ออสเตรเลียผ่อนปรนมาตรฐาน NVES

ภายหลังการทำประชาพิจารณ์และหารือกับผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียหลายฝ่ายเกี่ยวกับผลกระทบของการบังคับใช้มาตรฐานประสิทธิภาพการใช้พลังงานเชื้อเพลิงสำหรับยานยนต์ใหม่ New Vehicle Efficiency Standard (NVES) ต่อภาคส่วนต่างๆที่เกี่ยวข้องแล้วนั้น ในวันที่ 27 มีนาคม 2567 รัฐบาล Albanese ได้เสนอร่างกฎหมาย New Vehicle Efficiency Standard Bill 2024 ในรัฐสภาเพื่อลงมติเห็นชอบผ่านร่างกฎหมายดังกล่าว (กำลังอยู่ระหว่างลงมติ) ซึ่งได้มีการปรับปรุงแก้ไขหลังจากการหารือครั้งล่าสุด ประกอบด้วยข้อผ่อนปรนมาตรการบางส่วนดังนี้

1) การปรับประเภทรถยนต์ 4WDs ที่อยู่ในประเภทรถยนต์นั่งโดยสาร (ที่มีโครงสร้างตัวถังเดียวกับรถกระบะ) ให้จัดอยู่ในประเภทรถกระบะขนาดเล็ก/รถตู้ ซึ่งจะทำให้รถยนต์รุ่นต่างๆ เช่น Toyota Landcruiser, Nissan Patrol, Isuzu MU-X และ Ford Everest ซึ่งมีปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงกว่ามาตรฐานที่บังคับสำหรับรถยนต์นั่งโดยสารแต่ต่ำกว่ามาตรฐานที่บังคับใช้สำหรับรถกระบะขนาดเล็กไม่ต้องเสียค่าปรับในปี 2568

2) เพิ่มเพดานการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสำหรับรถกระบะ รถตู้และรถ 4WDs (ไม่ลดลงอย่างก้าวกระโดด) เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านของรถยนต์ดังกล่าวมีความราบรื่นมากขึ้น

3) ปรับขีดจำกัดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Emissions limit) ตามน้ำหนักของยานพาหนะ

4) แม้ว่ามาตรฐาน NVES สำหรับรถยนต์ใหม่ ที่คาดว่าจะเริ่มใช้ในวันที่ 1 มกราคม 2568 แต่ผู้ผลิตรถยนต์จะยังไม่ได้รับเครดิตหรือเสียค่าปรับใดๆจนถึง 1 กรกฎาคม 2568 ซึ่งหมายถึงผู้ผลิตยานยนต์มีเวลาในการปรับตัว เตรียมความพร้อม ทดสอบเทคโนโลยีใหม่ๆที่ช่วยลดก๊าซเรือนกระจกและพัฒนาประสิทธิภาพยานยนต์

อย่างไรก็ตาม เพดานการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสำหรับยานยนต์ใหม่จะต้องลดลงในแต่ละปี โดยรัฐบาลได้ตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในยานยนต์ที่ร้อยละ 50 ภายในปี 2572

ทั้งนี้ การผ่อนปรนเงื่อนไขที่เข้มงวดสำหรับรถยนต์บางประเภทเพื่อหลีกเลี่ยงการปรับเพิ่มขึ้นของราคารถยนต์ (จากการผลักภาระไปให้ผู้บริโภค) และเพื่อส่งเสริมการติดตั้งจุดชารจ์พลังงานไฟฟ้าในบริเวณศูนย์จำหน่ายรถยนต์ทั่วประเทศ รัฐบาลได้จัดสรรเงินทุนมูลค่า 60 ล้านเหรียญออสเตรเลีย (ภายใต้เงินกองทุน Driving the nation fund) แก่ศูนย์จำหน่ายรถยนต์ในการติดตั้งจุดชารจ์พลังงานไฟฟ้าในศูนย์จำหน่ายรถยนต์

…………………………………………………………………………

Royal Thai Consulate General, Commercial Office (Thai Trade Center) - Sydney

ที่มา:

www.infrastructure.gov.au /www.abc.net.au

en_USEnglish