สถานการณ์สินค้าข้าวโพดในมาลาวี

                      มาลาวีประกาศห้ามนำเข้าข้าวโพดจากเคนยาและแทนซาเนียเมื่อปลายเดือนธันวาคม พ.ศ. 2566 เนื่องจากข้าวโพดจากเคนยาและแทนซาเนียมีการติดเชื้อร้านแรง

แม้ว่าการห้ามดังกล่าวจะเป็นเพียงชั่วคราว แต่พายุไซโคลนเฟรดดี้ซึ่งทำลายล้างพืชผลหลายร้อยเฮกตาร์ในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2566 และการคว่ำบาตรโดยแซมเบีย ซึ่งเป็นซัพพลายเออร์ข้าวโพดรายใหญ่ของมาลาวี ทำให้มาลาวีมีปัญหาในการหาแหล่งนำเข้าข้าวโพด

การนำเข้าธัญพืชของมาลาวีเพิ่มขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยมีข้าวสาลีและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เป็นสินค้าสำคัญ แซมเบียเป็นซัพพลายเออร์รายใหญ่ของข้าวโพดเนื่องจากเป็นข้าวโพดที่ไม่ดัดแปลงพันธุกรรม (GMO) เมื่อเทียบกับแอฟริกาใต้ ซึ่งผลิตและส่งออกข้าวโพด GMO

จากปัญหาเหล่านี้ข้างต้น มาลาวีอาจจำเป็นนำเข้าข้าวโพด จากแอฟริกาใต้ ซึ่งสามารถส่งออกในปริมาณที่มาลาวีต้องการได้ตลอดเวลาในฤดูกาลนี้

ความต้องการข้าวโพดต่อปีของแอฟริกาใต้คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 12 ล้านตัน และคาดว่าประเทศจะส่งออกข้าวโพดประมาณ 3.3 ล้านตันในปีการตลาด 2023/24 ซึ่งเริ่มในเดือนพฤษภาคม 2023 ณ วันที่ 8 ธันวาคม 2023 แอฟริกาใต้มี ส่งออกข้าวโพดรวม 2.4 ล้านตันสำหรับฤดูกาลการตลาดปัจจุบัน ซึ่งหมายความว่ามีข้าวโพดเพื่อการส่งออกประมาณ 900,000 ตันจากแอฟริกาใต้จนถึงเดือนมีนาคม-เมษายน 2024

ความเห็นสคต. การค้าระหว่างไทยและมาลาวียังมีน้อย ปี 2566 (ม.ค. – ธ.ค.) มูลค่าการค้า 5.9 ล้านเหรียญสหรัฐเพิ่มขึ้นร้อยละ 33.89  ไทยส่งออกไปมาลาวี  5.84 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 34.36 สินค้าที่ไทยส่งออกไปมาลาวี เช่น เคมีภัณฑ์ รถยนต์และส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์ยาง เป็นต้น  แสดงว่าการค้าระหว่างไทยกับมาลาวีมีแนวโน้มที่ดี จากการขาดแคลนการนำเข้าข้าวโพดของมาลาวี ผู้ส่งออกข้าวโพดของไทยถือโอกาสนี้ในการขยายการส่งออกข้าวโพดไปยังมาลาวีอีกทางหนึ่งด้วย

jaJapanese