รายงานสถานการณ์สงครามในอิสราเอล ฉบับที่ 2

รายงานสถานการณ์สงครามในอิสราเอล ฉบับที่ 2 ดังนี้

1. ลำดับเหตุการณ์
• วันอังคารที่ 10 ต.ค.66
– กองกำลังอิสราเอล IDF ส่งเครื่องบินรบทำลายล้างกลุ่มฮามาสในกาซา มีเสียงไซเรนในเทลอาวีฟตอนเย็นประมาณ 16.00 น. และ17.00 น.
– ข้อมูลจาก The Federation of Israeli Chambers of Commerce รายงานว่า
เที่ยวบิน
มีรายงานว่าสนามบิน Ben Gurion (TLV) ในเทลอาวีฟยังคงเปิดให้บริการจนถึงปลายวันที่ 10 ต.ค. ยกเว้นสายการบินหลายสายที่ยกเลิกเที่ยวบินไปและกลับจากอิสราเอล สายการบิน El Al และ Arkia ของอิสราเอลยังคงให้บริการเที่ยวบินแก่ผู้คนและสินค้าจากจุดหมายปลายทางหลายแห่ง ทั้งไปและกลับจากอิสราเอล
ท่าเรือ
ท่าเรือทั้งหมดเปิดดำเนินการปกติ
การข้ามชายแดน
ในวันที่ 10 ตุลาคม 2023 การดำเนินการขนส่งสินค้าที่จุดข้ามสะพาน Allenby (King Hussein) และจุดข้ามแม่น้ำจอร์แดน/จุดผ่านแดน Sheikh Hussein ปิดให้บริการ
ศุลกากรและกฎระเบียบ
สำนักงานเขตศุลกากรและหน่วยงานกำกับดูแลทุกแห่งดำเนินงานปกติ
• วันพุธที่ 11 ต.ค.66 การต่อสู้ยังคงดำเนินต่อไป (ในเทลอาวีฟ ไม่มีเสียงไซเรน) มีรายงานข่าวการสู้รบในเขตเวสต์แบงค์ สอท. ได้ส่งแรงงานไทย 15 คน กลับประเทศไทยแล้ว
• วันพฤหัสบที่ 12 ต.ค.66 สอท. อยู่ระหว่างกำลังดำเนินการอพยพแรงงานไทยต่อไป
• นับจากสงครามวันแรก มียอดผู้เสียชีวิตกว่า 1,200 คน และบาดเจ็บกว่า 3,000 คน
2. เศรษฐกิจของประเทศอิสราเอลในภาวะสงคราม
กระทรวงการคลังอิสราเอลประมาณการว่าเศรษฐกิจอิสราเอลได้รับผลกระทบอย่างร้ายแรงมูลค่าความเสียหายหลายพันล้านเชคเกล เศรษฐกิจอิสราเอลถดถอยอย่างแน่นอนในระยะสั้นทั้งในช่วงสงครามและหลังสงคราม รัฐบาลอิสราเอลและประชาชนเชื่อมั่นว่าจะชนะสงครามได้ให้เร็วที่สุด อย่างไรก็ตาม เมื่อมีการเปิดศึกการต่อสู้รบทางตอนเหนือด้วย สงครามคงจะยืดเยื้อออกไปอาจจะใช้เวลานานเป็นเดือน
ค่าสงครามประเมินเป็นพันล้านเชคเกล
เมื่อมีการระดมกำลังทหารกองหนุน 300,000 นาย การใช้จ่ายของรัฐบาลที่สูงขึ้นและภาคส่วนต่างๆ เช่น การท่องเที่ยวได้รับผลกระทบอย่างหนัก นักเศรษฐศาสตร์กล่าวว่าไม่สามารถหลีกเลี่ยงการชะลอตัวได้ สถานการณ์ของสงครามยังก่อให้เกิดความไม่แน่นอนอย่างมาก ซึ่งจะส่งผลกระทบอย่างมากต่อเศรษฐกิจของอิสราเอล
ผลกระทบที่เป็นไปได้ของสงครามที่ชายแดนฉนวนกาซาส่งผลต่ออัตราเงินเฟ้อ และต่อนโยบายอัตราดอกเบี้ยของธนาคารแห่งอิสราเอลด้วย และอีกปัจจัยหนึ่งที่สามารถกระตุ้นอัตราเงินเฟ้อได้คือราคาน้ำมันซึ่งได้เพิ่มขึ้นแล้วในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ราคาน้ำมันมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นเนื่องจากการพัฒนาด้านความปลอดภัยในตะวันออกกลาง การเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันสำหรับอิสราเอลหมายถึงการเพิ่มขึ้นของราคาเชื้อเพลิงโดยตรง และการเพิ่มขึ้นของราคาสินค้านำเข้าทางอ้อม การเพิ่มขึ้นของราคาเชื้อเพลิงยังส่งผลให้ต้นทุนสงครามเพิ่มขึ้นซึ่งต้องใช้การขนส่งจำนวนมาก และยังเพิ่มภาระให้กับประชาชนในช่วงสงครามอีกด้วย ซึ่งคาดว่าในระยะ 3- 6 เดือน นับจากนี้ ราคาสินค้าต้องเพิ่มขึ้นแน่นอนแต่อาจจะไม่ได้เพิ่มสูงมาก
