ฟิลิปปินส์ยังยืนหนึ่งนำเข้าข้าวสูงสุดของโลกในปี 2568

 

                    กระทรวงเกษตรของสหรัฐอเมริกา (USDA) คาดการณ์ว่าในปี 2568 ฟิลิปปินส์จะยังคงเป็นผู้นำเข้าข้าวรายใหญ่ที่สุดของโลกในปี 2568 ซึ่งเป็นปีที่สามติดต่อกัน เนื่องจากจำเป็นต้องพึ่งพาอุปทานข้าวจากต่างประเทศเพื่อเลี้ยงประชากรที่เพิ่มขึ้น โดยตามรายงานการคาดการณ์สถานการณ์ตลาดธัญพืชทั่วโลกรายเดือนล่าสุดและเป็นการคาดการณ์ครั้งแรกสำหรับปีปฏิทิน 2568              ได้คาดการในเบื้องต้นว่า ในปี 2568ฟิลิปปินส์จะนำเข้าข้าวปริมาณ 4.2 ล้านเมตริกตัน เพิ่มขึ้นจากการประมาณการนำเข้าข้าวของฟิลิปปินส์ในปีนี้ที่ 4.1 ล้านตัน หรือเพิ่มขึ้น 1 แสนตัน โดยได้รับแรงหนุนจากการเติบโตของจำนวนประชากรและการท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ฟิลิปปินส์จะยังคงเป็นผู้นำเข้าข้าวรายใหญ่ที่สุดของโลกอีกครั้งในปีหน้า และหากการคาดการณ์ดังกล่าวเป็นจริงก็จะทำให้ฟิลิปปินส์เป็นประเทศผู้นำเข้าข้าวมากที่สุดในตลาดโลกเป็นปีที่สามติดต่อกัน ขณะที่สำนักงานสถิติแห่งชาติฟิลิปปินส์ (PSA) ได้คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่าจำนวนประชากรของประเทศในปีหน้าจะแตะระดับอย่างน้อย 113.63 ล้านคน สูงกว่าจำนวนประชากรอย่างเป็นทางการในปี 2563 ที่ 109.035 ล้านคน หรือเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 4.2 และคาดว่าอัตราการเติบโตของประชากรเฉลี่ยต่อปีจะอยู่ที่ร้อยละ 0.84 ในช่วงปี 2563 – 2568

                 นอกจากนี้ ตามรายงานของ USDA ยังได้คาดการณ์ว่าในปี 2568 ฟิลิปปินส์จะมีการบริโภคข้าวและความต้องการข้าวรวมปริมาณ 17.10 ล้านตันในปีหน้าสูงกว่าการประมาณการการบริโภคข้าวในปีนี้ซึ่งอยู่ที่ 16.60 ล้านตัน หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 3 ส่งผลให้ฟิลิปปินส์จะยังคงเป็นผู้บริโภคข้าวรายใหญ่อันดับ 6 ของโลกสำหรับการคาดการณ์การบริโภคข้าวทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นเป็นประวัติการณ์ใหม่จากการเติบโตที่แข็งแกร่งในอินเดีย บังคลาเทศ และฟิลิปปินส์ โดยประเมินว่าจะมีอยู่ที่ปริมาณอยู่ที่ 526.401 ล้านตัน สำหรับด้านการผลิต USDA คาดการณ์ว่า ฟิลิปปินส์จะมีผลผลิตข้าวสูงอีกครั้งเป็นประวัติการณ์ในปีหน้าประมาณ 12.7 ล้านตัน สูงกว่าการคาดการณ์ในปีนี้ที่ 12.5 ล้านตัน ส่งผลให้ฟิลิปปินส์เป็นผู้ผลิตข้าวรายใหญ่อันดับ 7 ของโลก รองจากไทยและเวียดนาม ทั้งนี้ ตามข้อมูล USDA ยังระบุเพิ่มเติมว่า ฟิลิปปินส์มีการนำเข้าข้าวคิดเป็นประมาณหนึ่งในห้าของอุปทานทั้งหมดต่อปี ไม่รวมสต๊อกเริ่มต้น และนับตั้งแต่ฟิลิปปินส์เปิดเสรีการนำเข้าและยกเลิกการควบคุมระบอบการค้าข้าวในปี 2562 พบว่าแนวโน้มการคาดการณ์การนำเข้าข้าวสำหรับประเทศฟิลิปปินส์เพิ่มขึ้นทุกปีและในปีนี้เพิ่มสูงขึ้นเป็น 4.1 ล้านตันจาก 3.9 ล้านตันในปีก่อน ทั้งนี้ ข้อมูลของสำนักอุตสาหกรรมพืช (BPI) กระทรวงเกษตรฟิลิปปินส์ล่าสุดระบุว่า ในปีนี้ตั้งแต่เดือนมกราคม – 2 พฤษภาคม 2567 ฟิลิปปินส์มีการนำเข้าข้าวแล้วมากกว่า 1.6 ล้านตัน

