ตลาดอาหารพร้อมรับประทานของอินเดีย

อาหารพร้อมรับประทาน (Ready-To-Eat : RTE Foods) จัดอยู่ในกลุ่มสินค้าอาหารที่ผ่านการทำความสะอาดและปรุงสุกแล้ว โดยส่วนใหญ่อยู่ในบรรจุภัณฑ์และพร้อมรับประทานโดยไม่ต้องเตรียมหรือปรุงอาหารก่อน

มีงานศึกษาวิจัยให้ข้อมูลว่ายอดขายอาหารพร้อมรับประทานในอินเดียมีมูลค่า 52 พันล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2566 และจะขยายตัวเพิ่มขึ้นเป็นมูลค่า 64 พันล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2569 โดยมีอัตราการขยายตัวของมูลค่าตลาดในช่วงระหว่างปี 2564 – 2569 อยู่ที่ร้อยละ 45

อินเดียเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศที่แทบทุกครัวเรือนมีห้องครัวและเตรียมอาหารปรุงสุกเองเป็นปกติ ตลาดอาหารพร้อมรับประทานจึงถือเป็นเรื่องใหม่ที่อยู่ในช่วงเริ่มต้น อย่างไรก็ดี ปัจจัยที่สนับสนุนให้เกิดการเติบโตตลาดมีดังต่อไปนี้

– การเดินทางท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

– การเพิ่มขึ้นของคนรุ่นใหม่

– ประชากรวัยทำงานที่นิยมอาหารที่สะดวกสบายมากขึ้น เนื่องจากมีวิถีชีวิตที่วุ่นวายมากขึ้น

– การขยายตัวของร้านค้าปลีกที่มีสาขาเพิ่มมากขึ้น

– การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ที่มีนวัตกรรมใหม่ๆ จากหลากหลายผู้ผลิต

ตัวเลือกของอาหารที่หลากหลายและการเปิดรับวัฒนธรรมตะวันตกที่เพิ่มสูงขึ้นส่งผลให้อาหารพร้อมรับประทานเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มมิลเลเนียล หรือ GEN Y ในอินเดีย

นอกจากนี้ ความก้าวหน้าในบรรจุภัณฑ์อาหาร และการบริการโลจิสติกส์แบบควบคุมอุณหภูมิ (cold chain logistics) ก็มีอิทธิพลต่อการเติบโตของอาหารพร้อมรับประทานในตลาดอินเดียด้วยเช่นกัน

จากการที่สินค้าประเภทนี้มีศักยภาพสูงและมองว่าจะเป็นที่ต้องการมากขึ้น กลุ่มบริษัท SATS Group จึงได้ลงทุนเปิดศูนย์บริการอาหารนานาชาติ บนพื้นที่ 221,000 ตารางฟุต คิดเป็นมูลค่าประมาณ 45 ล้านเหรียญสหรัฐ ในเมืองเบงกาลูรู ซึ่งมีความสามารถในการจัดจำหน่ายสินค้าอาหารพร้อมรับประทานสูงถึง 40,000 กิโลกรัม เพื่อบริการจัดเลี้ยง การรับจ้างผลิต และลูกค้าพาณิชย์ รวมไปถึงร้านค้าปลีกอาหารที่มีขนาดใหญ่ และร้านอาหารรูปแบบต่างๆ ทั้งในตลาดอินเดียและตลาดต่างประเทศ

อุตสาหกรรมบริการอาหาร ซึ่งรวมถึงโรงแรม ร้านอาหาร ร้านคาเฟ่และร้านเบเกอรี มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตของตลาดอาหารพร้อมรับประทาน โดยสถานประกอบการเหล่านี้ช่วยตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่ให้ความสนใจในเรื่องของความสะดวกสบายและอาหารประเภท on-the-go มากขึ้น

นอกเหนือจากวิถีชีวิตที่ยุ่งมากขึ้น ยังคาดการณ์ว่ากลุ่มวัยทำงาน กลุ่มวัยรุ่น ผู้พักอาศัยในหอพัก และกลุ่มคนโสด จะมีส่วนช่วยผลักดันให้เกิดความต้องการอาหารพร้อมรับประทานด้วย โดยจากข้อมูลของกระทรวงอุตสาหกรรมแปรรูปอาหาร (Ministry of Food Processing Industries : MOFPI) ของอินเดีย แสดงว่าร้อยละ 34 ของประชากรอินเดีย ซึ่งขับเคลื่อนโดยกลุ่มผู้บริโภควัยรุ่น และกลุ่มมิลเลียนเนล จะบริโภคอาหารพร้อมรับประทานเพิ่มมากขึ้นในปี 2571 เนื่องจากรสชาติและความสะดวกสบายของอาหารพร้อมรับประทานทำให้กลุ่มคนหนุ่มสาวมีแนวโน้มเลือกรับประทานอาหารพร้อมรับประทานแทนรูปแบบการรับประทานอาหารแบบดั้งเดิม