ปัญหาทางเศรษฐกิจที่สำคัญอีกข้อหนึ่งเกี่ยวข้องกับต้นทุนของสงคราม จากการวิเคราะห์ต้นทุนในการใช้กำลังทหารของปฏิบัติการภาคพื้นดิน (Operation Protective Edge) และสงครามกับเลบานอน สามารถประเมินได้ว่า “ต้นทุนของสงครามในปัจจุบันจะมีมูลค่าอย่างน้อย 1.5% ของ GDP (อย่างน้อย NIS 27 พันล้าน) ซึ่งหมายถึง ขาดดุลการคลังเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 1.5% ของ GDP ในปีหน้า สำหรับอัตราการเติบโต GDP ของประเทศอิสราเอล จะต่ำกว่าที่คาดการไว้ก่อนเกิดสงคราม คือลดลงจาก 3% เป็น 2.2%
3. การค้าระหว่างไทย-อิสราเอล
• ปัจจุบัน อิสราเอล เป็นคู่ค้าอันดับที่ 40 ของไทย และอันดับ 6 ของไทยในภูมิภาคตะวันออกกลาง
• ในปี 2566 (มกราคม-สิงหาคม) การค้าระหว่างไทย-อิสราเอล มีมูลค่า 856.84 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ขยายตัว ร้อยละ 1.15) โดยไทยส่งออกไปอิสราเอล 545.69 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ขยายตัว ร้อยละ 12.62) และนำเข้าจากอิสราเอล 311.15 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ลดลง ร้อยละ 14.18)
• ในปี 2565 การค้าระหว่างไทย-อิสราเอล มีมูลค่า 1,401.83 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ขยายตัวร้อยละ 9.96) โดยไทยส่งออกไปอิสราเอล 850.17 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ขยายตัวร้อยละ 2.92) และนำเข้าจากอิสราเอล 551.66 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ (ขยายตัว ร้อยละ 22.9)
• สินค้าส่งออกสำคัญจากไทยไปอิสราเอล 5 อันดับแรก ได้แก่ รถยนต์และส่วนประกอบ อัญมณีและเครื่องประดับ อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป ไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ และข้าว เป็นต้น
• สินค้านำเข้าสำคัญจากอิสราเอล 5 อันดับแรก ได้แก่ เครื่องเพชรพลอยและอัญมณี ปุ๋ย และยากำจัดศัตรูพืชและสัตว์ เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ แผงวงจรไฟฟ้า และผัก ผลไม้และของปรุงแต่งที่ทำจากผัก ผลไม้เป็นต้น
4. ผลกระทบต่อไทย
• ด้านการค้าระหว่างประเทศกับไทยในระยะยาวหากสงครามยืดเยื้อออกไปนานกว่าทุกครั้ง ซึ่งยังไม่มีใครสามารถตัดสินได้ว่า สงครามจะยุติเมื่อใด เพราะหากมีปัจจัยอื่นแทรกแซง เช่น การอุดหนุนกลุ่มฮามาสจากประเทศอาหรับ
• สมมุติฐานว่า สงครามอาจจะใช้เวลานาน 1- 2 เดือน กว่าจะยุติการสู้รบ ดังนั้น หากแบ่งช่วงระยะเวลาออกเป็น ดังนี้
