตถุดิบที่ใช้ในการปรุงของหวาน เช่น น้ำตาล แป้ง ฯลฯ)   นอกเหนือจากนั้นยังเป็นสินค้าออร์แกนิคที่ฝรั่งเศสนำเข้าเป็นอันดับหนึ่งโดยมีสัดส่วนนำเข้าสินค้าประเภทนี้จากประเทศในทวีปยุโรปร้อยละ 18 คิดเป็นมูลค่า 243 ล้านยูโร  และประเทศอื่นนอกเหนือจากนั้นร้อยละ 38 คิดเป็นมูลค่า 513 ล้านยูโร     ในขณะที่สินค้าผลิตในประเทศมีสัดส่วนตลาดอยู่ที่ร้อยละ 44 คิดเป็นมูลค่า 595 ล้านยูโร    ส่งผลให้มูลค่าตลาดสินค้าออร์แกนิคประเภท sweet grocery ในฝรั่งเศสรวมกันแล้วสูงถึง 1.35 พันล้านยูโร  (ตลาดสินค้า sweet grocery โดยรวมทั้งออร์แกนิคและไม่ออร์แกนิคในฝรั่งเศสคิดเป็นมูลค่า17,800 ล้านยูโร)    จะเห็นได้ว่าด้วยมูลค่าตลาดของสินค้าประเภทนี้รวมถึงความนิยมในการบริโภคของหวานของคนฝรั่งเศสส่งผลให้สินค้าประเภท sweet grocery  มีความน่าสนใจให้ผู้ประกอบการไทยพัฒนาสินค้าเพื่อส่งออกมายังฝรั่งเศสเพิ่มขึ้น  โดยเฉพาะผลไม้ไทยที่สามารถนำมาดัดแปลงเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความหลากหลายได้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบ ผลไม้แห้ง, แยมผลไม้ เป็นต้น นอกเหนือจากนั้นหากผู้ประกอบการไทยนำผลไม้ออร์แกนิคมาใช้เป็นส่วนประกอบในการผลิตด้วยแล้วจะสามารถช่วยเพิ่มมูลค่าสินค้าได้มากยิ่งขึ้น

ที่มาของข่าว   Mathieu Viviani –  ข่าวออนไลน์ หนังสือพิมพ์ Les Echos

https://www.lesechos.fr/industrie-services/conso-distribution/alimentation-5-choses-a-savoir-sur-la-mauvaise-passe-du-bio-en-france-1948427

สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงปารีส

thThai