จะมีการเก็บภาษีเนื้อสัตว์เกิดขึ้นหรือไม่

สำหรับปี 2024 ซึ่งเป็นปีที่จะมีการเลือกตั้งใหญ่เกิดขึ้น ก็ได้เกิดประเด็นหรือกระแสใหม่ ๆ เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เริ่มต้นด้วยการประท้วงจำนวนมากอย่างไม่เคยมีมาก่อนให้เยอรมนี โดยมีเกษตรกรจำนวนมากนำรถแทรกเตอร์ออกมาวิ่งกีดขวางการจราจรบนท้องถนน หรือแม้แต่การเอาหญ้ามาเทบริเวณหน้าทางขึ้นทางด่วน หรือแม้แต่จะเป็นกรณีที่นาย Rober Habeck รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจและการอนุรักษ์สภาวะอากาศ ในสังกัดพรรคยุค 90 พันธมิตรสีเขียว (Bündnis 90/Die Grünen) ได้ถูกคุกคามและก่อกวนบนเรือข้ามฟากเป็นการส่วนตัวในขณะที่เดินทางกลับจากการพักร้อนกับครอบครัว โดยที่ผ่านมาเกษตกรของเยอรมนีไม่พอใจรัฐบาลอย่างมากเพราะการจัดสรรงบประมาณรอบใหม่นี้ เงินที่จะเข้ามาสนับสนุนภาคเกษตรกรรมถูกตัดออกไปเป็นจำนวนมากนั่นเอง อย่างไรก็ดี แม้ขณะนี้รัฐบาลจะได้ออกมาประกาศที่จะกลับมาสนับสนุนภาคเกษตรกรรมบางส่วนอีกครั้ง แต่การประท้วงในพื้นที่ต่าง ๆ ก็ยังไม่มีแนวโน้มลดตัวลงแต่อย่างใด ในขณะที่เงินสนับสนุนส่วนใหญ่นั้น จริง ๆ แล้วก็ไม่ได้มาจากเงินงบประมาณของประเทศ แต่กลับมาจากสหภาพยุโรป (EU) ซึ่งในส่วนนี้เองที่เป็นปัญหาใหญ่

 

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา สภาที่ปรึกษาด้านสภาพภูมิอากาศของสหภาพยุโรปซึ่งเป็นกลุ่มผู้เชี่ยวชาญอิสระได้ออกมาเผยแพร่รายงานสภาพภูมิอากาศ และจากข้อมูลที่ปรากฏในรายงานเรียกได้ว่า “หายนะ” โดยผู้เชี่ยวชาญ สรุปว่า EU จะต้องลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็น 2 เท่า จึงจะสามารถบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ในปี 2030 ได้ โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจสิ่งก่อสร้าง คมนาคม และเกษตรกรรม ซึ่งกลุ่มนี้ต้องลดค่าการสร้างค่า CO2 ให้มากเป็นพิเศษ ซึ่งประเด็นดังกล่าวทำให้ประชาชนในประเทศเริ่มรู้สึกว่าแผนนี้มีผลกระทบกับตนอย่างมาก และแน่นอนว่าภายใน 6 ปี EU ต้องการที่จะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง 55% เมื่อเทียบกับค่าปี 1990 เพื่อที่จะสามารถบรรลุเป้าหมายนี้ก็ได้วางแผนในนาม “Fit for 55” ขึ้นมา แต่ในสายตาของผู้เชี่ยวชาญด้านสภาวะอากาศแล้ว แผนดังกล่าวนี้ยังไม่เพียงพอ แม้ว่าในเวลานี้ EU จะพยายามอย่างมากที่จะผลักดัน Green-Deal และกำลังเตรียมพร้อมการเลือกตั้งอยู่ก็ตาม เพราะในความเป็นจริงแล้วการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั่วทั้งสหภาพยุโรปในปี 2021 ต่ำกว่าปี 1990 ประมาณ 30% หากค่าดังกล่าวยังพัฒนาไปด้วยความเร็วอย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ก็ไม่มีทางที่ EU จะบรรลุเป้าหมายที่วางไว้ได้แน่นอน ดังนั้น ภาคธุรกิจที่ได้รับความสนใจเป็นพิเศษจึงกลายเป็นภาคเกษตรกรรม นอกจากนี้ในรายงานฉบับนี้ยังได้ออกมาทักท้วงว่า ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของภาคเกษตรกรรมนั่นแทบจะไม่ลดลงเลย จนถึงปัจจุบันสหภาพยุโรปแทบไม่ได้ดำเนินการอะไรเลยเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว ในทางตรงกันข้ามสหภาพยุโรปกลับใช้งบประมาณกว่า 1 ใน 3 ไปกับการอุดหนุนภาคเกษตรกรรม โดยปัจจุบันเกษตรกรจะได้รับเงินสนับสนุนต่อที่ดินที่เป็นเจ้าของไม่ว่าพวกเขาทำอะไรกับพื้นที่ดังกล่าวหรือไม่ก็ตาม นอกจากนี้ กลุ่มธุรกิจปศุสัตว์ซึ่งเป็นกลุ่มที่สร้างสัดส่วนของก๊าซเรือนกระจกจำนวนมหาศาล ก็ได้รับการสนับสนุนจากสหภาพยุโรปอีกด้วย

