ผลกระทบต่อญี่ปุ่นจากกรณีการโจมตีเรือขนส่งสินค้าต่างชาติของกองทัพฮูติ

สถานการณ์การโจมตีเรือขนส่งสินค้าต่างชาติที่แล่นผ่านช่องแคบบับ อัล-มันดับ ทางตอนใต้ของทะเลแดงของกองทัพฮูตี ทำให้ผู้ประกอบการขนส่งทางทะเลรายใหญ่ของโลก รวมถึง Ocean Network Express (ONE) ของญี่ปุ่น ระงับการเดินเรือผ่านคลองสุเอซและทะเลแดง ซึ่งเป็นเส้นทางหลักของการค้าระหว่างเอเชียกับยุโรป (ร้อยละ 40) โดยเปลี่ยนไปใช้เส้นทางอ้อมแหลมกู๊ดโฮปแทน เช่นเดียวกับเรือของบริษัท Mitsui OSK Lines และ Kawasaki Kisen Kaisha (K Line)

ปัจจุบัน ONE มีเรือขนส่งจำนวน 205 ลำ ซึ่งรวมถึงเรือที่มีขนาดใหญ่ที่สุดที่สามารถบรรทุกคอนเทนเนอร์  ขนาด 20 ฟุต (TEU) ได้มากกว่า 20,000 ตู้ ถึง 35 ลำ ให้บริการขนส่งครอบคลุม 120 ประเทศทั่วโลกโดย ONE ระงับใช้เส้นทางดังกล่าวภายหลังจากที่บริษัท Maersk และ A.P. Moller-Maersk ประกาศเปลี่ยนเส้นทางเดินเรือ

ในการนี้ รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมญี่ปุ่น นาย Minoru Kihara แถลงภายหลังเข้าร่วมการประชุม Red Sea Maritime Security ซึ่งมีกระทรวงกลาโหมของสหรัฐอเมริกาเป็นเจ้าภาพ ว่า ญี่ปุ่นได้ให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่กับนานาประเทศที่เกี่ยวข้องในการรักษาเสถียรภาพทางทะเลในเส้นทางนี้เพื่อให้การขนส่งกลับสู่ภาวะปกติ ทั้งนี้ หน่วยป้องกันภัยทางทะเลของญี่ปุ่น (Maritime Self-Defense Force) ประจำการในอ่าวเอเดนนอกชายฝั่งประเทศโซมาเลียมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 2009 เพื่อป้องกันเรือของญี่ปุ่นจากภัยโจรสลัด

ณ วันที่ 18 ธันวาคม ศกนี้ เรือขนส่งสินค้าของบริษัทญี่ปุ่นจำนวน 20 ลำ จอดรอดูท่าทีอยู่ในทะเลแดง (ทางตอนใต้ของคลองสุเอซ) ทะเลเมดิเตอร์เรเนียน (ทางตอนเหนือของคลองสุเอซ) และทางตะวันออกของอ่าวเอเดน

jaJapanese