อัตราเงินเฟ้อของไนจีเรียแตะ 28.92% ท่ามกลางราคาอาหารที่สูงขึ้น

สำนักสถิติแห่งชาติไนจีเรียรายงานดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ประจำเดือนธันวาคม 2566 ระบุว่าดัชนีราคาผู้บริโภคซึ่งวัดอัตราเงินเฟ้อของไนจีเรียพุ่งสูงสุดที่ 28.92% ในเดือนธันวาคม 2566 หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.72 จุดเมื่อเทียบกับอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในเดือนพฤศจิกายน 2566 และเมื่อเทียบเป็นรายปี อัตราเงินเฟ้อทั่วไปสูงขึ้นร้อยละ 7.58 จุด เมื่อเทียบกับอัตราที่บันทึกไว้ในเดือนธันวาคม 2565 ซึ่งอยู่ที่ร้อยละ 21.34 และเพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นเดือนที่สิบสองและยังเป็นอัตราสูงสุดในรอบ 21 ปี โดยที่อัตราเงินเฟ้อด้านอาหารซึ่งเป็นดัชนีที่จับตามองอย่างใกล้ชิดเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเป็น 33.93% ในเดือนธันวาคม 2566 จากร้อยละ 32.84% ในเดือนพฤศจิกายนฯ โดยที่ดัชนีอาหารที่เพิ่มขึ้นเกิดจากการขึ้นของราคาน้ำมันและไขมัน ราคาขนมปังและซีเรียล ผลิตภัณฑ์อาหาร มันฝรั่ง มันเทศและพืชหัวอื่นๆ รวมทั้ง ไข่ นม ชีส ผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์และปลา

นอกจากนี้ สำนักงานสถิติกล่าวว่าเมื่อเทียบเป็นรายปี อัตราเงินเฟ้อทั่วไปสูงขึ้น ร้อยละ 10.18 จุดโดยเทียบกับอัตราที่บันทึกไว้ในเดือนธันวาคม 2565 ซึ่งอยู่ที่ร้อยละ 23.75 รวมทั้ง อัตราเงินเฟ้อด้านอาหารโดยเฉลี่ยต่อปีในช่วง 12 เดือนสิ้นสุดเดือนธันวาคม 2566 จากค่าเฉลี่ย 12 เดือนก่อนหน้าอยู่ที่ร้อยละ 27.96 ซึ่งเพิ่มขึ้นร้อยละ 7.02 จากอัตราการเปลี่ยนแปลงเฉลี่ยต่อปีที่บันทึกไว้ในเดือนธันวาคม 2565 (ร้อยละ 20.94) และสำนักงานสถิติฯ ยังระบุว่า การเพิ่มขึ้นของราคาอาหารและเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์เป็นตัวขับเคลื่อนที่ใหญ่ที่สุดของอัตราเงินเฟ้อประจำปีในเดือนธันวาคมฯ ทั้งนี้ ปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดภาวะเงินเฟ้อ ได้แก่ อาหารและเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ (ร้อยละ 14.98) ที่อยู่อาศัย น้ำ ไฟฟ้า ก๊าซและเชื้อเพลิงอื่นๆ (ร้อยละ 4.84) เสื้อผ้าและรองเท้า (ร้อยละ 2.21) การขนส่ง (ร้อยละ 1.88) เครื่องเรือน และอุปกรณ์ในครัวเรือนและการดูแลรักษา (ร้อยละ 1.45) และการศึกษา (ร้อยละ 1.14) ) สุขภาพ (ร้อยละ 0.87) สินค้าและบริการเบ็ดเตล็ด (ร้อยละ 0.48) ร้านอาหารและโรงแรม (ร้อยละ 0.35) เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยาสูบและโคล่า (ร้อยละ 0.31) นันทนาการและวัฒนธรรม (ร้อยละ 0.20) และการสื่อสาร (ร้อยละ 0.20)

ทั้งนี้ ภาคเอกชนได้กล่าวโทษการยกเลิกเงินอุดหนุนเชื้อเพลิง นโยบายการรวมอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศได้นำไปสู่การอ่อนค่าของมูลค่าเงินไนร่าไนจีเรียอย่างมาก เป็นสาเหตุที่ทำให้อัตราเงินเฟ้อของประเทศพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดกองทุนการเงินระหว่างประเทศเปิดเผยว่าอัตราเงินเฟ้อของประเทศจะชะลอการเติบโตทางเศรษฐกิจซึ่งคาดว่าจะลดลงเป็นร้อยละ 3.1 ในปี 2567 โดยมีผลกระทบด้านลบของอัตราเงินเฟ้อที่สูงต่อการบริโภค

อนึ่ง ไนจีเรียกำลังเผชิญกับวิกฤตค่าครองชีพที่เลวร้ายที่สุด โดยอัตราเงินเฟ้อปีต่อปีไม่ชะลอตัวลงในปี 2566 โดยอยู่ที่ร้อยละ 21.82 ในเดือนมกราคม ร้อยละ 21.91 ในเดือนกุมภาพันธ์ ร้อยละ 22.04 ในเดือนมีนาคม ร้อยละ 22.22 ในเดือนเมษายน ร้อยละ22.41 ในเดือนพฤษภาคม ร้อยละ 22.79 ในเดือนมิถุนายน ร้อยละ 24.08 ในเดือนกรกฎาคม ร้อยละ 25.8 ในเดือนสิงหาคม ร้อยละ 26.72 ในเดือนกันยายน ร้อยละ 27.33 ในเดือนตุลาคม ร้อยละ 28.20 ในเดือนพฤศจิกายน และร้อยละ 28.92 ในเดือนธันวาคมฯ ทั้งนี้ ถึงแม้ว่าอัตราเงินเฟ้อจะไม่แตะร้อยละ 30 ตามที่ผู้เชี่ยวชาญหลายคนคาดการณ์ไว้ แต่กลับถูกตำหนิว่าเป็นเพราะอัตราความยากจนที่เพิ่มขึ้นในเมืองระหว่างเดือนมกราคมถึงพฤษภาคม 2566 โดยตามข้อมูลของธนาคารโลก อัตราเงินเฟ้อได้ผลักดันให้ประชาชนประมาณ 4 ล้านคนเข้าสู่ความยากจนในประเทศ

jaJapanese