ที่มา: หนังสือพิมพ์ The Philippine Star

บทวิเคราะห์และข้อคิดเห็น

ฟิลิปปินส์เป็นตลาดข้าวที่มีศักยภาพของไทยด้วยจำนวนประชากรขนาดใหญ่และจำเป็นต้องพึ่งพาการนำเข้าข้าวในปริมาณมาก เนื่องจากไม่สามารถปลูกข้าวได้ทันกับการขยายตัวของจำนวนประชากรและมีความเสี่ยงสูงในด้านความมั่นคงด้านอาหาร ส่งผลให้ปัจจุบันฟิลิปปินส์เป็นประเทศผู้นำเข้าข้าวเบอร์ 1 ของโลก และคาดว่าในปีหน้าฟิลิปปินส์ก็จะยังคงเป็นผู้นำเข้าข้าวรายใหญ่ที่สุดของโลกจากแรงหนุนจากจำนวนประชากรที่ขยายตัวเพิ่มมากขึ้น  ทำให้ฟิลิปปินส์เป็นหนึ่งในตลาดส่งออกข้าวศักยภาพของไทย ทั้งนี้ ปัจจุบันข้าวไทยสามารถแข่งขันได้มากขึ้น และเป็นที่ต้องการของตลาดฟิลิปปินส์ โดยไทยเป็นหนึ่งในแหล่งนำเข้าข้าวสำคัญของฟิลิปปินส์รองจากประเทศเวียดนามที่ครองส่วนแบ่งตลาดข้าวนำเข้าข้าวอันดับ 1 ในฟิลิปปินส์ โดยล่าสุดในปี 2567 (เดือนมกราคม – กุมภาพันธ์) ฟิลิปปินส์นำเข้าข้าวแล้วปริมาณ 7.95 แสนตัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 102.85 จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีปริมาณนำเข้า 3.92 แสนตัน เป็นการนำเข้าจากเวียดนามเป็นอันดับหนึ่ง ปริมาณ 4.26 แสนตัน คิดเป็นร้อยละ 53.66 รองลงมาได้แก่ ไทย ปริมาณ 2.15 แสนตัน (ร้อยละ 27.06) ซึ่งนำเข้าเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปี 2566 ที่ปริมาณ 1.62 หมื่นตัน หรือเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 1,228.12 และปากีสถาน ปริมาณ 1.01 แสนตัน (ร้อยละ 12.73) ตามลำดับ ทั้งนี้ ข้าวไทยข้อได้เปรียบสำคัญในเรื่องคุณภาพมาตรฐานที่เป็นที่เชื่อมั่นใจของผู้บริโภคชาวฟิลิปปินส์  สามารถแข่งขันได้ดีขึ้น เนื่องจากราคาข้าวไทยปัจจุบันอยู่ในระดับใกล้เคียงกับคู่แข่งแต่ยังคงต้องแข่งขันกับประเทศคู่แข่งสำคัญ คือ เวียดนามที่มีพันธุ์ข้าวขาวพื้นนุ่มตรงกับความต้องการของตลาดซึ่งไทยจำเป็นต้องเร่งพัฒนาและผลิตพันธุ์ข้าวให้มีความหลากหลาย โดยเฉพาะข้าวขาวพื้นนุ่มเพื่อตอบโจทย์ให้ตรงกับความต้องการ
ของตลาดฟิลิปปินส์จึงจะมีโอกาสในการช่วงชิงส่วนแบ่งตลาดข้าวในฟิลิปปินส์ได้มากขึ้นต่อไป

 

de_DEGerman