• ในระยะสั้น หากสงครามยืดเยื้อระหว่างเดือนตุลาคม 2566 ถึง พฤศจิกายน 2566 เศรษฐกิจอิสราเอลถดถอยในภาวะสงคราม การค้าระหว่างประเทศรวมทั้งไทยลดลงอย่างมาก
• ในระยะกลาง ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2566 ถึงกุมภาพันธ์ 2567 ในช่วง 3 เดือนแรกหลังยุติสงคราม เป็นช่วงฟื้นฟูประเทศและเศรษฐกิจ การค้ากับต่างประเทศน่าจะมีสัญญานที่ดี เริ่มปรับเข้าสู่ภาวะปกติ
• ในระยะยาว หลังสงครามสงบมาอย่างน้อย 3 เดือนแล้ว อิสราเอลเข้าสู่ภาวะปกติ มูลค่าการค้ากับไทยน่าจะเพิ่มมากขึ้น
• ในภาวะปกติ จากข้อมูลสถิติการค้าระหว่างไทยกับอิสราเอล จะเห็นได้ว่า มีแนวโน้มที่ดีมาก มูลค่าการส่งออกไทยมีอัตราการเติบโตค่อนข้างสูงทุกปี ในปี 2564 อัตราขยายตัว ร้อยละ 41 ในปี 2565 ร้อยละ 14 และ ในปี 2566 (มค.-ส.ค.) ร้อยละ 12.62
• อิสราเอล เป็นประเทศที่เศรษฐกิจเข้มแข็งยั่งยืนด้วยเทคโนโลยีก้าวหน้าทันสมัย ดังนั้น หากสงครามยุติได้เร็ว ก็คาดว่าอิสราเอลจะฟื้นฟูเศรษฐกิจได้อย่างรวดเร็วมาก
3.1 ผลกระทบเชิงบวก
ในช่วงสงครามและหลังสงคราม โอกาสของไทยในการส่งออกสินค้าเพิ่มขึ้นจากภาวะสงครามและการขาดแคลนสินค้า ประเทศไทยอาจมีโอกาสส่งออกสินค้าจำเป็นไปยังอิสราเอลเพิ่มมากขึ้น ได้แก่ ข้าว อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป ผลไม้กระป๋องและแปรรูป ยางพาราและผลิตภัณฑ์ยาง เครื่องมือแพทย์และอุปกรณ์ ผลิตภัณฑ์เภสัชภัณฑ์
สำหรับสินค้าอุตสาหกรรม เช่น รถยนต์และชิ้นส่วนประกอบรถยนต์ ในระยะหลังสงครามน่าจะมีการนำเข้าปกติหรืออาจเพิ่มมากขึ้น แต่การนำเข้าอัญมณีและเครื่องประดับน่าจะลดลง และต้องใช้ระยะเวลานานกว่าจะฟื้นตัว
3.2 ผลกระทบเชิงลบ
1) ปัญหาการขนส่งสินค้าไทยไปยังประเทศอิสราเอลอาจจะล่าช้าและราคาค่าขนส่งแพงมากชึ้น และอยู่ภาวะสงครามยืดเยื้อ จนกว่าสงครามจะยุติ
2) สินค้านำเข้าจากอิสราเอลมายังไทย เช่น เพชร ปุ๋ย เคมีภัณฑ์ เป็นต้น อาจมีปัญหาในการผลิตและการส่งออกจากอิสราเอล
3) แม้ไทยอาจจะส่งออกสินค้าอาหารได้เพิ่มขึ้น แต่การส่งออกสินค้าที่ไม่จำเป็นต่อการดำรงชีพ
ไปตลาดอิสราเอลอาจชะลอลงจากกำลังซื้อของผู้บริโภคชาวอิสราเอลลดลงเนื่องจากภาวะสงคราม เช่น รถยนต์และชิ้นส่วน อัญมณีและเครื่องประดับ
4) นักธุรกิจอิสราเอลอาจชะลอการเดินทางเข้าร่วมงานแสดงสินค้าในประเทศไทย ในปี 2567 หากสงครามยังไม่ยุติ

5. แนวทางการรับมือ
• ติดตามสถานการณ์ทางเศรษฐกิจการค้าที่เกี่ยวข้องทุกวัน และวิเคราะห์ผลกระทบ รวมถึง
แนวทางการแก้ไขให้ทันต่อเหตุการณ์
• หารือกับภาคเอกชนอย่างใกล้ชิด เพื่อรับทราบปัญหา อุปสรรค และแนวทางการแก้ไข
• ศึกษาโอกาสส่งออกสินค้าศักยภาพของไทย เพื่อทดแทนตลาดอิสราเอล หากสงครามยืดเยื้อรุนแรง

—————————————————————–
Office of Commercial Affairs, Royal Thai Embassy (Thai Trade Center) - Tel Aviv
Department of International Trade Promotion
12 ตุลาคม 2566

en_USEnglish