”ภูมิธรรม“ สร้างประวัติศาสตร์ เปิดตัวมหกรรมไลฟ์คอมเมิร์ซนานาชาติ จับมือบริษัทอินฟลูฯชั้นนำจีน ยกทัพไลฟ์สดขายสินค้า SME ไทย ก.ค.นี้

”ภูมิธรรม“ สร้างประวัติศาสตร์ เปิดตัวมหกรรมไลฟ์คอมเมิร์ซนานาชาติ จับมือบริษัทอินฟลูฯชั้นนำจีน ยกทัพไลฟ์สดขายสินค้า SME ไทย ก.ค.นี้

วันที่ 29 พฤษภาคม 2567 เวลา 15.30 น. ที่ห้องจูปิเตอร์ 8-9 อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี
นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ แถลงข่าวมหกรรมไลฟ์คอมเมิร์ซนานาชาติ 2567 และเป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ(MOU) ระหว่างกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กับบริษัท Beijing Zhongsri Runpeng Culture Media Technology จำกัด (เป่ยจิง จงซื่อ รุ่นเผิง คัลเชอร์ มีเดีย เทคโนโลยี จำกัด) ผู้นำด้านการ Live Commerce ของจีน ซึ่งนายภูมิธรรมได้หารือกับ Mr.Zhou Jiang ประธานบริษัทฯ ในการผลักดันสินค้าและบริการไทยบุกตลาดจีนผ่านเครือข่าย KOL (บุคคลทรงอิทธิพลบนโลกออนไลน์)ของบริษัทฯ และนำตัวอย่างสินค้าคุณภาพของไทยกว่า 100 รายการมาให้ KOL จีนเลือก โดยภายในงานมีนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายภัณฑิล จงจิตรตระกูล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา นายภูสิต รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ และผู้แทนหน่วยงานภาครัฐและเอกชนร่วมด้วย

นายภูมิธรรม กล่าวว่า วันนี้ถือเป็นวันประวัติศาสตร์แห่งความร่วมมือระหว่างประเทศไทยและจีนในการส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ผ่านช่องทาง Live Commerce เป็นรูปแบบการค้าที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพ ทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่างกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศของไทยกับบริษัท Beijing Zhongsri Runpeng Culture Media Technology จำกัด ผู้นำด้าน Live Commerce ของจีน เป็นก้าวสำคัญที่จะเปิดประตูสู่โอกาสทางการค้าใหม่ สร้างความเจริญรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศ

ช่วงที่ผ่านมาจะได้เห็นบทบาทและกิจกรรมของกระทรวงพาณิชย์อย่างต่อเนื่อง ซึ่งโลกเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ถ้าเรายังใช้รูปแบบการค้าแบบเดิมโอกาสที่จะก้าวให้ทันหรือแข่งขันกับประเทศต่างๆก็ลำบาก เราได้ทดลองใช้เครื่องมือและเทคโนโลยีสมัยใหม่มาส่งเสริมการค้า เริ่มด้วยการเชิญมาย-อาโป กับฟรีน-เบคกี้ ที่เป็นดารานักแสดงที่เป็นที่รู้จักทั่วโลก จนกระทรวงพาณิชย์ขึ้นเทรนด์อันดับหนึ่งของโลกในหลายประเทศ การใช้โซเชียลมีเดียสามารถเปิดตลาดได้ทั่วถึงทุกมุมโลกในช่วงเวลาไม่ทันข้ามคืน

กระทรวงพาณิชย์เห็นความสำคัญของ E-Commerce ที่เป็นช่องทางที่ทำให้สินค้าไทย ทั้งอาหารและวัฒนธรรมเกิดการรับรู้ที่กว้างขึ้น ตนหวังให้ผู้ประกอบการไทย และ SMEs ได้มีโอกาสเรียนรู้จากบริษัทที่มีศักยภาพ โดยกิจกรรมวันนี้จะเป็นตัวอย่าง ได้นำสินค้าคุณภาพจากผู้ประกอบการ 42 บริษัท กว่า 100 รายการ มาให้ทางบริษัทเลือก ซึ่งเราจะจับมือกับผู้ประกอบการรายเล็ก SMEs ของไทยหาช่องทางการตลาดสร้างรายได้ให้ประเทศ ให้สินค้าไทยได้รับการยอมรับจากทั่วโลกเพิ่มขึ้น

โดยในอีก 2 เดือน จะมีมหกรรม International Live Commerce Expo 2024 เชิญอินฟลูเอนเซอร์ที่มีชื่อเสียง 30-50 ราย ที่บางรายมีผู้ติดตามเป็น 10 ล้าน 100 ล้านคน มาเลือกสินค้าของไทยไปขาย เพราะเขาจะเข้าใจความต้องการของจีน เราจะพิสูจน์ว่าการเปิดตลาดด้วยวิธีใหม่สามารถสร้างรายได้ เพิ่มโอกาสและช่องทางการตลาดให้กับผู้ประกอบการไทยและ SMEs ไทย โดยกระทรวงพาณิชย์จะเป็นสะพานเชื่อมผู้บริโภคชาวต่างประเทศ ให้ได้รับประสบการณ์ครั้งสำคัญในการหารายได้เข้าประเทศ

“เราเลือกสินค้าที่เป็นพรีเมียมและเห็นว่าเป็นของพื้นที่ ที่จะต่อยอดส่งออกได้ กระทรวงพาณิชย์จะไปเพิ่มศักยภาพและเป็นตลาดให้ โดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศและหน่วยงานอื่นๆในกระทรวงฯจะไปส่งเสริม เช่น การจัดงาน THAIFEX-ANUGA ASIA 2024 ที่เรามีศักยภาพใหญ่ที่สุดและครบวงจรที่สุดในเอเชีย เปิดโอกาสให้ SME
ได้มีโอกาส ซึ่งหลายสินค้าสามารถขายผ่านอีคอมเมิร์ซได้ง่ายกว่า แต่ต้องพัฒนาคุณภาพให้ถึงระดับหนึ่ง และทำให้สินค้าเป็นที่ต้องการ”นายภูมิธรรมกล่าว

en_USEnglish