ความนิยมอาหารพร้อมปรุงและอาหารแช่แข็งเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มคนเมืองที่ได้สัมผัสกับอาหารที่หลากหลายจากการท่องเที่ยว การนำเสนอผ่านสื่อต่างๆ และการเชื่อมต่อทางโซเชียลมีเดีย ทำให้ผู้บริโภคอินเดียกล้าเสี่ยงและมองหาประสบการณ์ในการทดลองอาหารใหม่ๆ ที่มีรสชาติและคุณภาพระดับพรีเมี่ยม

ตลาดสำหรับสินค้ากลุ่มเครื่องปรุงรส สเปรด ซอส และดิป ปัจจุบันมีมูลค่าเกือบ 2 พันล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นอัตราการขยายตัวเฉลี่ยร้อยละ 22 ต่อปี

ทั้งนี้ จากงานวิจัยของบริษัท Nielsen แสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคเปลี่ยนมาเลือกอาหารพร้อมรับประทานที่ที่ต่อสุขภาพมากขึ้น โดยจากการศึกษาเปิดเผยว่าร้อยละ 72 ของผู้บริโภคอินเดียมองหาคุณค่าทางโภชนาการ ความสมดุลของอาหารพร้อมรับประทาน ซึ่งเป็นสิ่งที่ชี้วัดว่าผู้บริโภคอินเดียมีความตระหนักในสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีมากขึ้น ซึ่งจากแนวคิดดังกล่าวนี้เปลี่ยนมุมมองต่ออาหารพร้อมรับประทานจากตัวเลือกด้านความสะอาด ความสะดวกสบาย และมีคุณภาพดีเทียบเท่ากับอาหารปรุงเองจากบ้าน พัฒนามาเป็นการใช้รสชาติใหม่ๆ และความต้องการสารอาหารพิเศษ อาทิ ปลอดจากกลูเตน หรือเป็นอาหารวีแกน การใช้วัตถุดิบออร์แกนิกส์ ปริมาณโซเดียมต่ำ ปริมาณน้ำตาลน้อย และรวมไปถึงการนำเสนอตัวเลือกอาหารฟิวชั่น ระยะเวลาการเก็บรักษาได้นาน ขั้นตอนเตรียมการน้อย และปราศจากสารปรุงแต่ง เพื่อนำมาใช้เป็นกลยุทธ์ในการดึงดูดความสนใจผู้บริโภค

นอกจากนี้ จากการศึกษาของ Mintel ยังพบว่าในปี 2568 ผู้บริโภคอินเดียมากกว่าร้อยละ 70 ยินดีที่จะจ่ายเงินเพิ่มสำหรับตัวเลือกอาหารพร้อมรับประทานที่ดีต่อสุขภาพมากกว่า โดยจะต้องเน้นเรื่องของสมดุลของสารอาหาร ฉลากรับรองความสะอาด และวัตถุดิบจากธรรมชาติ

อย่างไรก็ดี นอกเหนือจากการมีคุณค่าทางโภชนาการแล้ว ผลิตภัณฑ์อาหารพร้อมรับประทานยังสามารถพัฒนาส่วนผสมที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพเฉพาะทางได้ ซึ่งอาจรวมถึงผลิตภัณฑ์ที่อุดมด้วยวิตามิน แร่ธาตุ โปรไบโอติก และสารประกอบออกฤทธิ์ทางชีวภาพอื่นๆ ที่ช่วยเสริมสร้างสุขภาพและความแข็งแรงของร่างกายตามเป้าหมาย

ทั้งนี้ อาหารพร้อมรับประทานสามารถจำแนกประเภทออกเป็น อาหารแช่แข็ง อาหารพร้อมอุ่น และอาหารพร้อมปรุง โดยอาหารแช่แข็ง จะประกอบไปด้วย ผลไม้ ผัก เนื้อสัตว์ และอาหารปรุงสำเร็จ ซึ่งนับเป็นกลุ่มที่เติบโตเร็วที่สุด สำหรับผู้เล่นรายสำคัญของสินค้ากลุ่มนี้ ได้แก่ Nestle SA, McCain Foods Ltd. และ Conagra Brands Inc.

