ฟิลิปปินส์อาจเปิดโควตานำเข้าน้ำตาล ป้องกันราคาขายปลีกพุ่งสูงขึ้น

ฟิลิปปินส์อาจเปิดโควตานำเข้าน้ำตาล ป้องกันราคาขายปลีกพุ่งสูงขึ้น

ฟิลิปปินส์อาจเปิดโควตานำเข้าน้ำตาล ป้องกันราคาขายปลีกพุ่งสูงขึ้น

นาย Pablo Luis Azcona ผู้บริหารและซีอีโอของสำนักงานกำกับดูแลน้ำตาลฟิลิปปินส์ (SRA) เปิดเผยหลังจากที่ประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ ได้รับรองคำแนะนำของ Private Sector Advisory Council-Agriculture Sector Group (PSAC-ASG) ในการอนุญาตให้นำเข้าน้ำตาลในช่วงนอกฤดูเก็บเกี่ยวว่า ขณะนี้ SRA กำลังศึกษาความเป็นไปได้ในการอนุญาตให้นำเข้าน้ำตาลในช่วงหลังฤดูการผลิต (Post-milling season) เพื่อให้แน่ใจว่าจะมีสต็อกเพียงพอและป้องกันไม่ให้ราคาในท้องตลาดพุ่งสูงขึ้น เหมือนเช่นที่เกิดขึ้นเมื่อสองปีก่อน ทั้งนี้ ประธานาธิบดีมาร์กอสได้สนับสนุนข้อเสนอการนำเข้าน้ำตาลปริมาณ 185,000 – 200,000 ตัน โดย PSAC-ASG ระบุว่าการนำเข้ามีความจำเป็นในการสร้างปริมาณสต็อกน้ำตาล ของประเทศเพื่อให้แน่ใจว่าประเทศจะไม่ขาดแคลนอุปทาน โดยเฉพาะน้ำตาลทรายขาวบริสุทธิ์เมื่อโรงงานน้ำตาลทั้งหมดหยุดดำเนินการนอกฤดูซึ่งปริมาณการกลั่นน้ำตาลขึ้นอยู่กับอุปทานน้ำตาลดิบในการผลิตน้ำตาลทรายขาวบริสุทธิ์ ทั้งนี้ จนถึงปัจจุบันฟิลิปปินส์สามารถผลิตน้ำตาลดิบได้ 1.92 ล้านตันในปีการเพาะปลูกปัจจุบันสูงกว่าปีก่อนหน้าที่มีการผลิตอยู่ที่ 1.8 ล้านตัน อย่างไรก็ตาม ได้ตั้งข้อสังเกตว่าปริมาณการผลิตยังไม่เพียงพอที่จะตอบสนองความต้องการใช้ที่ปริมาณ 2.2 – 2.4 ล้านตัน โดยพบว่าขณะนี้มีความต้องการน้ำตาลเพิ่มขึ้นจากผู้ใช้ในภาคอุตสาหกรรมซึ่งกำลังต้องการสร้างสต็อกน้ำตาล เนื่องจากฤดูกาลหีบอ้อย (Milling) ถูกกำหนดให้สิ้นสุดเร็วกว่าปกติหนึ่งเดือน

นาย Azcona ระบุเพิ่มเติมว่า SRA ได้คิดค้นกลไกที่ช่วยในการพิจารณาว่ามีความจำเป็นในการอนุญาตให้นำเข้าน้ำตาลโดยภายใต้กลไกดังกล่าวเมื่อสต็อกน้ำตาลถึงจุด “Trigger” หรือลดลงต่ำกว่าปริมาณอุปทานใน 3 เดือน SRA อาจพิจารณาเปิดโครงการนำเข้าน้ำตาล ทั้งนี้ SRA ได้ประมาณการว่า ความต้องการน้ำตาลต่อเดือนอยู่ระหว่าง 180,000 ตันถึง 240,000 ตัน ดังนั้น หากมีเวลา 3 เดือน (ในการจัดหาน้ำตาล) ก็จะไม่เกิดการขาดแคลนและมั่นใจว่าจะป้องกันไม่ให้อุปทานน้ำตาลลดลงถึงระดับที่ตลาดค้าปลีกเกิดความไม่มั่นคงและทำให้ราคาน้ำตาลพุ่งสูงขึ้นเหมือนเช่นที่เกิดขึ้นในปี 2565 ที่ราคาขายปลีกสูง  ถึง 130 เปโซต่อกิโลกรัม โดยวิกฤตน้ำตาลที่เกิดขึ้นเมื่อ 2 ปีที่แล้วทำให้ทั้งราคาขายปลีกน้ำตาลทั้งดิบและน้ำตาลทรายขาวบริสุทธิ์พุ่งสูงขึ้นสู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์จากปัญหาขาดแคลนอุปทาน เนื่องจากการผลิตในประเทศลดลงและโครงการนำเข้าน้ำตาลเกิดความล่าช้า ทั้งนี้ หากการนำเข้าได้รับการอนุมัติ คาดว่าสินค้าน้ำตาลอาจเดินทางมาถึงระหว่างเดือนกรกฎาคมถึงต้นเดือนกันยายน ก่อนที่ฤดูการผลิตจะเริ่มประมาณเดือนตุลาคม อย่างไรก็ตาม โครงการนำเข้าน้ำตาลที่เสนอดังกล่าวจะต้องได้รับคำปรึกษาจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย นอกจากนี้ ยังชี้ให้เห็นว่าชาวไร่อ้อยจะได้รับประโยชน์จากการนำเข้าน้ำตาลเช่นกันในการช่วยรักษาเสถียรภาพราคาตลาด เนื่องจากเกษตรกรก็เป็นผู้บริโภคที่ซื้อน้ำตาลในระดับค้าปลีกด้วย และอุปทานน้ำตาลที่มั่นคงจะช่วยให้แน่ใจว่าราคาอ้อย ณ หน้าฟาร์มยังคงอยู่ในระดับที่สร้างกำไรให้กับเกษตรกร ขณะเดียวกันก็รับประกันได้ว่าผู้ใช้ในอุตสาหกรรมและผู้ผลิตจะมีอุปทานเพียงพอ

