รัฐบาลเช็กปรับแผนการคลังครั้งใหญ่ ทั้งภาษีสรรพสามิตและ VAT

รัฐบาลเช็กได้ประกาศแผนการปฏิรูปการคลังครั้งใหญ่ โดยการลดการขาดดุลงบประมาณค่าใช้จ่ายของรัฐบาลลง ประมาณ 94.1 พันล้านในปีหน้า  โดยการจะปรับระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม  การยกเลิกการยกเว้นภาษีกว่า 20 รายการ ขณะที่จะมีการปรับขึ้นภาษีอื่น ๆ

การปรับเปลี่ยนด้านภาษีที่สำคัญ ๆ อาทิ  การจะให้มีอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มเพียงแค่ 2 อัตรา จากปัจจุบันมี 3 อัตรา  การปรับเพิ่มภาษีแอลกอฮอล์ และยาสูบ  การปรับลดภาษีมูลค่าเพิ่มสินค้าอาหาร ยา และที่อยู่อาศัย การจ่ายค่าประกันภัยสำหรับผู้ประกอบอาชีพอิสระจะเพิ่มขึ้นในสามปีข้างหน้า  อายุเกษียณที่นำมาคำนวณสิทธิจะอยู่ที่ 50 ปี  เงินบำนาญพื้นฐานขั้นต่ำกำหนดให้ปรับขึ้นจากค่าเฉลี่ยค่าจ้างจากร้อยละ 10 – 20  ภาษีรายได้นิติบุคคลและภาษีทรัพย์สินจะปรับขึ้น  การยกเลิกการลดภาษีนักเรียน  การปรับขึ้นภาษียาสูบราวร้อยละ 15 ในอีก 4 ปีข้างหน้า  เป็นต้น

ชาวเช็กเกินครึ่งเห็นด้วยที่รัฐจะลดรายจ่าย

ภายหลังจากที่รัฐบาลสาธารณรัฐเช็กได้ประกาศแผนด้านการคลังดังกล่าว ได้มีการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนโดยหน่วยงาน Poling Median พบว่าประมาณร้อยละ 50 ของชาวเช็กเห็นด้วยกับแผนดังกล่าว และร้อยละ 75 ไม่คาดหวังว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในประเด็นที่ว่าแผนดังกล่าวจะช่วยลดค่าครองชีพของประชาชน  โดยคนส่วนใหญ่เชื่อว่ามาตรการของรัฐบาลที่ออกมา ล่าช้าเกินไปและไม่สามารถแก้ปัญหาหนี้สินของรัฐบาลที่กำลังเพิ่มพูนขึ้นเรื่อย ๆ

ทั้งนี้ ในกลุ่มคนที่สนับสนุนพรรคร่วมรัฐบาลจำนวนกว่าร้อยละ 80 เห็นว่าแผนการดังกล่าวน่าจะช่วยแก้ปัญหาได้  โดย 7 ใน 10 ของกลุ่มนักศึกษาสนับสนุนแผนการดังกล่าว  ขณะที่มีเพียง 1 ใน 3 ของผู้ที่สนับสนุนพรรคฝ่ายค้านที่ใหญ่ที่สุดได้แก่พรรค Ano ที่สนับสนุนแผนการดังกล่าวของรัฐบาล เนื่องจากการขยายตัวของเงินบำนาญจะชะลอตัวลงอย่างมากในช่วง 10 ปีข้างหน้า

ขณะที่ชาวเช็กจำนวนกว่าร้อยละ 80 ในกลุ่มที่สนับสนุนพรรครัฐบาลเห็นว่าแผนการดังกล่าวน่าจะส่งผลดี แต่มีส่วนหนึ่งในกลุ่มพรรคฝ่ายค้านที่ออกมาเคลื่อนไหวต่อต้านแผนดังกล่าว นอกจากนี้ ผลสำรวจพบว่าความเห็นของประชาชนต่อเรื่องดังกล่าวมีความเกี่ยวข้องกับเรื่องอายุ โดยพบว่าคนรุ่นเก่า หรือผู้ที่อายุมากมีแนวโน้มไม่สนับสนุนแผนการควบคุมด้านการคลังของรัฐบาล เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงในเรื่องเงินบำนาญในอีก 10 ปีข้างหน้า

ในส่วนความเห็นเกี่ยวกับว่ากลุ่มใดควรมีส่วนช่วยให้แผนการลดรายจ่ายมากที่สุด พบว่าร้อยละ 27 เห็นว่าทุกคนควรมีส่วนช่วยเท่าเทียมกัน ขณะที่ร้อยละ 12 เห็นว่า กลุ่มธุรกิจ/บริษัท ควรเป็นกลุ่มหลักในการมีส่วนร่วมในแผนดังกล่าว  ขณะเดียวกันคนส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับการไม่เก็บภาษีไวน์เพิ่ม  และเกินครึ่งเห็นด้วยกับการยกเลิกภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับสินค้าหนังสือ

ข้อเสนอแนะ/โอกาส/แนวทาง

มาตรการด้านการคลังของรัฐบาลเช็ก มีเป้าหมายเพื่อปรับลดค่าใช้จ่ายของรัฐบาลที่ขาดดุลงบประมาณและก่อให้เกิดหนี้สาธารณะเพิ่มมากขึ้น  โดยการปรับเปลี่ยนการลดหรือยกเว้นภาษีสินค้าบางชนิด อาจจะไม่ส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพเท่าใดนัก ยกเว้นที่กลุ่มนักเรียนนักศึกษา แต่ในส่วนของภาษีสรรพสามิตจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้บริโภคในกลุ่มนี้  แต่อย่างน้อยที่สุด การออกมาตรการปรับลดค่าใช้จ่ายของรัฐบาลน่าจะช่วยให้สถานะการเงินการคลังของรัฐบาลเริ่มอยู่ในทิศทางที่ดีขึ้น มากกว่าการไม่ดำเนินมาตรการปรับลดและก่อให้เกิดหนี้สาธารณะเพิ่มมากขึ้น และจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ

สำหรับบางประเภท เช่น อาหาร ที่มีการปรับลดภาษีมูลค่าเพิ่ม จะส่งผลดีต่อสินค้าอาหารไทย ที่จะมีโอกาสทำตลาดได้มากขึ้น ซึ่งรวมถึงเครื่องดื่มไร้แอลกอฮอล์  ขณะที่เครื่องดื่มแอลกอฮอล์จะได้รับผลกระทบจากการปรับขึ้นอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม ผู้ประกอบการไทยควรติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจ และมาตรการของรัฐบาลในประเทศกลุ่มเป้าหมาย  หากสินค้าใดได้ประโยชน์จากการปรับเปลี่ยนอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม จะทำให้สินค้าไทยสามารถแข่งขันในตลาดได้มากขึ้น

*********************************

ที่มา : Expat.cz

ข่าวรายสัปดาห์  15-19 พฤษภาคม2566                                สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงปราก

 

de_DEGerman