จากกิจกรรมส่งเสริมการขายต่างๆ ที่จัดขึ้นในซูเปอร์มาร์เก็ตและแพลตฟอร์ม E-Commerce สร้างการตระหนักรู้เกี่ยวกับสินค้าอาหารพร้อมรับประทาน แบรนด์ต่างๆ สร้างการรับรู้เรื่องสูตรอาหารและวิธีการใช้ผลิตภัณฑ์ ตัวอย่างสำหรับทดลองชิมที่จัดเตรียมไว้ระหว่างจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายทำให้ผู้บริโภคสนใจทดลองอาหารที่มีความแตกต่างหลากหลายประเภทผ่านผลิตภัณฑ์อาหารพร้อมรับประทาน

ภาพตัวอย่างสินค้าพร้อมรับประทานบนแพลตฟอร์มออนไลน์ BigBasket และ Amazon Indiaตลาดอาหารพร้อมรับประทานของอินเดีย

ความเห็นของสคต. ณ เมืองเจนไน

  1. การใส่ใจต่อสุขภาพที่เพิ่มมากขึ้นของชาวอินเดีย ทำให้โรคเบาหวานและโรคอ้วนกลายเป็นปัจจัยท้าทายหลักในการเติบโตของสินค้าอาหารพร้อมรับประทาน เนื่องจากชาวอินเดียมากกว่า 100 ล้านคน เป็นโรคเบาหวานและมากกว่า 250 ล้านคน เป็นโรคอ้วน ส่งผลให้ผู้บริโภคส่วนใหญ่งดการบริโภคอาหารพร้อมรับประทาน เช่น อาหารแช่แข็ง อาหารสำเร็จรูป เพื่อหลีกเลี่ยงการบริโภคไขมันทรานส์ ดังนั้น การนำเสนออาหารพร้อมรับประทานที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพและคุณค่าทางโภชนาการ มีกระบวนการผลิตที่สะอาดและปลอดภัย พร้อมระบุรายละเอียดวัตถุดิบ และคุณค่าของสารอาหารที่ได้รับให้เห็นชัดเจนจะมีส่วนช่วยในผู้บริโภคพิจารณาเลือกซื้อสินค้าได้ดีขึ้น
  2. การกำหนดราคาในตลาดก็เป็นส่วนสำคัญ โดยบริษัทในอินเดียจะทำการตลาดอาหารพร้อมรับประทานโดยการนำเสนออาหารและขนมขบเคี้ยวท้องถิ่นและใช้การกำหนดราคาแข่งขันทางการตลาด ดังนั้นบริษัทไทยที่สนใจขยายตลาดในอินเดีย ควรหาจุดแข็งในการสร้างแบรนด์และการรับรู้สินค้าในกลุ่มผู้บริโภคอินเดียโดยใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยี ความมีเอกลักษณ์ความเหมาะหรือเข้ากันได้กับอาหารท้องถิ่น เพื่อกำหนดตำแหน่งทางการตลาดของสินค้าเป็นระดับพรีเมี่ยมที่กลุ่มผู้บริโภคอินเดียที่มีรายได้ปานกลาง-สูง ยินดีที่จะจ่ายเพื่อซื้อสินค้าคุณภาพที่มีราคาสูงขึ้น

แหล่งที่มา:

  • SATS Group invests SG$61 million in new facility to serve ready-to-eat market, India Forbes, 15 March 2024

https://www.forbesindia.com/

  • How the Ready-to-Eat Market in India will Change over the Next Decade, Indian Retailer, 2 September 2023

https://www.indianretailer.com/

  • Navigating the growth and market trends of India’s ready-to-eat food industry, The Times of India, 9 July 2023

https://timesofindia.indiatimes.com/

  • The growing awareness and future of the ‘Ready-to-Eat Food’ segment in India, FE Leisure, 19 January 2023

https://www.financialexpress.com/

  • India Ready to Eat Food Market, TechSci Research

https://www.techsciresearch.com/

  • Sneek-Peek into Ready-To-Eat Food Market in India, India Food Forum, 29 August 2023

https://www.linkedin.com/

  • India Ready to Eat Food Market Assessment, Markets and Data, December 2023

https://www.marketsandata.com/

  • Ecommerce platforms:

https://www.bigbasket.com/

https://www.amazon.in/

en_USEnglish