ทั้งนี้ จากข้อมูล SRA ล่าสุดอุปทานน้ำตาลดิบและน้ำตาลทรายขาวบริสุทธิ์รวมของประเทศ ณ วันที่ 5 พฤษภาคม 2567 อยู่ที่ 1.15 ล้านตัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 35 หรือ 851,370 ตัน จากที่บันทึกไว้ในช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว โดยแบ่งเป็นอุปทานน้ำตาลดิบ 568,734 ตัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 26.5 จาก 449,541 ตัน ในช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่สต็อกน้ำตาลทรายขาวบริสุทธิ์อยู่ที่ 583,694 ตัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของก่อนที่มี 401,829.25 ตัน

ที่มา: หนังสือพิมพ์ Philippine Star

บทวิเคราะห์/ข้อคิดเห็น

  • “น้ำตาล” ถือเป็นสินค้าอ่อนไหวของฟิลิปปินส์ที่มีการควบคุมการนำเข้าโดยการใช้มาตรการโควตาภาษี (Tariff-Rate Quotas: TRQs) โดยมีสำนักงานกำกับดูแลน้ำตาล (SRA) ภายใต้กระทรวงเกษตรฟิลิปปินส์ ทำหน้าที่กำหนดนโยบาย กำกับดูแล รวมทั้งส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรมน้ำตาล ทั้งนี้ ฟิลิปปินส์สามารถผลิตน้ำตาลเพื่อการบริโภคภายในประเทศและส่งออกบางส่วน โดยมีการบริโภคน้ำตาลเฉลี่ยปีละประมาณ 3 ล้านตันต่อปีร้อยละ 50 ถูกใช้ในภาคอุตสาหกรรม (Industrial users)  โดยเฉพาะอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดี่ม ร้อยละ 32 ถูกใช้ในภาคครัวเรือน และร้อยละ 18 ถูกใช้ในสถาบัน/ภาคธุรกิจอื่นๆ เช่น โรงพยาบาล ร้านอาหาร และร้านเบเกอร์รี่ เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ฟิลิปปินส์จำเป็นต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำตาลในบางช่วงเวลาที่ขาดแคลน โดยจะเปิดให้มีการนำเข้าเมื่อผลผลิตประเทศไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้ภายในประเทศ
  • ฟิลิปปินส์มีแนวโน้มอาจประสบกับภาวะขาดแคลนน้ำตาลและเพื่อให้แน่ใจว่าจะมีอุปทานเพียงพอในตลาด รวมทั้งเพื่อรักษาเสถียรภาพราคาไม่ให้พุ่งสูงขึ้น ฟิลิปปินส์จึงอาจจำเป็นต้องเปิดโควตานำเข้าเพื่อเสริมอุปทานในประเทศในช่วงนอกฤดูการผลิต ทั้งนี้ ในปี 2566 ที่ผ่านมาไทยสามารถขยายตลาดส่งออกน้ำตาลมายังฟิลิปปินส์เป็นจำนวนมาก เนื่องจากฟิลิปปินส์เปิดโควตานำเข้าอย่างต่อเนื่อง โดยไทยส่งออกน้ำตาลมาฟิลิปปินส์มูลค่า 12,536.43 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2565 ที่มีมูลค่า 7,323.39 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น ร้อยละ 71.18 สำหรับในปี 2567 ฟิลิปปินส์ยังไม่มีการเปิดโควตานำเข้า ส่งผลให้การส่งออกน้ำตาลของไทย มาฟิลิปปินส์ในช่วงเดือนมกราคม – มีนาคม 2567 ลดลงมีมูลค่าอยู่ที่ 422.59 ล้านบาท หรือลดลง ร้อยละ 86.68 จากช่วงเดียวกันของปี 2566 ที่มีมูลค่า 3,173.20 ล้านบาท ดังนั้น หากฟิลิปปินส์เปิดโควตามีการนำเข้าน้ำตาลตามการคาดการณณ์ดังกล่าวข้างต้นคาดว่าจะช่วยส่งผลให้การส่งออกน้ำตาลของไทยกลับมาขยายตัวเพิ่มขึ้นได้ ซึ่งถือเป็นโอกาสดีสำหรับผู้ประกอบการส่งออกน้ำตาลของไทย ทั้งนี้ น้ำตาลของไทยเป็นที่ต้องการของกลุ่มอุตสาหกรรมต่อเนื่องในฟิลิปปินส์โดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมแปรรูปอาหารและขนม รวมทั้งเครื่องดื่ม เนื่องจากน้ำตาลไทยได้รับความน่าเชื่อถือในเรื่องคุณภาพมาตรฐาน

Office of Commercial Affairs, Royal Thai Embassy (Thai Trade Center) - Manila

พฤษภาคม 2567

 

en_USEnglish