 

อย่างไรก็ดี เป็นที่น่าสังเกตว่าจนถึงปัจจุบัน EU ก็ยังไม่ได้จัดทำข้อเสนอทางกฎหมายเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคเกษตรกรรมออกมาอย่างเป็นรูปธรรม นอกจากนี้ EU เองก็ยืดระยะเวลาของการยกร่างกฎหมายเกี่ยวกับการส่งเสริมการบริโภคอาหารอย่างยั่งยืนและการผลิตอาหารที่คำนึงถึงสุขภาพออกไปอย่างไม่มีกำหนดก่อน แต่รายงานของคณะกรรมการที่ปรึกษาด้านสภาพภูมิอากาศฯ ก็คงจะทำให้ EU มีความจำเป็นที่จะต้องเข็นมาตรการบางอย่างออกมา เพื่อให้คณะกรรมาธิการ EU ชุดใหม่สามารถเริ่มการแก้ไขได้อย่างรวดเร็วต่อไป หากสหภาพยุโรปไม่ลดการผลิตและการบริโภคเนื้อสัตว์ นม และไข่ ลง ตามคำแนะนำของสภาที่ปรึกษาฯ ก็ไม่มีทางที่ EU จะบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ในปี 2040 แน่นอน ในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2024 คณะกรรมาธิการ EU ที่ยังดำรงตำแหน่งอยู่ จะนำเสนอเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศปี 2040 ซึ่งเป้าหมายใหม่นี้ มีแนวโน้มที่จะสามารถช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 90% เมื่อเทียบกับปี 1990 โดยสภาที่ปรึกษาฯ ได้แนะนำให้คณะกรรมาธิการ EU ควรหันมาใช้เครื่องมือการกำหนดราคาสินค้าเพื่อควบคุมสินค้าบริโภคและสินค้าเกษตรขึ้นมา ซึ่งเป็นที่มาของการดำริให้มีการจัดเก็บภาษีเนื้อสัตว์แต่ตอนนี้ยังไม่มีอะไรแน่นอน และถึงแม้จะไม่มีอะไรแน่นอนก็ถือว่าเป็นข่าวร้ายที่ออกมาผิดเวลา ทำให้กลุ่ม European People’s Party Group (EPP Group) ซึ่งเป็นการรวมตัวกันของพรรคอนุรักษ์นิยม ที่มีนาง Ursula von der Leyen ประธานคณะกรรมาธิการ EU ซึ่งสังกัดพรรคสหภาพคริสต์เตียนเพื่อประชาธิปไตยประเทศเยอรมนี (CDU – Christlich Demokratische Union Deutschlands) ได้ออกมากประกาศว่า ต้องการที่จะลด “การควบคุมมากเกินไป” ของนโยบาย Green Deal ของ EU เสีย โดยล่าสุดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการเพิ่มประสิทธิภาพภายในตัวอาคารของ EU ก็ต้องเผชิญกับการต่อต้านครั้งใหญ่ ซึ่งการต่อต้านนี้ส่วนหนึ่งก็มาจากในประเทศเยอรมนีด้วย ขณะนี้กลุ่ม EPP ยังมีความประสงค์ที่จะต้องการยกเลิกการห้ามใช้เครื่องยนต์สันดาปอีกด้วย แน่นอนที่การเมืองนั้นมักจะมีเรื่องที่เกี่ยวของกับสิ่งที่ไม่ได้เป็นการเมืองเสมอไป อย่างไรก็ตามก็คงไม่สามารถที่จะโต้เถียงถึงรายงานของสภาที่ปรึกษาฯ ที่ไม่มีอะไรจะชัดเจนไปกว่านี้แล้วว่า หาก EU ไม่จัดการด้านภาคเกษตรกรรมก็ไม่มีทางที่ EU จะสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงได้แน่นอน

 

จาก Handelsblatt 23 กุมภาพันธ์ 2567

en_USEnglish